ข่าว

'ศรีศักดิ์'จวกสร้างรร.ติด'วัดเล่งเน่ยยี่'

'ศรีศักดิ์'จวกสร้างรร.ติด'วัดเล่งเน่ยยี่'

11 พ.ค. 2555

"ศรีศักดิ์"สับนายทุน-รัฐละเมิดสิทธิชุมชน กรณีปล่อยเอกชนสร้างโรงแรม-สถานบันเทิงเริงรมย์ติดกำแพงวัดมังกรฯ ชี้ทำลายรากเหง้าวัฒนธรรม

             11พ.ค.2555 รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม นักวิชาการด้านวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เยาวราช ต่อต้านเจ้าของอาคารพาณิชย์ที่อยู่ระหว่างการดัดแปลงและรื้อถอนอาคารที่อยู่ด้านหน้าวัด เพื่อปรับปรุงอาคารที่พักอาศัยให้เป็นโรงแรมและสถานบันเทิง ความสูง 8 ชั้น ซึ่งทางวัดเห็นเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะมีสถานที่อโคจรผุดขึ้นติดกำแพงวัด ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งมีชาวพุทธทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสักการบูชาภายในวัด ว่า เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในหลายกรณีที่เป็นอันตรายต่อรากเหง้าของชุมชนและบ้านเมือง

              "ที่ผ่านมากลุ่มนายทุนร่วมมือกับหน่วยงานรัฐทำลายวิถีชุมชนเก่าแก่ แม้ว่าการก่อสร้างโรงแรมหน้าวัดเล่งเน่ยยี่ จะไม่มีการไล่รื้อชุมชน แต่ถือเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างรุนแรง เพราะย่านเยาวราชเป็นสังคมทางวัฒนธรรมที่ก่อเกิดมานานนับร้อยปี แม้ชุมชนไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่มีสิทธิในการดำรงชีวิตภายใต้วิถีทางวัฒนธรรมดั้งเดิม"

              รศ.ศรีศักดิ์ กล่าวว่า การอยู่อาศัยกับวัดวาอารามที่เป็นศูนย์รวมจิตใจชุมชนมาช้านาน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระคลังข้างที่ กรมศิลปากร และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งรัฐบาลจะต้องเร่งเข้ามาดูแลโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงใจ แต่หากปล่อยให้มีการสร้างโรงแรมใกล้วัดก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ปล่อยปละละเลยตามกฎหมาย

              ทั้งนี้ ขอสนับสนุนให้ชุมชนและตัวแทนวัดเล่งเน่ยยี่แสดงพลังคัดค้านกลุ่มนายทุนที่จะเข้ามาก่อสร้างโรงแรมและสถานบันเทิง เพราะนอกจากขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงามแล้ว ในมิติทางวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ก็ไม่เหมาะสม และยังสูญเสียทัศนียภาพที่เคยเป็นชุมชนเก่าแก่มาช้านาน ทำลายสภาพแวดล้อมที่ผู้คนมากราบไหว้ด้วยใจที่สงบ แต่กลับต้องมาพบกับสิ่งเหล่านี้ที่ไม่เหมาะไม่ควรกับสถานที่ที่ตั้งติดกับวัด

              ดังนั้น ชุมชนต้องช่วยกันคัดค้านการสร้างโรงแรมและสถานบันเทิง ในเมื่อได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปแล้ว แต่ยังเพิกเฉย มีการก่อสร้างอยู่ คนในชุมชนเองก็ต้องออกมาให้ความสำคัญที่จะอนุรักษ์วัดไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น การเดินขบวนรณรงค์เรียกร้องความถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ใกล้วัดได้

 

"วัดเล่งเน่ยยี่"สู้เตรียมร้องศาลปกครอง

              พระคณาจารย์จีนธรรมธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ที่เข้ามาดำเนินการดังกล่าวได้เช่าอาคารกับพระคลังข้างที่ โดยระบุว่าจะเช่าอาคาร 7 ชั้นและดาดฟ้าให้ไปใช้ทำโรงแรม  ขณะที่พระคลังข้างที่ก็เคยแจ้งกับทางวัดว่ากำลังจะหมดสัญญาเช่ากับทางเจ้าเดิม ทางวัดสนใจจะเช่าหรือไม่ แต่ต่อมาก็มีเจ้าใหม่มาติดต่ออย่างไรไม่ทราบ ซึ่งเขาก็ตกลงและมาแจ้งเราเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา  โดยหลังจากที่ทราบเรื่องเขาก็เดินหน้า ซึ่งก็มีการกระทำขัดต่อพรบ.ก่อสร้าง

