
ปรองดองบนศพอากง
ปรองดองบนศพอากง: ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง
ปรากฏการณ์อากง 112 ไม่เพียงสะเทือนกระบวนการยุติธรรมและอุดมการณ์กษัตริย์นิยมล้นเกิน แต่ยังกระทบเสถียรภาพรัฐบาลเพื่อไทยด้วย
ไม่เชื่อก็โปรดสังเกต งานศพอากงมีแกนนำ นปช.อุ่นหนาฝาคั่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธคอเป็นเอ็น ไม่แก้ ม.112 บางคนอย่างขวัญชัย ไพรพนา ที่ออกมาตำหนิเสื้อแดงแห่ศพอากงว่าเลอะเทอะ ไม่ให้เกียรติ กลับโผล่ไปงานศพนั่งพับเพียบเรียบร้อยเชียว
ว่ากันว่า ที่ต้องมาเพียบก็เพราะ “นายใหญ่” สั่ง หลังเห็นสัญญาณความไม่พอใจของมวลชน ซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่ตอนแบะท่า “ปรองดอง” โดยไม่เอาผิดผู้สั่งปราบการชุมนุมเมื่อปี 53 เป็นรัฐบาลมาเกือบปี คนเสื้อแดงที่ถูกเข่นฆ่าคุมขังยังไม่ได้รับความยุติธรรม รัฐบาลที่พวกเขาเลือกมากลับแสดงท่าที “สวามิภักดิ์อำมาตย์”
ไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่แกนนำ นปช.ซึ่งประกาศ “โค่นอำมาตย์” ก็กลืนน้ำลายกันไปคนละหลายปี๊บ เสื้อแดงที่มีความเป็นอิสระสูงจึงก่นด่าทั้งรัฐบาลและแกนนำ เมื่ออากงตาย สร้างความสะเทือนใจให้คนเสื้อแดงอย่างรุนแรง แกนนำ นปช.จึงก้นร้อนนั่งไม่ติด ต้องมาจุดธูปพนมมือเอาใจมวลชนไว้ก่อน
แต่นั่นก็แค่ยึกยื้อซื้อเวลาเท่านั้น เมื่อไหร่ที่รัฐบาลเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง นิรโทษกรรมเหมาเข่ง เราก็อาจเห็นทั้งม็อบเสื้อแดงและเสื้อเหลืองไปอยู่หน้าสภา แต่ประเด็นที่น่าคิดคือ ความเป็น “แนวร่วม” ระหว่างเสื้อแดงกับทักษิณและพรรคเพื่อไทย จะดำรงอยู่ต่อไปหรือแตกหัก
เสื้อแดงที่พูดถึงนี้ต้องนิยามก่อนว่า ได้แก่ “แดงอิสระ” ซึ่งนับหัวจริงๆ อาจมีไม่ถึง 10% ของ “แดงทั้งแผ่นดิน” แต่คนเหล่านี้คือแถวหน้าในม็อบ ผู้นำในกลุ่ม หรือนักรบไซเบอร์ ที่มีบทบาทสูงในการต่อสู้ฟาดฟันกับ “อำมาตย์” เสื้อเหลือง สลิ่ม แมลงสาบ เพื่อปกป้องรัฐบาล
แดงอิสระมีแนวโน้มชื่นชมศรัทธานักคิดนักวิชาการประชาธิปไตย เช่น นิติราษฎร์ สันติประชาธรรม ซึ่งไม่เคยไปม็อบเสื้อแดงซักครั้ง แต่เป็น “เสาหลัก” ในการคัดค้านความไม่ชอบธรรมรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ โดยทักษิณและแกนนำ นปช.ได้อาศัยใบบุญ
นักประชาธิปไตยกับแดงอิสระ เป็น “แนวร่วม” กับทักษิณและพรรคเพื่อไทย ในแง่ที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตยว่า อำนาจปกครองแผ่นดินต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่เริ่มจะขัดแย้งกันในหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ตัวอย่างเช่นเสื้อแดงต้องการ Primary Vote มีส่วนคัดตัวผู้สมัคร ส.ส.
