ข่าว

พ.ท.ยื่นศาลฯตีความพรก.กู้เงิน4แสนล้านขัดรธน.

พ.ท.ยื่นศาลฯตีความพรก.กู้เงิน4แสนล้านขัดรธน.

15 พ.ค. 2552

“เพื่อไทย” ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ ท้า”กอร์ปศักดิ์”ออกทีวีแจง ปชช.

 (15พ.ค.) นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ซึ่งเป็นการกู้เงิน 4แสนล้าน ที่ขัดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 184 โดยได้เข้าชื่อ ส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่งในห้าตามรัฐธรรมนูญ 185 กำหนดไว้ โดยพระราชกำหนดกู้เงินดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ในลักษณะซ่อนเงื่อน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภาโดยฉกฉวยแอบซ่อนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นเข้าไปด้วย ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามมาตรา 184 วรรคสอง

 ซึ่งกำหนดให้กู้เงินได้เท่าที่ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น การออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องเงินคงคลังที่ร่อยหรอลงจำนวน 2 แสนล้านบาทเป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าฉุกเฉินมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่การออกพระราชกำหนดกู้เงินเกินกว่าจำนวนดังกล่าวอีก 2 แสนล้านบาทเพื่อเป็นกองทุนเงินนอกงบประมาณเพื่อการลงทุนนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ
 
 รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นหลักฐานความล้มเหลวและผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่ผิดพลาดไปจากเป้าหมายมากจนไม่สามารถปิดหีบงบประมาณปี 2552ได้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็เคยคิดจะเอาเงินกองทุนนอกงบประมาณมาเสริมสภาพคล่องให้เงินคงคลัง แต่ถูกคัดค้าน มิหนำซ้ำรับบาลยังกู้เงินเกินมากกว่าที่จำเป็นอีก 2 แสนล้านมาเป็นเงินนอกงบประมาณ อ้างความจำเป็นจากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว แต่แฝงไว้ใช้ในภารกิจทางการเมืองของรัฐบาลและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภา ทั้งๆที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบกลางปี 2552 ยังเบิกจ่ายได้ไม่เต็มที่

 ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 4เดือนเท่านั้น ในปีงบประมาณ 2552 อีกทั้งการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมปี 2552 จำนวน 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยมากกว่า ยังต้องผ่านการพิจารณาสามวาระจากรัฐสภา ใช้เวลาอภิปรายหลายวัน ดังนั้น การออกกฎหมายกู้เงินเพื่อการลงทุนในลักษณะกองทุนเงินนอกงบประมาณนี้ ไม่ถูกต้อง จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานซึ่งถ้าปล่อยไป ต่อไปรัฐบาลชุดใหม่จะหลีกเหลี่ยงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายตาม พ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายปี 2502 เพราะต้องถูกอภิปรายตรวจสอบจากรัฐสภา
 
 นายคณวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องดังกล่าว ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าทำถูกต้อง ตนอยากท้าให้ออกมาโทรทัศน์ เพื่อชี้แจงเหตุผลกับประชาชนให้ชัดเจน ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรี หรือ รมว.คลัง มา เพียงขอให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ มาร่วมชี้แจงก็พอ จะได้ให้คนไทยทั้งประเทศรับทราบอย่างโปร่งใส