              ผู้สื่อข่าวถามว่าเขาแจ้งกับทางวัดอย่างไร เจ้าอาวาสวัดมังกรฯระบุว่า เขาสร้างเป็นโรงแรมเลย ซึ่งความจริงการจะสร้างสถานที่ดังกล่าวก็มีกำหนดว่าจะต้องห่างจากวัดกี่เมตรแต่นี่ติดกับโรงเรียนของเราเลย ซึ่งเรามีนักเรียนพระกว่า 200 รูป  เราก็เคยท้วงไปแล้วว่าไม่ควรทำ แต่เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงโครงการไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเป็นโรงแรม เดี๋ยวเป็นคอนโด เดี๋ยวเป็นห้องให้เช่า แต่แปลนเบื้องต้นคือโรงแรม   แล้ววันนี้เขาก็ยังโฆษณาและแจ้งในโบรชัวร์ตามเดิมว่าเป็นที่พัก

              "เมื่อยังมีการดำเนินการเราก็ได้แจ้งไปยังเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเขาก็เข้ามาดูและระงับการรื้อบันได เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการดัดแปลงไม่ใช่ซ่อมแซม  ตอนที่เขาขอไปเขาขอซ่อมแซม 13 ข้อ แต่ไม่ได้ยื่นเรื่องการดัดแปลง อาคารอย่างนี้ไม่ดัดแปลงจะสร้างเป็นอาคารใหญ่ๆได้อย่างไร แต่ปัจจุบันเป็นการแก้ไขดัดแปลงเป็นการผิด พ.ร.บ.ในการก่อสร้าง  และแม้ว่าตอนนี้จะมีประกาศว่าห้ามดัดแปลง แต่เขาก็ไม่ยังไม่หยุด ยังทำอยู่  อาตมมาคิดว่า พระคลังข้างที่ทำไมให้ผู้ที่จะเช่าอาคารแรกๆเช่าเป็นโรงแรม เขียนเลย เป็นโรงแรม วัดเป็นสถานที่เก่าแก่น่าจะเก็บไว้บูชา ไว้เป็นทัศนียภาพ เป็นทีปลูกฝังของคน ของไพร่ฟ้าประชาชน"พระคณาจารย์จีนฯรบุ

              ต่อข้อถามที่ว่า เบื้องต้นที่มีการติดต่อมาวัดต้องการจะทำเป็นอะไร เจ้าอาวาสวัดมังกรฯ กล่าวว่านโยบายคือปรับปรุงเป็นที่ศึกษาและเป็นสถานที่เทอดพระเกียรติ เพื่อเป็นศรีแก่ชาวเยาวราช เพื่อเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ดีกว่าเอามาสร้างเป็นโรงแรมสรรพสินค้า

              สำหรับกรณีที่วันที่ 21 พ.ค. นี้ที่จะมีคนเยาวราชมารวมตัวกัน นายพิสิทธิ์ชนนท์ นิวัฒนากุล  กรรมการวัด และรอง ผอ.โรงเรียนมังกรกมลาวาส  เปิดเผยว่าคณะลุกศิษย์เมื่อทราบข่าวก็อยากรวมตัวเพื่อแสดงพลัง แต่ไม่ใช่เป็นการสร้างม็อบ เป็นการร่วมคัดค้านและขอความเป็นธรรม เป็นพลังบริสวุทธิ์เราก็ไม่ได้คัดค้าน แต่จะขอดูความพร้อมอีกครั้ง ทั้งนี้คนที่จะมาร่วมจะเป็นบุคคลโดยรอบหรือคนที่มาสักการะหรือมาร่ำเรียนที่นี่  และจะต้องเดินเพราะมิเช่นนั้นกระแสจะไม่เกิด อย่างไรก็ตามจะเป็นการเดินโดยสงบ  ส่วนรูปแบบจะดูเรื่องความเหมาะสมอีกครั้งว่าต้องอยู่ในขอบเขต การเคลื่อนไหวเป็นเรื่องของลูกศิษย์และชาวบ้านส่วนหนึ่ง

              ทั้งนี้เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่สอบถามคนโดยรอบมีชาวบ้านบางส่วนไม่รู้สึกกับเรื่องนี้ นายพิสิทธิ์ชนนท์กล่าวว่า เป็นเพราะอาจจะไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากคนแถวนี้เป็นคนจรก็เยอะ