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การต่อสู้เพื่อหลักนิติรัฐนิติธรรม เสื้อแดงเห็นว่าทักษิณไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ระหว่างการต่อสู้ มวลชนจำนวนมากที่เริ่มจาก “รักทักษิณ” เห็นใจทักษิณที่ถูกกระทำ ได้กลายเป็นผู้ถูกกระทำเสียเอง แม้แดงส่วนใหญ่ยัง “รักทักษิณ” แต่ความต้องการทวงความยุติธรรมสำหรับพวกตน ได้ก้าวขึ้นมาเหนือกว่าความต้องการให้ทักษิณพ้นผิด หากจะพ้นผิด ก็ต้องได้รับความยุติธรรมไปพร้อมกัน
อธิบายในเชิงอำนาจก็เช่นกัน เสื้อแดงไม่ได้ต้องการเพียงให้พรรคเพื่อไทยได้อำนาจ แต่เสื้อแดงต้องการมีส่วนร่วมในอำนาจนั้น และต้องการ “ล้างอำนาจอำมาตย์” ไปพร้อมกัน
ความขัดแย้งนี้ยากจะยอมกันได้ มีแต่ขยายขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ในอีกด้านหนึ่ง มีคำถามว่าทั้งสองขั้วจะแตกหักกันหรือไม่
เพราะท่ามกลางรอยร้าวที่ขยายขึ้นเรื่อยๆ อีกด้านหนึ่ง “แนวร่วม” แดงอิสระกับเพื่อไทย ก็ยังต้องฟาดฟันกับขบวนการโค่นรัฐบาล สลิ่ม แมลงสาบ ซากเดนพันธมิตร และสื่อกระแสหลัก ขณะที่ขั้ว “อำมาตย์” เองก็อาจตีสองหน้า
ความเป็น “แนวร่วม” จึงแตกหักไม่ได้ง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นแดงอิสระ แดงธรรมชาติ แดงก้าวหน้า ฯลฯ ก็ยังเห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลดีกว่าประชาธิปัตย์ หรือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจด้วยวิถีอื่น
ฉะนั้นในจังหวะสถานการณ์ที่เหมาะสม ถ้าทักษิณ “อ่านขาด” ก็สามารถเสนอ “นิรโทษกรรมเหมาเข่ง” แบบที่แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดความแตกร้าวอย่างรุนแรง เกิดการแยกตัว เกิดขบวนอิสระ หรือแม้แต่พรรคเสื้อแดง แต่ท้ายที่สุดก็ยังจำยอมเป็น “แนวร่วม” แม้กล้ำกลืนฝืนทนอย่างไรก็ตาม
แบบว่าซักวันหนึ่ง แดงอิสระอาจจะต้องด่ารัฐบาลตอนเช้า แล้วด่าสลิ่ม แมลงสาบ ตอนเย็น แบ่งน้ำหนัก 40-60, 30-70 หรือ 50-50 แต่พูดเช่นนี้ไม่ใช่จะบอกว่าไม่เห็นอนาคต สุดท้ายเสื้อแดงก็ต้องยอมสยบทักษิณอยู่ดี เพราะมันเป็นระยะเฉพาะหน้าเท่านั้น มวลชนที่ตื่นตัวจะต้องการมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น บางเรื่องเพื่อไทยไม่ยอม บางเรื่องเพื่อไทยต้องยอม จะต่อสู้กันไปอย่างนี้
แต่ที่เสื้อแดงจะกลับไปสยบยอมอำมาตย์ ประชาธิปัตย์ หรือญาติดีกับซากเดนพันธมิตรนั้นอย่าหวัง
เพราะท่าทีของซากเดนพันธมิตร สื่อ นักวิชาการ ที่มองความขัดแย้งระหว่างแดงกับเพื่อไทยอยู่ตอนนี้ แม้พวกเขายอมรับว่ามี “แดงอิสระ” ไม่ยอมสยบต่อทักษิณ (จากที่เมื่อก่อนด่ากราดเป็นม็อบรับจ้าง) แต่ท่าทีของพวกเขาคือทั้งสองส่วนล้วนเป็นศัตรู ต้องทำลายล้างให้ตกตายไปตามกัน
ก็คงไม่มีใครอยากญาติดีกับพวกหลังเขาตกขบวน จมปลักอยู่กับความบ้าคลั่งหรอกครับ อย่างเก่งก็กรวดน้ำทำบุญไปให้



