ข่าว

'พรหมินทร์'ปัจจุบันเปลี่ยนครั้งใหญ่

'พรหมินทร์'ปัจจุบันเปลี่ยนครั้งใหญ่

13 พ.ค. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ : 'นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช' : 'ปัจจุบันถือว่า เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่'

          "ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง ถือเป็นการตื่นตัวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ทำให้ประชาชนทั่วประเทศไทยมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้อง"

          หลังจากหายไปจาก "การเมือง" นานหลายปี ในอีกไม่กี่ว่าข้างหน้าก็จะได้กลับมาเป็นพลเมืองไทยเต็มขั้นอีกครั้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกฯ อดีตเลขาฯ นายกฯ เป็นหนึ่งในบ้านเลขที่ 111 ให้สัมภาษณ์ "Voice TV" บอกถึงอนาคตทางการเมืองไทยนั้นเป็นอย่างไร

          "หายหน้าไปเกือบ 6 ปีถือเป็นประชาชนชั้น 2 เพราะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ผมนำประสบการณ์ไปเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ติดตามพลังงาน ดูแนวโน้มใหม่เรื่องพลังงาน เป็นแนวโน้มใหม่ของโลกที่จะคลี่คลาย ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดประเทศไทยแย่ โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานทดแทน ถือว่าช่วงที่ผ่านมาได้ใช้ความรู้ความสามารถ และติดตามสถานการณ์การเมือง เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต สมองเราไม่หยุดการเมืองจะไปอย่างไร พอคาดเดาออก และคิดว่ากลไกต่างๆ ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก และในฐานะที่เคยเข้าไปอยู่ในส่วนของรัฐบาล 6 ปี"

          สำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา "พรหมินทร์" บอกว่า พูดแล้วจะตกใจ เพราะด้านหนึ่งที่เป็นกลไกทางการเมืองถือว่าถอยไปไกล หลังรัฐประหาร บางคนบอกว่าประเทศถอยหลังไปบางคนเทียบ 20 ปี ในเชิงมิติกลไกกระบวนการภาครัฐจะเป็นแบบนั้น แต่ฝืนทิศทางกลไกของทางโลกไม่ได้ อีกด้านหนึ่งจึงกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับประชาชน ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิ ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง ถือเป็นการตื่นตัวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ทำให้ประชาชนทั่วประเทศไทยมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องและถือว่าการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง คำว่าประชาธิปไตยกินได้ปรากฏเป็นเรื่องจริงและรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีส่วนร่วม จะเห็นว่ากิจกรรมทางการเมืองครั้งต่างๆ การออกมามีส่วนร่วมทางการเมืองค่อนข้างชัดเจน เพราะเขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีผลเกี่ยวพันกับประชาชนโดยตรง ล่าสุดคือการเลือกตั้ง ตั้งแต่การโหวตรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เป็นตัวชี้ว่าประชาชนอยากได้อะไร

          คนที่ไปคิดหรือเข้าใจไปเอง หรือสำคัญไปเองว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ของความถูกต้องตัวเองคือมาตรฐานของความดี ตัวเองเป็นมาตรฐานของการตัดสินแทนคนอื่น เอาปืนมาไล่อำนาจที่มาจากประชาชน ก็จะต้องรู้ การเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาถือเป็นการตบหน้าอย่างแรงว่าคุณทำผิดแล้ว ฝืนประชาชน กิจกรรมที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นข้อบ่งชี้ถึงระดับการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน และระดับการตื่นตัวนี้สะท้อนสำนึกทางการเมืองในเชิงประชาธิปไตย สำนึกของประชาธิปไตยคือการเรียกร้องซึ่งสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้ สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งรัด เรียกว่าอัตราเร่ง ตั้งแต่คอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมาทำให้การสื่อสาร ทุกอย่างพัฒนาเร็วมาก ระบบธุรกิจ กระแสเรื่องการเงิน ผมก็ยังบอกว่า เราโยกย้ายถ่ายเงินเท่ากับความเร็วแสง ดังนั้น วิถีชีวิตคนก็ปรับเปลี่ยนไป คนไปนำมาตรฐานเดิมๆ จากประสบการณ์สัก 20 ปี มาตัดสินเรื่องปัจจุบันไม่ได้

          แม้ผมเองมีประสบการณ์ 10 ปีที่แล้วผมถือว่าผมเก่าแล้ว เพราะประชาชนมีการเปลี่ยนแปลง วันนี้กลุ่มที่ยากจนที่สุดในสังคม คือกลุ่มชาวนารับจ้าง มีรายได้ 220% ของเส้นความยากจน ความจำเป็นที่ต้องกินต้องอยู่ คนเปลี่ยนจากคนจนเข้าไปมีสถานะต่างๆ เข้ามาเป็นชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่ระดับความคิด ในเรื่องระดับการศึกษาในระบบ และที่สำคัญสื่อทีวีเข้าไปถึง รายการที่มีให้เลือกมากมายล้วนแต่ไปเติมความคิดให้รู้จักคิดเขาเอง คนในต่างจังหวัด คนที่เคยยากจนในต่างจังหวัด ก็มีลูกขึ้นมาทำงานในกรุงเทพฯ มีอะไรก็ส่งเงินกลับไป มีอะไรก็รับรู้ สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนวิถีที่จะทำให้ต้องการความมีสิทธิหรือที่เราเลือกความมีประชาธิปไตยมากขึ้น และต้องการสิ่งนั้นมากกว่าเดิม

