
ปชป.เชื่อข่าวปรับครม.ห้ามใครเด่นกว่า'ปู'
"ปชป." เชื่อข่าวปรับครม.ห้ามใครเด่นกว่านายกฯ อัดรัฐบาลเพื่อไทยผิดสัญญาปรองดอง ปลุกความแตกแยก ปล่อยตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงไม่เลิก จี้ปรามมวลชนเลิกโหนศพ "อากง"หากินเคลื่อนแก้ม.112 โวย ถกงบปี 56 เริ่มเห็นลูกตุกติก หลังรัฐบาลส่งเอกสารข้อมูลช้าทำเวลาพิจารณาน้อย
วันที่ 13 พ.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่อาจต้องใช้เวลาไปอีกระยะหนึ่ง ว่า คงไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้เพราะอำนาจที่แท้จริง อยู่ที่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เห็นได้จากกลุ่มบุคคลที่ต้องการตำแหน่งคณะรัฐมนตรีต้องเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เพียงผู้เดียว และการที่นายกฯออกมาปฏิเสธเป็นระยะเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่มีอำนาจที่แท้จริง
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการปรับครม.ครั้งนี้ก็จะไม่มีการนำเอาบุคคลโดดเด่นขึ้นค้นมาเป็นรัฐมนตรี เพราะกลัวจะข่มรัศมีตัวนายกรัฐมนตรี เช่น กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่คงจะหมดสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งครม.ชุดใหม่ เพราะหากเข้ามาจริง ความโดดเด่นทางการเมือง ประสบการณ์ และบุคลิกภาพเหนือกว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุกๆด้าน และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์นายกฯที่ตกต่ำอยู่แล้ว ตกต่ำไปอีก ทั้งนี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวเชื่อได้ว่าคุณหญิงสุดารัตน์ก็รู้สถานการณ์เป็นอย่างดีจึงรีบปฏิเสธตำแหน่งใดในรัฐบาลก่อน
อัด "รัฐบาลเพื่อไทย" ผิดสัญญาปรองดอง ปลุกความแตกแยก
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่เดินหน้าจัดตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง ว่า เป็นพฤติกรรมที่สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยด้วยกัน และเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย จะต้องแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้กรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) มีการเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแล้ว และตกลงจะนำข้อเสนอของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปปฏิบัติ 2 เรื่อง คือ 1.การยกเลิกการจัดตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง และ2.การยกเลิกการเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาม.112 ทั้งนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ได้ประกาศยอมรับข้อเสนอดังกล่าว แต่ต่อมารัฐบาลกลับปล่อยให้มวลชนของตัวเองออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะตรงกันข้ามกับข้อตกลงที่ให้ไว้ในกมธ.นั่น คือ แกนนำนปช.ที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังเคลื่อนไหวจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด โดยมีความพยายามที่จะใช้กลไกรัฐเอื้อประโยชน์ จูงใจ ให้ประชาชนคล้อยตามในการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงให้เป็นผลสำเร็จ
นายเทพไท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งยังปล่อยให้มวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวกรณีม.112 โดยการหยิบเอากรณีเสียชีวิตของนายอำพน ตั้งนพคุณ เป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อที่จะอ้างความชอบธรรม ในการแก้ไขม.112 ทั้งที่เป็นคนละประเด็นกันกับการเสียชีวิตของนายอำพน โดยกรณีของนายอำพนนั้นต้องสอบถามหาความจริงจากผู้บัญชาการเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นคนที่พรรคเพื่อไทยโยกย้ายเข้ามาและไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ไม่ใช่มาโยนความผิดให้กับศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนที่จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพราะหากเกิดความบกพร่องก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ และตอบคำถามนี้กับสังคม มากกว่าจะโยนความผิดให้คนอื่น
" อยากเรียกร้องไปที่นายกฯ ให้ลงมาแก้ปัญหา กำชับ ห้ามปรามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเกล่านี้ที่ล้วนเป็นมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ้น นายกฯไม่ควรมีพฤติกรรมปากว่าตาขยิบ ประกาศว่าไม่เกี่ยวข้องเรื่องม.112 แต่กลับปล่อยให้มวลชนและแกนนำ นปช.ที่มีความใกล้ชิดนายกฯ และเป็นคนในรัฐบาลเคลื่อนไหวอย่างครึกโครม จะทำเป็นคนตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ต่อเรื่องนี้ไมได้ ต้องมีความจริงใจ ใช้ความเป็นภาวะผู้นำ สั่งให้กลุ่มคนเหล่านี้ยุติความเคลื่อนไหว ที่จะสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง" นายเทพไทกล่าว
