
'ประพันธ์'ระบุพร้อมลต.ซ่อมเชียงใหม่
'ประพันธ์'ระบุพร้อมเลือกตั้งซ่อม เชียงใหม่ เขต 3 แล้ว หวั่นคนใช้สิทธิน้อย ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน จี้ 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ช่วยผู้สมัครส.ส.หาเสียงไม่ได้ ยัน ปชป.ลงหาเสียงได้ หากไม่ได้รับความสะดวกให้ประสานมาที่กกต.จี้ผอ.กต.จว.ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมจัดกา
14 พ.ค.55 นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งห้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 เชียงใหม่ ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ว่า ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อม เกรงว่าจะมีผู้ใช้สิทธิน้อยเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ปทุมธานี ที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงแค่ร้อยละ 30 เท่านั้น จึงได้กำชับให้กกต.จังหวัด รณรงค์ให้ประชาชนมาใช้สิทธิให้มาก ส่วนการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการรายงานว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ความจริงแล้วข้าราชการการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรค สามารถลงไปช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ แต่อย่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปช่วยหาเสียง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีกระแสข่าวว่ามีนักการเมืองใช้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปช่วยหาเสียง นายประพันธ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่จะไปช่วยหาเสียงไม่ได้ และที่ผ่านมาก็มีคดีความอยู่แล้ว โดยป.ป.ช.เคยดำเนินคดีกับรัฐมนตรีที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สำหรับที่พรรคประชาธิปัตย์ เกรงว่าจะไม่สามารถลงพื้นที่ไปหาเสียงได้เพราะจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ของเสื้อแดงนั้นว่า ตนก็อยากให้ทุกฝ่ายไปหาเสียงได้อย่างเสรี ซึ่ง กกต.จังหวัดก็บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่หากพรรคการเมืองที่จะลงไปหาเสียงเกรงว่าจะไม่ได้รับความสะดวกก็สามารถประสานมายัง กกต.ได้ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าบรรยากาศการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคเหนือในขณะนี้ดีกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งผู้สมัครหากเห็นว่ามวลชนของตัวเองทำอะไรไม่ถูกต้องก็ต้องสั่งให้หยุดดำเนินการ เพราะการกระทำจะมีผลต่อการได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ ขณะเดียวกันกฎหมายก็กำหนดว่า ใครที่กระทำการในลักษณะใช้อิทธิพลไปข่มขู่ก็ถือว่ามีความผิด แต่ตนก็ยังเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา
ด้านนายสุชาติ ใจภักดี ผอ.กต.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่าน มา กกต.จว. ก็ได้จัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ซึ่งผู้สมัครทุกคนก็รับปากว่าจะไม่เอาเรื่องการแบ่งแยกแบ่งฝ่ายมาโจมตีซึ่งกันและกัน ทำให้เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีความรุนแรงบรรยากาศเป็นไปด้วยความสมานฉันท์
เมื่อถามย้ำว่า จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ในแง่พื้นที่ไม่ค่อยห่วง เรื่องต่างพรรคต่างกลุ่มโจมตีกัน เพราะคนเชียงใหม่เป็นคนที่มีเหตุผล ไม่ว่าพรรคไหน หรือฝ่ายค้านก็ลงไปหาเสียงในพื้นที่ได้แต่ถ้ามีการต่อต้านก็ให้ประสานมายังกกต.จว.พร้อมที่จะเข้าไปดูแล ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐว่างตัวไม่เป็นกลาง นั้นก็ได้มีการกำชับข้าราชการทุกระดับวางตัวเป็นกลาง รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ถ้ามีเราก็มีมาตรการในการดำเนินการตั้งแต่ตักเตือน แจ้งต้นสังกัดให้ย้ายออกจากพื้นไปก่อน อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้ทางจังหวัดตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาในเขตดังกล่าว มีผู้มาใช้สิทธิมากกว่า ร้อยละ 86 หากทำลายสถิติเดิมได้ก็จะดี ซึ่งการเลือกตั้งในวันเสาร์ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาที่ประชาชนจะสับสนเพราะ เป็นการเลือกตั้งเขตเดียวสามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม
"ประพันธ์" จี้ผอ.กต.จว.ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง สสร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานในการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ประจำปี 2555 โดยมีผอ.กต.ประจำจังหวัด และหัวหน้างานการมีส่วนร่วม จากทั่วประเทศเข้าร่วม โดยนายประพันธ์ ได้กำชับให้ ผอ.กต.จว. เตรียมความพร้อมในเรื่องของการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะคาดว่า รัฐสภาจะผ่านร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 และลงมติวาระ 3 ประมาณสิ้นเดือนนี้ ซึ่งหลังจากมีการทูลเกล้าฯ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญ กกต.ก็จะมีการเร่งรัดในเรื่องการออกระเบียบเลือกตั้ง สสร. โดยกกต.มีเวลา 75 วัน ในการกำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้ง สสร.
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ทางสำนักงานกกต.จะมีการหารือไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้เสนอออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งส.ส.ร.รวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ร. ส่วนการทำประชามติก็จะเป็นไปตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกระเบียบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการเลือกตั้ง สสร. เชื่อว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับการเลือกตั้งส.ส. เพราะหน้าที่ของสสร.เพียงแค่ออกความเห็นในเรื่องของการตรารัฐธรรมนูญ แต่ กกต.ไม่ประมาท เพราะกฎหมายก็ยังให้อำนาจ กกต.ในการสั่งเลือกตั้งใหม่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพียงแต่กรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะต้องยื่นต่อศาล



