ข่าว

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : โฆษกอีเมล

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : โฆษกอีเมล

12 พ.ค. 2555

ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว

          “ล้วงตับสุดสัปดาห์” วันนี้ “ล้วงลึก” เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์บริหารราชการแผ่นดินของประเทศ ที่มี “นายกรัฐมนตรี” นั่งทำงานอยู่ แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็น “ต้นทาง” ของนโยบายที่จะกระจายลงไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ โดยมือไม้หลักของการเผยแพร่ผลงานรัฐบาลเห็นจะเป็นหน้าที่ของ “กรมประชาสัมพันธ์” และ “สำนักโฆษก”

          แต่ช่วงหลังมานี้กระจอกข่าวทำเนียบเม้าท์มาว่า การให้ข่าวหรือการเผยแพร่ข่าวของทีมโฆษกรัฐบาลที่เป็นเจ้าภาพหลักเรื่องการเผยแพร่ข่าว ดูเหมือนจะแปลกๆ เพี้ยนๆ ไปหรือไม่ โดยเฉพาะ “ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษก” ที่มักจะเลือกใช้ช่องทางกระจายข่าวทาง “อีเมล” มากกว่าการนั่งแถลงข่าวให้เห็นหน้าเห็นตากันแล้วให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถามข้อสงสัยกัน

          โดยเส้นทางของอีเมลนี้จะถูกร่างคำพูดโดยท่านโฆษกเอง ความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษเอ 4 แล้วจากนั้นจะถูกกระจายผ่านอีเมลของข้าราชการสำนักโฆษกฯ มายังพี่น้องสื่อทำเนียบรัฐบาลในช่วงเย็นย่ำ หรือไม่ก็วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ในวันที่ข่าวน้อย และบางเมลที่ส่งเข้ามาก็พาเอากระจอกข่าว "สยอง" กับวาทกรรมที่สุ่มเสี่ยงจะโดนคดีหมิ่นประมาทซะเหลือเกิน

 

“ถูกเขม่น”

          เหลืออีกไม่กี่วันบรรยากาศการเมืองก็จะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลัง "บ้านเลขที่ 111" จะพ้นโทษแบนกลับมาโลดแล่นบนเวทีการเมืองอีกครั้ง แม้ว่าจะกลับมาไม่ครบทั้ง 111 ก็ตาม

          เพราะ "บ้านเลขที่ 111" แต่ละคนนั้นนักการเมืองรุ่นใหม่ในขณะนี้ต่างยกย่องให้เป็นเซียนการเมืองทั้งสิ้น แต่หนทางก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป เมื่อข่าวลือเล็ดลอดออกมาว่าบ้านเลขที่ 111 ทำท่าจะไม่เป็นเอกภาพซะแล้ว

          แบ่งกันเป็นกลุ่มถึง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ร่วมหัวจมท้ายกับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดแม้ว่าจะถูกโทษแบน กลุ่มที่ยังมาช่วยพรรคอยู่บ้าง และกลุ่มที่หายหน้าหายตาไปเลย เพิ่งโผล่ออกมาตอนพ้นโทษเว้นวรรค

          สำหรับ “พี่วิชิต” วิชิต ปลั่งศรีสกุล หนึ่งในบ้านเลขที่ 111 มีชื่ออยู่ในข่าวลือกับเขาด้วยว่า หลังถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปีก็หายหน้าหายตาไปเลย แต่เมื่อใกล้พ้นโทษแบนก็เริ่มออกมาให้สัมภาษณ์มากขึ้นจนหลายคนเริ่มเขม่น

          วันก่อนได้เจอหน้าเลยต้องถามไถ่ให้หายสงสัยว่าเรื่องมันเป็นมายังไง พี่วิชิตแจกแจงให้ฟังว่า “ถ้าเป็นคนในพรรคเขาจะรู้ดีว่าพี่อยู่กับพรรคตลอด เวลามวลชนต่อสู้เราก็สู้ด้วย เพียงแต่วิธีการสู้อาจจะคนละแนวเท่านั้น”

          พี่วิชิต ทิ้งท้ายด้วยว่า “แต่ไม่เป็นไรและไม่คิดจะตอบโต้ ถ้าว่ามาก็จะขอบคุณ เพราะของแบบนี้ที่ไหนๆ ก็มีเหมือนกัน แต่หลักการของพี่แต่ไหนแต่ไรมาแล้วว่า ทำงานไม่ได้หวังตำแหน่งและไม่เคยคิดที่จะไปแย่งตำแหน่งใครด้วย”

          แหม!! พูดเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ เดี๋ยวพวกจ้องเขม่นอยู่จะไปรายงานนายใหญ่ให้ถอดชื่อออกจากตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรี...เอานา

 

"ท่านดร.พร้อมพงศ์"

          วันก่อน "เสี่ยธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวคดี "ตุ๊ดตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ฐานความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐว่าด้วยการล่วงละเมิดสถาบัน โดยการปราศรัยบนเวทีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

          โดยบอกว่า "ขณะนี้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เห็นควรสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคำกล่าวปราศรัยของจตุพรยังไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 โดยได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้ว"

          หลังฟังคำแถลงกระจอกข่าวประจำดีเอสไอ จึงถามว่า "ถ้าไม่ผิดแสดงว่าสื่อมวลสามารถนำถ้อยคำปราศรัยของจตุพรมาตีพิมพ์เผยแพร่ได้ใช่หรือไม่" เสี่ยธาริต จึงหันมาตอบว่า "เป็นถ้อยคำที่ไม่ควรนำมากล่าวซ้ำ" ทำเอานักข่าวงงถ้าไม่ควรนำมากล่าวซ้ำต่างกับ "หมิ่น" อย่างไร

          "ธาริต" จึงกล่าวต่อว่า "เรื่องนี้ส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ดังนั้นการเผยแพร่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการ" ระหว่างนั้นมีกระจอกข่าวกล่าวว่า "ถ้าอัยการมีมติเห็นตามคำสั่งของดีเอสไอไม่ฟ้องจตุพร สื่อสามารถนำคำปราศรัยมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้ใช่หรือไม่"...แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบ

          ตัดฉากมาทาง "เฮียธาริต" ระหว่างแถลงข่าวมี  "โฆษกเสด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย มายืนรอยื่นเอกสารกรณีกรุงเทพมหานคร ต่อสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนเอกชน กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เมื่อ "เฮียธาริต" เห็นก็เข้าไปทักทายว่า "สวัสดีครับท่านดร.พร้อมพงศ์ เผอิญผมแถลงไม่ฟ้องคุณจตุพรอยู่ ส่วนเรื่องที่ร้องยังไม่เห็นเรื่องขอรับไว้ยังตอบอะไรไม่ได้" จากนั้นก็ยกเวทีให้ "โฆษกเสด็จพี่" พร้อมกับแนะนำว่า "น้องๆ ครับท่านดร.พร้อมพงศ์" เมื่อเห็นปฏิกิริยากระจอกข่าวจึงแนะนำใหม่ว่า "ท่านโฆษกพรรคเพื่อไทย"

          แหม...อดคิดถึงคำพูดของใครต่อใคร ที่แซวว่า "ธาริต เปลี่ยนสี" ก็ครั้งนี้แหละ...

 

................

(หมายเหตุ : ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว)