ข่าว

ชมผลงานเกษตรกรตัวอย่าง

ชมผลงานเกษตรกรตัวอย่าง

13 พ.ค. 2555

ชมผลงานเกษตรกรตัวอย่าง ดึงเยาวชนทำนาข้าวแบบโบราณ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

               ในแวดวงชาวเกษตร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ชื่อเสียงของ "สมชาย นิลอนันต์"  หรือหมอดินอาสา วัย 60 ต้นๆ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากเขาประสบผลสำเร็จในการพลิกโฉมผืนนาร้าง และผืนดินดั้งเดิมเพียง 4-5 ไร่ มาปลูกพืชผสมผสาน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวงจนสามารถเลี้ยงครอบครัวให้อยู่อย่างมีความสุข

               การปลูกพืชผสมผสานด้วยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของสมชายนั้น ไม่เพียงแต่จะเลี้ยงครอบครัวได้เท่านั้น หากแต่วันนี้เขากลายเป็นครูและหมอดินอาสา ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเกษตรโดยปริยาย กระทั่งระยะหลังหน่วยงานภาครัฐเห็นถึงความตั้งใจจริง ความพยายาม จึงสนับสนุนหลากรูปแบบ ทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์ปลา รวมทั้งเรื่องตลาด ตลอดจนการเสริมความรู้ด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

               ทีม "ท่องโลกเกษตร" ได้มีโอกาสแวะไปพูดคุยกับสมชายที่บ้านพัก หมู่ 1 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งวันนี้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของ อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งสภาพรอบบ้านถูกขุดลอกเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุก ตามคันคูกั้นทำเป็นคอกเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เพื่อให้มูลเป็ด มูลไก่ตกเป็นอาหารปลา ขณะที่ภายในสวนมีไม้ผล พืชผักหลากชนิด ซึ่งที่แห่งนี้แต่ละวันจะมีผู้คนเข้าออกเพื่อชมตัวอย่าง ศึกษาดูงานและแวะชิมกับข้าวพื้นบ้านที่ทำจากวัตถุดิบที่มีอยู่รอบบ้านอย่างง่ายๆ

               นอกจากนี้บางช่วงสมชายชักชวนเพื่อนฝูงและชาวบ้านในหมู่บ้านหันมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผักริมรั้ว เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ไว้กินเอง ที่เหลือขายจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากที่มีที่ดินจำกัด ไม่กี่ไร่ หันมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเลี้ยงตัวเองได้ มีเงินเหลือสามารถส่งเสียลูกเรียนได้โดยไม่ขัดสน

               "มีที่ดินจำกัดเพียง 4-5 ไร่ เป็นที่ดินเก่าแก่ จะทำสวนยางหรือสวนปาล์มก็ไม่พอกิน จึงปลูกพืชผักผสมผสานไว้ขายมากว่า 10 ปีแล้ว โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาปฏิบัติ โชคดีที่ว่าสภาพพื้นที่ดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ จึงปลูกผักไปขายบ้าง ขุดลอกคูรอบบ้านเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ซึ่งช่วงแรกนำปลาไปขายปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้าสนใจ เพราะปลาเลี้ยงแบบธรรมชาติจึงได้ราคาดี"

               ต่อมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น พ่อค้าแม่ค้ามาจับเอง ส่วนเป็ด ไก่ ก็เก็บไข่ขายได้อีก แม้ว่าจะมีรายได้ไม่มากหากเปรียบเทียบกับการปลูกยาง หรือปาล์มน้ำมัน แต่ไม่ต้องลงทุน ไม่มีค่าใช้จ่ายทำให้มีเงินเหลือส่งลูกเรียนจนจบ มีงานทำด้วย เพียงแต่ลงแรงและใช้ความคิด เพราะพืชผักและเนื้อสัตว์ใช้ประกอบอาหารในครอบครัวไม่ต้องซื้อหาจากที่อื่น ที่สำคัญปลอดภัยด้วย