ฝ่ายค้านโวย ถกงบปี 56 เริ่มเห็นลูกตุกติก
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีการพิจาณางบประมาณประจำปี 56 มี่จะเข้าสู่การประชุมพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร์ในวันที่21-23 พ.ค.ว่า เป็นความเร่งรัดของรัฐบาลที่ต้องการจะให้มีการพิจารณางบประมาณในสมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่ขยายสมัยประชุมออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดวิสามัญเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งกรณีดังกล่าวแม้จะเป็นสิทธิ์ที่จะทำได้แต่ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิการทำหน้าที่ของส.ส.ด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการเตรียมข้อมูลที่จะพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ มีเนื้อหาสาระข้อมูลสลับซับซ้อนมาก ดังนั้นควรจะให้ส.ส.มีระยะเวลาศึกษาข้อมูลตัวเลขโครงการงบประมาณอย่างละเอียด และก่อนที่จะมีการเปิดประชุมก็ควรจะส่งเอกสารข้อมูลให้สมาชิกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ทราบข่าวว่าทางสภาจะให้รับเอกสารได้ในวันที่ 16 พ.ค.เป็นต้นไป ทำให้มีเวลาพิจารณาเพียง 5 วัน ซึ่งจะไม่เพียงพอต่อการพิจารณาจึงอยากให้รัฐบาลประสานงานมายังประธานรัฐสภาเพื่อนำเอกสารเกี่ยวกับพ.ร.บ.งบประมาณ ส่งให้สมาชิกโดยเร็วกว่านี้
"ปชป."เตรียมขนสมาชิกช่วยเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ ขอ"แดง"อย่าคิดป่วนหาเสียง
นายเทพไท กล่าวกรณีการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีขนคณะรัฐมนตรีลงไปหาเสียงเลือกตั้งซ่อมและประกาศด้วยความมั่นใจว่าจะประสบชัยชนะแน่นอนนั้น ว่า แสดงให้เห็นว่านายกฯยิ่งลักษณ์มั่นอกมั่นใจในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างมาก แต่การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น ไม่ควรที่จะดูถูกการตัดสินใจของประชาชน และแม้ว่าผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยจะทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์มากก็ตาม แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน ความคิดเห็นของประชาชนก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ยอมรับว่าเป็นรองพรรคเพื่อไทยอยู่มาก แต่ก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงพื้นที่ของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และส.ส.ของพรรค ทั้งนี้หวังว่าคงจะได้รับการต้อนรับ และเปิดโอกาสเหมือนกับตัวนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ไม่อยากจะให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นกลุ่มสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ออกมาขัดขวางการลงพื้นที่หาเสียง มิเช่นนั้นจะไม่เกิดบรรยากาศความไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เคารพความเห็นต่างทางการเมือง
“มัลลิกา”แถลงจี้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาราคากุ้งตกต่ำ
นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ เร่งแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งว่า หลังจากที่ผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยใน 8 จังหวัดภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล โดยได้ส่งหนังสือถึงนานกรัฐมนตรีโดยตรงตั้งแต่เดือน 28 มีนาคม 2555 และเกษตรกรเองเคยทำหนังสือร้องเรียนผู้เกี่ยวข้องเพื่อส่งสัญญาณตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นเดือนแรกที่น.ส.ยิ่งลักษณ์มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรยังไม่มีทางแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรรายย่อยหลายรายต้องล้มละลายเพราะบ่อกุ้งที่ลงทุนไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้นางสาวมัลลิกาได้แสดงตัวอย่างกุ้งตัวเล็กที่มาจากบ่อเลี้ยงปลายทางที่ซื้อไปปรุงอาหารราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม แต่กุ้งขนาดเล็กนี้หน้าบ่อราคาตกประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งหมายความว่าราคาปลายทางแพงกว่าต้นทางมาก อันเกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่ได้เรื่อง นอกจากนี้นางสาวมัลลิกายังเสนอให้รัฐบาลนำเมนูสะตอผัดกุ้งไปรับประทานทุกวันร่างกายจะได้มีสารอาหารครบ เพราะสะตอของภาคใต้มีคุณค่าทางอาหารสูงลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตเมื่อผัดใส่กุ้งก็ได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทางอ้อมไปด้วย



