
'ยิ่งลักษณ์'ลั่นรัฐบาลไม่สนแก้ม.112
'ยิ่งลักษณ์'ลั่นรบ.ไม่สนแก้ ม.112 ชี้ตอนนี้ขอแก้ราคาสินค้าแพงก่อน รางวัลเทพทองชูยิ่งลักษณ์พาชาติผ่านพ้นวิกฤตภัย วรวุฒิ จี้ ฉลอง ทบทวนตัวเองคนเสื้อแดงไม่ให้อภัยแล้ว
เมื่อเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักวิชาการ และกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนได้ออกเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เรื่องนี้ตนเคยยืนยันไปแล้วว่ารัฐบาลจะไม่มีการแก้ไข มาตรา 112 ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลตอนนี้ คือ การแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่ามีการนำเรื่องม. 112 มาใช้ในการคลื่อนไหวในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธที่จะตอบคำถาม
รางวัล“เทพทอง”ชู“ยิ่งลักษณ์”พาชาติผ่านพ้นวิกฤตภัย
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล www.thaigov.go.th รายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการมอบรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” ครั้งที่ 13 ประจำปี 2555 ซึ่งสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดขึ้น ณ ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
เมื่อผู้แทนพระองค์เดินทางถึง นายวีระ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการอำนวยการ การพระราชทานรางวัล “เทพทอง” ครั้งที่ 13 กล่าวรายงาน และมอบหนังสือแด่ผู้แทนพระองค์ จากนั้นผู้แทนพระองค์มอบรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” แก่องค์กรดีเด่นจำนวน 21 องค์กร นักวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น 21 ราย นักวิทยุกระจายเสียงดีเด่น 21 ราย และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน 21 ราย
ในการนี้ รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นหนึ่งในองค์กรดีเด่นที่ได้รับรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” ในปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เข้ารับรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” ในโอกาสดังกล่าวแทน
ทั้งนี้ เหตุผลที่รัฐบาลได้รับรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” นั้น หนังสือที่ระลึกพิธีพระราชทานรางวัล “เทพทอง” ครั้งที่ 13 ระบุว่า “เป็นรัฐบาลที่เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยความจริงใจ พาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาได้เสมือนปาฏิหาริย์ ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ความรักใคร่ โดยไม่มีข้อแม้ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศไทยที่มีความสามารถล้นเหลือในทุกด้าน จนทำให้นานาชาติทั่วโลกให้ความเชื่อถือ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ในทางบวกให้กับประเทศไทย เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนโดยแท้จริงระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 150 สุดยอดผู้หญิงนักสู้ของโลกที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสารนิวสวีก สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำที่ได้ดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนอย่างจริงใจเร่งด่วน เช่น โครงการบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยหลังแรก โครงการถยนต์คันแรก โครงการนำร่องบัตรเครดิตพลังงาน ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรีเพิ่มเป็น 15,000 บาท ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ กำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ยกระดับและเสริมศักยภาพสตรีในทุกมิติ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ฯลฯ และที่สำคัญยึดมั่นแนวทางการปรองดองเพื่อนำความสงบสันติกลับคืนสู่สังคมไทย ฯลฯ”
