
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่14พ.ค.2555
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่14พ.ค.2555
**สำหรับผู้ที่สอบถามถึงความคืบหน้าของการยกระดับดีเอสไอจากกรมในสังกัดกระทรวง เป็นสำนักงานเทียบเท่าสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสำนักข่าวกรอง จึงแถลงไขให้ทราบทั่วกันว่าโมเดล "ดีเอสไอซูเปอร์กรม" เก็บพับเข้าตะกร้าไปแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ "รองเหลิม" จะตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะ พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่พอถึงเวลาเสนอเรื่องเข้าบอร์ด กคพ. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เจ้ากระทรวงตาชั่ง ออกตัวเป็นคนแรกว่า ไม่ชอบเลยกับความคิดอย่างนี้ ไม่ถูกต้อง ต้นสังกัดออกตัวไม่เอาด้วยอย่างนี้ "ป๋าดัน" เลยแฉลบไปในว่า สนับสนุนที่ว่า คือ "หนุนให้คิด ไม่ได้ให้ทำ" ส่วนที่ให้ปรับโครงสร้างก็เพื่อให้ทำงานคล่องตัว ไม่ใช่ปรับให้ใหญ่ขึ้น นี่คือหนึ่งตัวอย่างของน้ำคำนักการเมือง
** ก่อนที่จะได้ชื่อเป็นรองอธิบดีครองแชมป์ มือสั่งไม่ฟ้องโดยเฉพาะคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับเสื้อแดง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ต้องปรับทัพมาคุมงานคดีที่มีแนวโน้มสั่งฟ้องบ้าง ล่าสุดนัดพร้อมนำขบวนนักข่าวขึ้นซี 130 เหินฟ้าไปตรวจที่เกิดเหตุ คดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิไม่ชอบเขาแพง สุราษฎร์ธานี คดีนี้แม้จะถูกมองเป็นการเมือง แต่ทั้งหลักหมุดและหลักฐานต่างๆ ล้วนพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ใครผิดว่าไปตามผิด ลงใต้รอบนี้ ดีเอสไอพร้อมเปิดทางให้ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาและผู้ที่รับซื้อที่ดินมาถือครองมื้อสุดท้ายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเต็มที่
** พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ยังจดๆ จ้องๆ รูปแบบการดำเนินคดีกับคนต่างด้าวใช้คนไทยเป็นนอมิมีทำธุรกิจในไทย แม้เป้าหมายจะต้องการจัดระเบียบนอมินีที่เลี่ยงกฎหมายเข้ามาถือครองบ้านและที่ดินในรูปแบบบริษัท แต่ถ้าออกตัวชัดเป๊ะๆ อาจกระทบต่อธุรกิจข้ามชาติยักษ์ใหญ่จำนวนไม่น้อย ที่ใช้นอมินีเลี่ยงกฎหมายในรูปแบบไม่ต่างกัน**



