ข่าว

พท.ยื่นปปช.สอบสุขุมพันธุ์ต่อสัญญาบีทีเอส

พท.ยื่นปปช.สอบสุขุมพันธุ์ต่อสัญญาบีทีเอส

12 พ.ค. 2555

'เพื่อไทย' มีมติยื่น ปปช. สอบ ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ กทม.พร้อมคณะ สัปดาห์หน้า กรณี กทม.ต่ออายุสัญญา บีทีเอส ยกคดี กสท.ว่าจ้างทรู ทำ 3จี เทียบเคียง เชื่อเข้าข่ายนิติกรรมอำพราง พร้อมอุ้ม 'ธาริต' มีความยุติธรรม ยันไม่มี สส.บินพบ 'ทักษิณ' ที่ปักกิ่ง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 พ.ค. 55  ที่พรรคเพี่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยและรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยมีมติให้คณะกรรมการสำนักงานปราบโกงของพรรค (สปก.) ดำเนินการติดตามตรวจสอบการทำสัญญาของ กทม.อย่างเข้มข้นในกรณีที่ได้ให้บริษัทกรุงเทพธนาคม หรือ เคที ขยายสัญญาบริหารรถไฟฟ้าให้บีทีเอสซี ไปอีก 13 ปีทั้งที่จะหมดสัญญาในอีก 17 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นความเร่งรีบอย่างน่าสงสัยว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ โดยพรรคตั้งข้อสังเกตว่ามีมูลเหตุส่อไปในทางทุจริต ดังนั้นในสัปดาห์ถัดไปตนเองในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากพรรค จะเข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.และผู้บริหารทุกรายที่เกี่ยวข้องรู้เห็นการทำสัญญา  

          รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับข้อมูลที่จะนำไปยื่นต่อ ปปช.ประเด็นและข้อมูลจะแตกต่างกับที่ไปยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพราะจะเพิ่มเติมข้อกล่าวหาเพื่อร้องต่อ ปปช. โดยเทียบเคียงกรณี ปปช.ได้ชี้มูลแล้วว่าที่บริษัท กสท.โทรคมนาคม หรือแคท ยอมให้บริษัททรู หรือฮัท เพื่อทำ 3 จีแล้ว กสท.ไปจ้างทรูดำเนินการนั้น มีลักษณะเป็นการทำนิติกรรมอำพราง ซึ่งคณะกรรมการ ปปช.ได้มีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 8 พ.ค.55 ว่าขัดกฎหมายถึง 3 ประเด็น อาทิ พ.ร.บ.ร่วมทุน และกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งกรณีของ กทม.มีความคล้ายคลึงที่น่าสงสัยว่าการให้บริษัทเคทีไปเซ็นสัญญาโดยพยายามอ้างว่าเป็นการจ้างบริษัทของกทม.เองจึงไม่ประกวดราคานั้น เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาของรัฐ พ.ศ.2542 ,ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

เพื่อไทย อุ้ม 'ธาริต' มีความยุติธรรม ยันไม่มี สส.บินพบ 'ทักษิณ' ที่ปักกิ่ง

              นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งความดำเนินคดีต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานความผิดปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีลงนามในคำสั่งไม่ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่ม นปช.ในข้อหาตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ตนอยากถามไปยังส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าทำไมถึงมีความรู้สึกช้าจนชา เพราะสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็มีนายธาริต เป็นอธิบดีดีเอสไอ ชมแล้วชมอีกว่าทำงานดี ออกหมายจับรวดเร็วทันใจ แต่วันนี้ก็คนละเรื่อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องทำใจให้กว้าง พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมา 8 เดือน ก็ไม่เคยย้ายนายธาริตเพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ ยุติธรรมในการทำงาน ทุกอย่างทำตามหน้าที่ และพรรคเพื่อไทยก็มีคดีในดีเอสไออยู่จำนวนมาก แต่ไม่เคยมีการเร่งรัดหรือแทรกแซง เราปล่อยไปตามกระบวนการ และเชื่อว่าหากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ก็คงจะต้องเซ็นคำสั่งให้นายธาริตไปช้อนลูกน้ำอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ตบยุง

                นายจิรายุ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย สั่งห้าม สส.เดินทางไปพบ เนื่องจากมีการประชุมร่วมรัฐสภาวาระแก้รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ว่า ยืนยันว่า สส.ทุกคนได้สัญญาว่าจะไม่มีการเดินทางไปอวยพร พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปักกิ่งประเทศจีนในเวลานี้อย่างแน่นอน เพราะยังถือว่าอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมรัฐสภาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้ผ่านวาระ มาตรา 291/17 แล้ว เหลือเพียงไม่กี่มาตรา เชื่อว่าวันที่ 14 พ.ค. น่าจะประชุมจบทั้งหมดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าไม่ได้มีการรวบรัด เร่งรีบอย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหา


 เย้ย “ปชป.” ริษยา “ทักษิณ”


              นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทยในฐานะรองโฆษกพรรค แถลงถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจีนจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ตนอยากบอกว่าวันนี้ฝ่ายค้านยังมีความรั่วทางอารมณ์ ริษยาไม่จบ เพราะตั้งแต่สมัยที่นายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ ก็ออกจดหมายหลายฉบับส่งไปหลายประเทศ ทั้งจีน เอเชีย ยุโรป อาเซียน อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แต่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเคารพความคิดเห็นของประเทศเพื่อนบ้าน และทั่วโลกที่ไม่สามารถดำเนินการส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ เนื่องจากเป็นคดีการเมือง