              นายพิสิทธิ์ชนนท์กล่าวต่อว่า ตึกนี้เคยสร้างปัญหากับทางวัด เราจะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือ เมื่อมีการเปลี่ยนมือก็ควรให้เกิดความสร้างสรรค์ ใครจะทำก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นวัด แต่ต้องเป็นสาธารณประโยชน์ หรือให้หน่วยราชการใช้ประโยชน์ เป็นศูนย์รวมของชาวชุมชนเจริญกรุง เน้นประโยชน์สาธารณะ เป็นหน่วยงานไหนทำก็ได้  วัดไม่ได้ต้องวการที่ผืนนี้  พระคลังข้างที่ก็เคยมาเสนอ แต่เราก็ให้บอกไปทำหลักการมาคุยกัน ใครจะมาก็แล้วแต่ขอให้มาทำสาธารณประโยชน์

              "ที่นี่เป็นชุมชนคนจีนเก่าแก่ ถ.เจริญกรุง ร.5 ทรงสร้างไว้ เคยเป็นถนนที่กว้างที่สุด มีรถราง ชุมชนย่านนี้เป็นชุมชนวัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวจีน ไม่ควรเอาอารยธรรมตะวันตก หรือสิ่งทีเป็นวัตถุนิยมเชิงทุนนิยม เข้ามาทำให้วิถีชุมชนของชาวเจริญกรุงเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว  เราควรอนุรักษ์เอาไว้    วัตุถุสามารถตีเป็นมูลค่าได้ แต่จิตใจแม้บุคคลจะไม่มีทุนทางสังคมแต่จิตใจเป็นสิ่งสำคัญ ควรให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาคารหันมาสนใจในด้านจิตใจด้วย"นายพิสิทธิ์ชนนท์กล่าว

              ส่วนคำถามที่ว่า หากการก่อสร้างไม่เป็นโรงแรมรับได้หรือไม่ นายสุธีร์ จินตนานฤมิตร กรรมการวัดฯ กล่าวว่า  เราอย่าหลงประเด็นนายทุน วันนี้เขาฝืนกระแสไม่ได้ จึงเลี่ยงบาลีแต่รูปแบบเดิมก็คือโรงแรม เขาต้องอาศัยโรงแรมเพื่อขายพื้นที่พลาซ่าได้  ราคาขายในนั้นอยู่ที่ 3.9 แสน บาทต่อตารางเมตร น ในนั้นมีตั้งเกือบ 100 ห้อ หากเขาเปิดตึกไม่ได้ ผู้ค้าก็จะมีปัญหา  หรือหากไม่ทำต่อสุดท้ายเขาก็จะทิ้งปัญหาไใว้ที่นี่ เราเป็นห่วงมาก

              นายสุธีร์กล่าวต่อว่า ที่เราเสียใจคือราชการเขาน่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วไม่ได้เป็นการซ่อมแซมแต่เป็นการดัดแปลง แต่ก็ยังปล่อยให้สร้าง จนสภาทนายความทนไม่ไหวและเข้ามาช่วย ทำจดหมายกรมโยธาธิการ กทม.  และรัฐสภา หลังสุดถึงมีใบระงับการก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 เม.ย. แต่วันนี้ก็ยังกลับมีการดำเนินการอยู่ เราเลยจะฟ้องศาลปกครอง เราไม่อยากให้ชาวบ้านเดือดร้อน ชาวบ้านที่มากราบไหว้เขาทนดูไม่ไหว ชาวบ้านเป็นผู้เรียกร้องซึ่งต้องดูว่าเรื่องนี้จะยุติอย่างไร

              เมื่อถามว่ารูปแบบที่อยากได้คือแบบไหน นายสุธีร์กล่าวว่า "รูปแบบที่อยากจะเห็นคือเราไม่อยากให้เขาทำ เราจะรวบรวมเงินเพื่อให้จบเราไม่อยากให้เขาเสียหาย"

              ทั้งนี้เมื่อถามว่า จะมองว่าเป็นเรื่องที่วัดอยากได้ที่กับเอกชนหรือไม่ นายสุธีร์กล่าวว่า  ไม่ใช่ ที่จริงเป็นเรื่องของลูกศิษย์ เพราะตึกหลังนี้สร้างความเดือดร้อนให้วัดมาร่วม 60 ปี ก่อนหน้านี้ก็เป็นโรงน้ำชา และเมื่อหมดสัญญาเช่าเมื่อปี 2552   น่าจะส่งเสริมวัด ไม่ใช่เอามาทำลายวัดที่มีมา 140 ปี พวกตนก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่อยากให้เขาเสียหาย ไม่อยากให้ชาวบ้านเสียหาย อยากให้มาเจรจากันหากมีเหตุผลเราก็ยินดีจ่าย ถ้ามีเหตุผลที่เสียหายวัดยินดีจ่าย เรามีคุยกันส่วนหนึ่งที่เคยเป็นข่าว แต่ตัวเลขยังตกลงไม่ได้ เราได้คุยประมาณ 3 ครั้ง กรรมการวัดพยายาาปรับความเข้าใจกันอยู่ 


