
เวิลด์วาไรตี้:แพขยะพลาสติก
เวิลด์วาไรตี้ : แพขยะพลาสติกมหานทีเพิ่ม 100 เท่า
ผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร "โบโอโลจี้ เลทเทอร์" ฉบับล่าสุดพบว่า ไมโครพลาสติก หรือขยะพลาสติกจากน้ำมือมนุษย์ที่ทิ้งลงทะเล และแตกย่อยด้วยแรงคลื่นและแสงอาทิตย์ เป็นอนุภาคยิบย่อยเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร รวมตัวเป็นแพขยะแปซิฟิกขนาดมหึมา (Great Pacific Garbage Patch) ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือนั้น ปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่าในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา
นักวิจัยจากสถาบันมหาสมุทรศาสตร์สคริปปส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ประเมินว่า ปลาที่ความลึกระดับกลางในแปซิฟิกเหนือ กินเศษพลาสติกเข้าไปในอัตราประมาณ 1.2-2.4 หมื่นตันต่อปี ทั้งยังพบการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เหนือความคาดหมาย
นั่นก็คือการที่จิงโจ้น้ำชนิดหนึ่ง หรือแมลงที่มีชื่อเรียกทั่วไปว่า ซี สเกตเตอร์ และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "ฮาโลบาเตส ซีรีเซอุส" กำลังใช้แพโมโครพลาสติกเป็นพื้นผิวสำหรับวางไข่ แทนวัสดุธรรมชาติที่ลอยน้ำได้ อาทิ ไม้ เปลือกหอย ขนนก และหินพรุน ที่หาได้ยากกว่า
เดิมนักวิจัยคาดว่า ถ้าตรงไหนมีพลาสติกมาก แมลงน่าจะน้อยเพราะพิษพลาสติก แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม คือที่ไหนมีพลาสติกมาก ที่นั่นจะพบจิงโจ้น้ำมากที่สุด
การหันมาวางไข่บนแพขยะพลาสติกที่หาได้ง่ายกว่า อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นลูกโซ่ เพราะแมลงที่กระโดดหยองแหยงนี้ ใช่จะไร้บทบาท หากแต่เป็นตัวยึดโยงอยู่ในห่วงโซ่อาหาร กล่าวคือ มันกินแพลงตอนและไข่ปลาเป็นอาหาร ส่วนไข่ของมัน เป็นอาหารของผู้ล่าอย่างนกน้ำ เต่า ปู ปลา หากความหนาแน่นของไมโครพลาสติกยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จำนวนแมลงก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะทำลายความสมดุลในห่วงโซ่อาหารได้ในที่สุด
-----------------------------
(เวิลด์วาไรตี้ : แพขยะพลาสติกมหานทีเพิ่ม 100 เท่า)