          ถ้าเทียบอายุผมตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึงปัจจุบันถือว่า เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ สมัยก่อนนักศึกษาที่ต้องการประชาธิปไตยก็พยายามนำประชาธิปไตยสู่ประชาชน โดยการออกสู่ชนบท เพื่อให้ประชาชนตื่นตัว เรามีโปรแกรมเผยแพร่ประชาธิปไตยต่างๆ แต่ไม่เท่าทุกวันนี้ เพราะทุกวันนี้กลายเป็นบทเรียนจริง คือพัฒนาการตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 มีโอกาสให้เขามีส่วนร่วม มีเสรีภาพ มีโอกาสมากขึ้น เพื่อเป้าหมายของชีวิตที่ดีขึ้น

          เขาได้สัมผัสพรรคการเมืองถือว่าพรรคไทยรักไทยในขณะนั้นเป็นพรรคแรกที่ตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สามารถเสนอนโยบายที่สามารถจับต้องได้และทำนโยบายไปสู่ความเป็นจริง ประชาชนได้เรียนรู้ว่า การลงคะแนนมีความหมาย จึงทำให้เกิดชัยชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2548 ได้ 376 เสียง จากทั้งหมด 500 ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เมื่อไปกระชากสิ่งที่เขาเลือกมา คือ 1.เอาปืนขู่ 2.ยุบพรรคการเมืองเขาอีก เลือกตั้งใหม่ก็ยุบเขาอีกหลายที ที่เขาเคยได้คุณกระชากออกจากมือเขา เขาจะรู้สึกหวงแหน และเข้ามามีบทบาทในการทวงคืน จึงเป็นการตื่นตัวจากของจริง

          เดิมพูดเรื่องทฤษฎีวันนี้พูดจากประสบการณ์ขั้นต้นที่ได้รับจากตัวเอง แล้วเดือดร้อนถึงปากท้องเขา สิ่งนี้เขาสัมผัสได้ เสียงของพรรคเพื่อไทยที่ยืนพื้นถ้าแบ่งปีกที่นิยมเพื่อไทย หรือไทยรักไทย แบบฮาร์ดคอร์ ไม่น่าเปลี่ยน ขณะที่ปีกกลางค่อยขยับค่อยเรียนรู้เข้าอีก ตัวชี้วัดที่สำคัญเห็นว่าเกินกว่าครึ่งแน่นอน และจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่เสียงที่เพลี่ยงพล้ำ ถือเป็นพัฒนาการที่เลือกปีก ปีกใดที่เห็นว่าตัวแทนหรือพรรคการเมืองใดที่เข้าใจเขามากที่สุดเขาจะเลือก เราเคยพูดว่า ส.ส.ซื้อเสียง การเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนซื้อ ส.ส.แปลว่า นักการเมืองใดที่อยากไปอยู่พรรคอื่น ออกไปแล้วก็ต้องกลับมา เพราะนี่คือพรรคของฉัน ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคแล้ว

          พัฒนาการของโลกมาในทางประชาธิปไตย อาการของประเทศไทยก็มีลักษณะเฉพาะว่าอำนาจรัฐต่างๆ มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ วันที่ผมอยู่ในรัฐบาลผมบริหารอำนาจรัฐได้ 25% จะเชื่อหรือไม่ที่เหลือเป็นกลไกต่างๆ ที่เป็นไป วันนี้ยิ่งหนักรัฐธรรมนูญฉบับ 50 เขียนล็อกจนกระทั่งงบประมาณต้องทำอย่างไร จนทำให้ที่เหลือดูเหมือนมีอำนาจ เหมือนเป็นตัวละครที่ถูกจัดไว้ เวทีก็ถูกกำหนดไว้ให้เล็กนิดเดียวให้เล่น ผมคิดว่าอำนาจยุคนี้น้อยกว่าอำนาจผมในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรี สั่งแล้วต้องผ่านฝ่ายข้าราชการประจำ ไม่เห็นด้วยก็จะหาวิธีชง 1.ดึงเรื่องให้ยาว 2.หาคนอื่นมาคัดค้าน บางงานที่อยากให้ทำเสนอครั้งเดียวจรดปากกาทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว

          หลักใหญ่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหา 25% คือต้องคิดว่าประชาชนจะเข้ามามีส่วนจริงๆ มากขึ้นอย่างไร ส่วนควบคุมอย่างไร วันนี้พูดถึงองค์กรอิสระต่างๆ ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ยึดโยงกับประชนชน อำนาจการตรวจสอบทุกอันต้องยึดโยงกับประชาชน จึงจะทำให้มีพลังมากขึ้น