              "หากเขายังสร้างและทางการยังเพิกเฉยเราก็มีทางเดียวคือต้องร้องศาลปกครอง เพื่อเอาผิดพนักงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เราต้องฟ้องพูดกันมาเป็นเดือนแล้ว  เรื่องนี้เขตเขาทราบทุกอย่างทุกกระบวนการ ตนก็ไม่ทราบว่าหน่วยราชการเป็นอะไร  บ้านเมืองพิกลพิการเพราะอำนาจอะไรก็ไม่รู้   ส่วนจะยื่นร้องเมื่อไหร่นั้น  เราก็ให้โอกาสทางเขต เขาบอกให้เวลาในการระงับถึงวันที่ 17 พ.ค. ฟังดูแล้วอะไรก็ไม่รู้กฎหมายเหมือนไม่เป็นกฎหมาย"นายสุธีร์กล่าว  

              ต่อเรื่องการเคลื่อนไหวว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมเยอะหรือไม่ นายสุธีร์กล่าวว่า เราเป็นพลังบริสุทธฺื์ เราไม่ได้สร้างม้อบเกิดขึ้นธรรมชาขติ เราไม่ได้ทำแบบการเมือง

              เมื่อถามว่าจะยื่นศาลปกครองเมื่อไหร่  สุธีร์กล่าวว่าเราทำมาตั้ง 5 เดือนแล้ว ก็อยากให้เร็วที่สุดไม่อยากให้ปัญหาบานปลาย ที่หากินมีเยอะแยะไม่จำเป็นต้องหากินตรงนี้ ตนคุยกับเจ้าของโครงการเขาก็ไม่ฟัง เราไม่ทำชาวบ้านก็ทำ และวันนั้นจะวุ่นวาย  เราก็พยายามเข้ามาเป็นตัวเชื่อมและพยายามปกป้องวัด ตอนนี้ยังไม่สาย

              "เราบอกว่าเป็นโรงแรม เป็นห้างสรรพสินค้าไม่ได้ เขาก็เลี่ยงเป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็เซ้ง ตารางเมตร 3.9 แสน จะขายกับใครเพราะประกาศเป็นโรงแรม 5 ดาวเขาต้องขายกับคนที่มาพัก คนที่จะขายก็เป็นพวกร้านจิเวลรี่  หากทำไม่ได้ หรือกลายเป็นที่พักมันก็เข้าข่ายหลอกลวง   ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีคนไปซื้อ  แล้วจะสร้างเป็นโรงแรมได้อย่างไร ที่จอดรถก็ไม่มี ก็อยากให้จบก่อนที่เรื่องจะบานปลาย"นายสุธีร์ระบุ

              เมื่อถามว่า ชาวบ้านเห็นด้วยกับการคัดค้านหรือไม่ นายวรเศรษฐ์ สุวรรณทวีโชติ ประธานกรรมการวัดมังกรกมลาวาส  โดยรอบเราไม่ได้ไปตรวจสอบ แต่อย่างที่บอกว่าลุกศิษย์วัดที่มานมัสการหลวงพ่อส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย และระหว่างที่ได้ยินข่าว ลุกศิษย์ก็มาบอกว่าไม่พอใจ  เมื่อเขาไม่หยุดก็จะเดินขบวนเราเห็นว่ามีใจบริสุทธิ์ กรรมการจึงอนุญาต ไม่ขัดขวางอะไร ส่วนจำนวนก็แล้วแต่ เมื่อถึงวันนั้นจึงจะรู้ว่ามีเท่าไหร่

              นายวรเศรษฐ์ระบุด้วยว่าหาก ควรจะเป็นส่วนของวัดเพราะวัดไม่ได้ทำอย่างอื่น เรามีภิกษุที่บวชเรียนตั้่ง 250 รูป เราก็อาจจะทำเป็นที่สาธารณะและอาจจะทำเป็นที่จอดรถ ที่นี่ตั้ง 60 ปีแล้ว สภาพตึกไม่เหมาะสมประการทั้งปวง

