
สหรัฐฯพบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัด2009อีก1
สหรัฐฯพบผู้เสียชีวิตจากหวัดใหญ่ 2009 อีก 1 คน ขณะที่เปรูพบผู้ติดเชื้อรายแรก WHO ระบุ ไม่พบหลักฐานไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่เกิดจากความผิดพลาดในห้องแลป และยังไม่ดื้อยาต้านไวรัส
(15พ.ค.) ทางการรัฐอริโซนาของสหรัฐแถลงเมื่อวานว่าว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งวัย 40 ปีเศษที่ป่วยด้วยโรคปอดเรื้อรัง เสียชีวิตแล้วด้วยอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 4 นอกจากนี้นครนิวยอร์กพบผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านควีนส์ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่และมีอาการป่วยเข้าขั้นวิกฤติเป็นรายแรกของเมืองด้วย และนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีได้สั่งปิดโรงเรียนของรัฐ 3 แห่งเป็นเวลา 5 วันทำการแล้วเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยในเมืองเพิ่มขึ้นในระดับสูงมาก ขณะที่จนถึงขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อใน 46 รัฐและกรุงวอชิงตันดีซีเพิ่มขึ้นเป็น 3,352 คนแล้ว
ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโก ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มเป็น 64 คนแล้วและมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,656 คน โดยรัฐบาฮา กาลิฟอร์เนีย ซูร์ เพิ่งพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันพุธ ทำให้ขณะนี้มีเพียงรัฐเดียวจากทั้งหมด 32 รัฐยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ
ขณะที่เปรูแจ้งเมื่อวานว่าพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 รายแรกแล้ว โดยผู้หญิงชาวเปรูวัย27 ปีรายนี้เพิ่งกลับจากนครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ ก่อนหน้านี้เปรูได้แจ้งเมื่อวันที่ 29 เมษายนว่า พบผู้โดยสารชาวอาร์เจนตินาที่เดินทางจากเม็กซิโกเข้าเปรูป่วยด้วยโรคนี้แต่ภายหลังปรากฏว่าไม่ใช่
นอกจากนี้ปานามามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวรวมเป็น 29 คน ส่วนเบลเยียมยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายที่สองภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังเพิ่งประกาศมีผู้ติดเชื้อรายแรก และอังกฤษยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 7 คนรวมเป็น 78 คน โดยหนึ่งในผู้ติดเชื้อล่าสุดเป็นผู้ป่วยรายแรกในไอร์แลนด์เหนือ
สรุปแล้วจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 70 คนและมีผู้ติดเชื้อรวม 6,672 คนใน 34 ประเทศ
นายเคอิจิ ฟูคูดะ เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO แถลงที่นครเจนีวาของสวิสเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฏี ในรายงานที่นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ชื่อนายเอเดรียน กิบส์ ได้เสนอต่อ WHO เมื่อวันเสาร์ที่ว่า ที่ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ปี 2009 หรือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่เอ เอช 1 เอ็น 1 ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องแลป ระหว่างความพยายามที่จะผลิตวัคซีนป้องกันโรค
เขากล่าวด้วยว่า นักวิทยาศาสตร์ของ WHO ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทฤษฎีนี้และเชื่อว่าไม่เป็นความจริง มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ว่าไวรัสชนิดนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่กรณีนี้ก็นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันข้ามพรมแดนของประเทศต่างๆ และนักวิทยาศาสตร์ยังได้ใช้ประโยชน์จากการที่เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยให้มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันได้ดีกว่าในอดีต พร้อมย้ำด้วยว่า จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าไวรัสชนิดนี้มีอาการดื้อยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่
ในวันเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตวัคซีนและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระ ประชุมร่วมกันที่ WHO ในนครเจนีวา เพื่อหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจในประเด็นต่างๆ ก่อนเร่งผลิตวัคซีนที่จะใช้ป้องกันโรคนี้ ซึ่งรวมทั้งการตัดสินใจว่าเมื่อใดจึงสมควรจะเปลี่ยนการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ธรรมดา มาเป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่อาจระบาดไปทั่วโลก อย่างในปัจจุบัน ผลที่ได้จากการประชุมจะส่งต่อถึงนางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการ WHO ผู้คาดว่าจะออกคำแนะนำในเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า