          ส่วนตัวคิดว่าชีวิตเข้าไปยุ่งกับการเมืองมากแล้วตั้งแต่เด็ก เมื่อถึงเวลาให้คนอื่นเข้ามามีบทบาท แล้วเรามีความคิดอาจจะผ่านคนอื่นแลกเปลี่ยนกันได้ ผมถือว่าการให้อำนาจกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะคนที่ยากจน คนที่ยากไร้ วันนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังยากจน ต้องพึ่งฟ้า ฝน ขาดองค์ความรู้ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเอาไปขายใครก็ยังไม่รู้ มีคนไทยลูกครึ่งอังกฤษปนไทย กำลังพัฒนาโปรแกรมในเรื่องตลาดล่วงหน้าเอาไปใช้กับสินค้าบางประเภทแล้ว เช่น ข้าว ยางพารา กำลังปรึกษาเขาว่าทำไมไม่นำเรื่องเหล่านี้ไปให้ถึงมือประชาชน เพราะรัฐบาลมีนโยบายเรื่องแท็บเล็ต ซึ่งแท็บเล็ตอย่าคิดว่าเด็กเรียน ผู้ใหญ่ก็ได้เรียนด้วย เวลาใช้ ใช้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นเด็กได้เรียน ผู้ใหญ่ก็ได้เรียน เขาคิดถึงการนำกลไกการสื่อสารมาใช้ สมมุติมีพืชเกษตรให้ปลูกตอนนี้ ก็จะตื่นตัวซึ่งที่หายไปผมไปทำเรื่องแบบนี้

 

จะกลับเข้าไปมีตำแหน่งการเมืองอีกไหม

          1 มิถุนายนนี้ คงไม่มีตำแหน่งในพรรคเพื่อไทย ผมไม่อยากไปในการเมือง ถ้าถามว่าไปมีบทบาทในด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ก็ไม่ขัดข้อง คงหาสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสบายใจ

 

รัฐบาลนี้ ในฐานะของประชาชนและในฐานะของสื่อมีสิทธิที่จะมีความเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความเด็ดขาด

          เสียงสะท้อนแบบนี้ดังแล้ว ถ้าคนในพรรคเพื่อไทยมีองคาพยพไปถึงประชาชนต้องมีเครื่องมือที่รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ว่าประชาชนต้องการอะไรมากกว่านี้อันนี้ช่วยกันได้ เรื่องนี้ไม่ขัดข้องถ้าจะหากลไกเข้าไปเสริม แน่นอนที่สุดการเปิดมิติหลังวันที่ 30 พฤษภาคม หลายคนคงเดินเข้าไปทำงานกันสะดวกใจมากขึ้น เพราะเวลาเราทำอะไรมักมีคนจับผิดอยู่เสมอ หลายคนบอกว่ามีบทบาทแต่ไม่กล้าไปเดิน คงเดินสะดวกมากขึ้น

 

อยากเห็นคนบ้านเลขที่ 111 ไปเป็นรัฐมนตรีหรือไม่

          ผมขึ้นต้นว่าการมีอำนาจรัฐในรัฐบาลนี้มีอยู่ 25% ทำไมคิดว่าอีก 75% เราทำอย่างอื่นได้ ผมจึงเชื่อว่าหลายคนจะมีบทบาทผ่านอย่างอื่นได้ แต่สำคัญคือเราต้องมีกลไกในการที่ระดมความคิดเห็นและสร้างสรรค์ สรรหาคัดเอาศักยภาพของคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนในบ้านเลขที่  111 ใครก็ได้ที่เก่ง เข้ามาช่วยในการบริหาร

          สำหรับปรากฏการณ์เสื้อแดงสำหรับคนที่เคยรับรู้แล้ว จากคำพูดของ นพ.ประเวศ วะสี เคยพูดไว้ 10 ปีก่อน ที่ยังทำงานร่วมกับท่านอยู่ว่า สำนึกที่ทำดีอยู่ สำนึกปลุกแล้วไม่หาย ฉันใดฉันนั้น สำนึกในเชิงมิติการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยความเป็นเจ้าของเป็นสิทธิของเขาอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์เสื้อแดงที่เกิดมาแล้วที่สร้างสำนึกอยู่ในหัวใจคนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้จะอยู่ถาวร มีแต่เพิ่มขึ้น และคิดว่าด้วยเสียงขนาดนี้ ด้วยการที่คุณยิ่งลักษณ์ เป็นคนอดทน ขยัน ผมคิดว่าประชนชนไทยให้กำลังใจและมีคนที่อยู่ในพรรค และเชื่อว่าหลายที่มีฝีมือเชื่อว่าไปช่วยสนับสนุนแน่นอน

 

......................

(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ : 'นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช' : 'ปัจจุบันถือว่า เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่')