เขตป้อมปรามฯจี้ "วัด-พระคลังข้างที่"ตั้งโต๊ะเจรจา


              นายประภัสสร กุหลาบ หัวหน้าฝ่ายโยธาเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเขตเคยตรวจพบว่าทางเอกชนมีการรื้อถอนบันได เขตจึงมีการออกคำสั่งแล้ว 3 คำสั่ง 1.คำสั่งระงับการปรับปรุง รื้อถอน 2.คำสั่งห้ามเข้าใช้พื้นที่ และ 3.หากมีการก่อสร้างต้องให้เอกชนยื่นแบบกับสำนักการโยธาภายในวันที่ 17 พ.ค. ส่วนที่มีกระแสสังคมเข้ามากดดันนั้น เรื่องนี้มองได้เป็นรูปธรรมกับนามธรรม โดยทางเขตต้องรักษากฎหมายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่เรื่องนามธรรมที่เป็นเรื่องความรู้สึกยังวัดกันลำบาก เพราะหากฝ่ายหนึ่งบอกเป็นความเหมาะสม แต่เขตก็ต้องพิจารณาว่าความเหมาะสมกฎหมายมีรองรับหรือไม่ ถ้าทางเอกชนทำโดยกฎหมายรองรับได้ เขตก็ต้องอนุมัติ เพราะถ้าไม่มีการอนุมัติเขตก็โดน แต่ถ้าเป็นเรื่องจริยธรรมก็ต้องมีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยพิจารณา

              นายประภัสสร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องมีข้อยุติ 1.ทางสำนักงานพระคลังข้างที่ ในฐานะเจ้าของอาคารต้องแจ้งกับเขตให้ชัดเจนว่าจะไม่ทำเป็นโรงแรมตามป้ายที่ประกาศไว้ และบอกให้เอกชนผู้เช่าว่าไม่จะทำโรงแรมแล้วเช่นกัน จากนั้นเขตจะนำไปแจ้งกับทางวัดอีกครั้งเพื่อช่วยหาข้อสรุป 2.อยากให้สำนักพระคลังข้างที่ออกมาแถลงให้ชัดเจนว่าจะให้อาคารดังกล่าวทำอะไร เพื่อไม่ให้ทางเขตหรือทางเอกชนคอยชี้แจงเองทั้งหมด 3.ให้สำนักงานพระคลังข้างที่เจรจากับทางวัดโดยตรงเพื่อหาทางออก โดยให้วัดระบุว่าทางเอกชนจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้เอกชนรับทราบความต้องการ และ4.อยากให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคช่วยเข้ามาพิจารณาว่า สิทธิของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่จุดไหน

              "เรื่องนี้เขตต้องอยู่ตรงกลาง ซึ่งล่าสุดทราบมาว่าตอนนี้มีการขึ้นคัทเอาท์ว่าจะใช้เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ต้องหาทางออกโดยมีจุดบรรจบ โดยทั้งวัด บ้าน คนอยู่ด้วยกันได้ แต่ไม่ใช่อยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่เมื่อสังคมจับตามองแบบนี้ น่าจะทำให้เปิดโรงแรมยากแล้ว"นายประภัสกล่าว

 ชาวนนทบุรีไม่เห็นด้วย

              นายดนัย อินน้อย อายุ 30 ปี ชาวบ้านที่มาทำบุญวัดสาขาเล่งเน่ยยี่ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เหมาะสมแน่ที่จะสร้างโรงแรมติดกับวัด เพราะในส่วนตัวแล้วโรงแรมน่าจะขยับขยายไปสร้างที่อื่นมากกว่าที่จะสร้างติดวัด ซึ่งมันจะขัดทั้งสายตาและขัดความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนคนที่เดินทางมาทำบุญอยู่แล้ว ทางที่ดีโรงแรมควรจะย้ายไปสร้างที่อื่นด้วย เพราะวัดแห่งนี้สร้างมาแต่เก่าก่อนด้วยซ้ำ

              ด้านนางสมปอง จำเนียรพล อายุ 54 ปีกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า เรื่องที่โรงแรมจะสร้างอยู่ติดกับวัดเป็นเรื่องไม่ดี ไม่เหมาะแน่ เพราะวัดเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่เดินทางมาทำบุญ แต่อยู่ ๆ จะมีโรงแรมมาสร้างติดวัดมันก็เป็นเรื่องไม่สมควร ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองพุทธด้วยแล้ว มันเหมือนเป็นการทำร้ายพระพุทธศาสนาทางอ้อม ทางที่ดีโรงแรมควรจะพิจารณาย้ายไปสร้างในที่อื่น ที่เหมาะสมและไม่เบียดเบียนวัดจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมมากกว่า