               "ทุกวันนี้บ้านผมกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ สอนคนให้หันมาทำนาข้าว ผมเองกลายเป็นครูอาสา สอนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เด็กๆ ในโรงเรียนที่สนใจโดยไม่คิดค่าสอน เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งข้าวออกรวง เพื่อให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของชาวนาไทยในสมัยโบราณและการได้มาของข้าวแต่ละเมล็ดด้วย ต่อมาผมเห็นที่ดินร้างและว่างเปล่าของผู้ประกอบการรายหนึ่งกว่า 1,200 ไร่ ใน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำมาสอนให้ชาวบ้านและนักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่หมู่ 1 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ รู้จักทำนา เพราะสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมกับการทำนา ดีกว่าปล่อยที่ดินร้างโดยเปล่าประโยชน์ ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพื่อทดลองทำนาข้าวแบบโบราณ ข้าวที่ได้แบ่งตามสัดส่วน" สมชายกล่าว

               หลังจากตกลงกันแล้ว สมชายร่วมกับนายวัฒนา นวลวัฒน์ อดีตกำนันตำบลช้างขวา ดึงชาวบ้านในหมู่บ้านนับร้อยคนช่วยกันพลิกผืนนาร้างกลับมาทำนาอีกครั้ง โดยให้ชาวบ้านได้ทำนาไปก่อน พร้อมกับสนับสนุนให้นักเรียนโรงเรียนใกล้เคียงสอนเสริมวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และบรรจุการทำนาโดยให้บุคคลเหล่านี้เป็นครูสอน เพื่อให้เยาวชนได้เห็นการทำนาในสมัยโบราณและความเหนื่อยยากของการทำนา เพื่อให้รู้คุณค่าของข้าวกว่าจะได้มาแต่ละเม็ดนั้นต้องเหนื่อยล้า ปรากฏว่าเด็กนักเรียนชื่นชอบเป็นอย่างมาก ที่ได้สัมผัสกับการทำนาที่เป็นธรรมชาตินอกห้องเรียน

               "ปัจจุบันการทำนาแทบไม่มีแล้วในสุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่จะนำพื้นที่ไปปลูกยาง ปลูกปาล์ม ทั้งที่พื้นที่เหมาะสมกับการทำนามีเป็นจำนวนมาก เมื่อเห็นที่ดินว่างเปล่าจึงชักชวนเพื่อนบ้านช่วยกันทดลองทำนา ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด ปรากฏว่าได้ผลผลิตคุ้มค่า จึงทำเรื่อยมา กระทั่งโรงเรียนและข้าราชการสนใจให้การสนับสนุน และอนุญาตให้นักเรียนมาเรียนรู้วิธีการทำนาแบบโบราณตามหลักสูตรสอนเสริมวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผมก็เต็มใจที่จะสอนให้" สมชายกล่าว

               นอกจากสอนเรื่องการทำนาแล้ว สมชายยังสอนร้องเพลงท้องถิ่นภาคใต้ระหว่างทำนา พร้อมๆ กับเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนสมัยก่อนตลอดจนการทำเกษตรอย่างอื่นที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก และเขาตั้งใจว่าจะสอนไปเรื่อยๆ ตามกำลังความสามารถตราบใดที่ภาครัฐยังต้องการและให้การสนับสนุน

                นับเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จในอาชีพ แม้สมชายจะพื้นที่เพียง 4-5 ไร่ แต่เขาก็สามารถสร้างครอบครัวได้อย่างอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นเกษตรกรที่น่ายกย่อง ซึ่งยอมอุทิศตนเพื่อเยาวชนรุ่นหลังได้สานต่ออาชีพทำนาแบบโบราณอีกด้วย

..................................
(ชมผลงานเกษตรกรตัวอย่าง ดึงเยาวชนทำนาข้าวแบบโบราณ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)