ข่าว

ผู้นำอินโดฯให้กำลังใจญาติเหยื่อเครื่องบินตก

ผู้นำอินโดฯให้กำลังใจญาติเหยื่อเครื่องบินตก

11 พ.ค. 2555

ผู้นำอินโดนีเซีย ให้กำลังใจญาติเหยื่อเครื่องบินรัสเซียตก ขณะที่ทีมกู้ภัยระดมกำลังลำเลียงศพผู้เคราะห์ร้ายออกจากภูเขา

                     11 พ.ค.55 ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน่ ของอินโดนีเซีย ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์วิกฤติ ที่ตั้งขึ้นในกรุงจาการ์ต้า เพื่อให้บรรดาญาติของผู้ที่โดยสารไปกับเครื่องบินซูคอย ซูเปอร์เจ็ต - 100 ของรัสเซีย ที่ตกบริเวณภูเขาไฟ รอรับฟังข่าวคราวความเคลื่อนไหว

                     ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 45 คน อาจจะเสียชีวิตหมดแล้ว หลังจากเครื่องบินชนภูเขาไฟซาลักด้วยความเร็วเกือบ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อวันพุธ ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และชิ้นส่วนกระจายตามทางลาดของเขา ซึ่งประธานาธิบดียูโดโยโน่ ได้จับมือและพูดคุยกับครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย

                     ประธานาธิบดียูโดโยโน่ กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้โดยสารบนเครื่องบิน ในระหว่างที่สนทนาทางโทรศัพท์กับเขา โดยระบุว่า แม้ว่าจะเป็นเครื่องบินรัสเซีย แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซีย ซึ่งผู้นำทั้งสองได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะทำงานร่วมกันทั้งการใช้ปฏิบัติการกู้ภัยและการสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่การที่จุดเกิดเหตุอยู่ห่างไกลและลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทำให้เป็นปัญหาใหญ่หลวงต่อปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย

                     ซูคอย ซูเปอร์เจ็ต - 100 เป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ล่าสุดของรัสเซีย นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมื่อ 20 ปีก่อน โดยเชื่อว่า เป็นเสมือนตัวแทนของการเริ่มต้นไปสู่การผลิตเครื่องบินโดยสารที่ทันสมัยและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการบินที่ถูกละเลยมานาน อินโดนีเซีย ได้ชื่อว่าเป็นอันดับ 4 ใน 6 ชาติ ที่เป็นความหวังอันสดใส จากการที่มีส่วนในยอดสั่งจองเครื่องบิน 170 ลำทั่วโลก

                     ในการสาธิตการบินครั้งนี้ ที่กำหนดเวลาไว้ 50 นาที มีเจ้าหน้าที่สายการบินและผู้สื่อข่าวของอินโดนีเซียรวมอยู่ด้วย แต่ปรากฎว่า หลังจากบินขึ้นจากสนามบินจาร์กาต้า 21 นาที นักบินและผู้ช่วยนักบินที่เป็นชาวรัสเซีย ได้ขอลดเพดานบินจาก 1 หมื่นฟุต เป็น 6 พันฟุต โดยไม่ได้บอกเหตุผล ก่อนจะหายไปจากจอเรดาร์ในทันทีหลังจากนั้น

 

ชี้ชนวนเหตุเครื่องบินตกอาจมาจากสัญญาณโทรศัพท์

                     หน่วยกู้ภัยและค้นหาระดมรถพยาบาล 25 คันและเฮลิคอปเตอร์ 9 ลำเพื่อไปลำเลียงศพผู้เคราะห์ร้ายบนหน้าผาของภูเขาไฟซาลัก ที่ดับสนิทแล้วในจังหวัดชวาตะวันตกในวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาศพในบริเวณจุดที่พบชิ้นส่วนซากเครื่องบินที่ระดับความสูงเกือบ 1,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล แต่การลำเลียงศพอาจทำได้ยากเพราะบริเวณหน้าผาของภูเขาจุดที่พบศพค่อนข้างชันและสภาพอากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวย

                     เครื่องบินซูคอย ซูเปอร์เจ็ต-100 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารของบริษัทซูคอย ที่เพิ่งเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์เมื่อปีที่แล้ว ประสบเหตุตกขณะสาธิตการบินในงานแอร์โชว์นานาชาติเมื่อวันพุธ หลังบินออกจากฐานทัพอากาศได้ไม่นาน โดยมีนักบินและนักบินผู้ช่วยและผู้โดยสารอีก 43 คนบนเครื่องซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย แต่มีชาวรัสเซียรวมอยู่ด้วย 8 คน อเมริกัน 1 คน ฝรั่งเศส 1 คน และอิตาลี 2 คน

                     ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียได้โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ขอส่งผู้เชี่ยวชาญไปร่วมพิสูจน์ศพเหยื่อและช่วยระบุชิ้นส่วนซากเครื่องบิน และผู้อินโดนีเซียได้ตอบตกลง ล่าสุดทีมผู้เชี่ยวชาญจากรัสเซียเดินทางไปถึงกรุงจาการ์ตาตั้งแต่เย็นวานแล้ว

                     ขณะที่มีรายงานว่าโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารหลายคนเปิดใช้งานอยู่ ทำให้สัญญาณโทรศัพท์อาจรบกวนการสื่อสารระหว่างเครื่องบินและหอควบคุมการบิน ทั้งที่มีกฎห้ามใช้โทรศัพท์บนเครื่องเพราะอันตราย นักบินขออนุญาตลดระดับความสูงจาก 3,000 ฟุตเหลือ 1,800 เมตร แต่ไม่ได้บอกเหตุผล จากนั้นเครื่องบินก็ขาดการติดต่อและหายไปจากจอเรดาร์ในนาทีที่ 21 หลังออกจากสนามบิน

                     ตัวแทนของบริษัทซูคอย ในอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นายอเล็กซองด์ ยาบลอนสเตฟ นักบินชาวรัสเซียบนเครื่องบินดังกล่าวไม่เคยมีประสบการณ์บินในน่านฟ้าอินโดนีเซียมาก่อน
จนกระทั่งในเช้าวันที่ต้องโชว์บินสาธิตได้บินซ้อมเส้นทางแล้ว 1 รอบ แต่ก็มีการเตรียมตัวพร้อมก่อนการบิน และเขาเป็นนักบินที่มากประสบการณ์

                     อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นหายนะครั้งแรกของเครื่องบินรุ่นซูคอย ซูเปอร์เจ็ต-100 และเครื่องบินลำที่ตกอยู่ระหว่างทัวร์ 6 ชาติเอเชียเพื่อกระตุ้นยอดสั่งซื้อ ทำให้วิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดสั่งซื้อ