ฮิวแมนไรทส์วอทช์เสียใจ"อากง"ตาย
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นายแบรด อดัมส์ ประธานองค์การสิทธิมนุษยชนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ฮิวแมนไรทส์วอทช์)เข้าพบนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อสอบถามถึงการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยนายแบรด ได้กล่าวว่าตนรู้สึกไม่ดีที่ประเด็นนี้ยังไม่ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการให้การประกันตัว
“นปช.”เสียใจ“อากง”ตายเร็วเพราะติดคุก
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. ได้ร่วมกันแถลงข่าว นางธิดา กล่าวถึงท่าทีและจุดยืนของนปช.กรณีการเสียชีวิตของ นายอำพลว่า นปช.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของอากง และมองว่าอากงเสียชีวิตเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น
“ธิดา”ชวนเสื้อแดงร่วมชุมนุม19พ.ค.พิสูจน์ยังสามัคคี
นางธิดา กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 พค.นี้ ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ว่า คนเสื้อแดงต้องมาร่วมชุมนุมที่แยกราชประสงค์อย่างมืดฟ้ามัวดิน เพื่อบอกว่า คนเสื้อแดงยังคงอยู่เต็มไปหมด ไม่ให้เหมือนกับบางคนในพรรคเพื่อไทย ที่มองไม่เห็นหัวกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว ดังนั้นเราต้องมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคนเสื้อแดงยังมีความสามัคคี และต้องการความยุติธรรมในสังคม
“วรวุฒิ” จี้ “ฉลอง” ทบทวนตัวเองคนเสื้อแดงไม่ให้อภัยแล้ว
นายวรวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าไม่เห็นด้วย หากนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะยังมีคดีหมิ่นสถาบันอยู่ รวมถึงกล่าวหากลุ่มคนเสื้อแดง ว่าเป็นพวกเผาบ้านเผาเมืองว่า นายฉลองไม่ใช่นักต่อสู้แต่เป็นนักฉกฉวยโอกาส การที่นายฉลองออกมาพูดลักษณะนี้ทำให้ขณะนี้คนเสื้อแดงนนทบุรี ออกมาขับไล่แล้ว ทั้งนี้ นปช.ไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับส.ส.พรรคเพื่อไทย แม้แต่คนเดียว แต่เป็นเพราะนายฉลอง ไม่ได้เป็น ส.ส.นักต่อสู้เพียงแต่ห้อยโหนพรรคเข้ามาจึงไม่แปลกที่เขาจะเป็นงูเห่าที่ไม่เคยมีราคาสำหรับคนเสื้อแดงเลย
ทั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่นายฉลองทำผิด ครั้งแรกคือตอนที่น้ำท่วมที่มีคนนำสิ่งของบริจาคมาบริจาคกับนายจตุพรแล้วเขียนป้ายไว้ว่าให้นายจตุพร มารับ โดยที่นายฉลอง ได้ต่อว่านายจตุพร แต่สุดท้ายก็ต้องมาขอโทษ แต่ครั้งนี้คนเสื้อแดงไม่น่าจะให้อภัยคนชื่อ"ฉลอง เรี่ยวแรง"อีกต่อไปแล้วและศาลก็ไม่ได้ตัดสินว่านายจตุพร ผิดร้ายแรง เพราะเป็นนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ไม่ได้มีอะไรด้อยไปกว่าคนอื่น ดังนั้นไม่ว่านายจตุพร จะได้ตำแหน่งหรือไม่ก็ยังอยู่ในหัวใจของคนเสื้อแดง และพวกเราคนเสื้อแดงต่อสู้กันมาไม่ใช่เพื่อหวังตำแหน่งใหญ่โต แต่หากผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ให้มาก็ยินดี อย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับเลือกให้เป็น รมช.เกษตรฯ ก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนได้ดี เพราะเขาเข้าไปเพื่อรับใช้ประชาชนไม่ได้เข้าไปเป็นเจ้านายประชาชน
นอกจากนี้ขอฝากถึงนายฉลอง ว่าให้ยุติการใส่ร้ายคนอื่นได้แล้ว เพราะไม่เป็นผลดีต่อนายฉลองเอง ที่การแสดงออกเหมือนว่าต้องการต่อสู้เพื่อตัวเองเท่านั้น หากทำได้แค่นี้ก็ขอให้กลับไปเลี้ยงลูกที่บ้านดีกว่าอย่ามายุ่งกับการเมืองเลย อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประชาชนในพื้นที่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับนายฉลอง แต่ในส่วนของนปช.ไม่พอใจอย่างยิ่งกับพฤติกรรมดังกล่าว



