ข่าว

'มท.'แจงจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมแล้ว

'มท.'แจงจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมแล้ว

10 พ.ค. 2555

มหาดไทยแจงจ่ายเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมแล้วแต่อาจล่าช้าบ้าง ลำปางประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมหลังพื้นที่เกิดฝนตกหนักหลายวันติดต่อกัน สบอ.16 เตือน อช.ห้วยน้ำดัง-อช.สาละวิน เสี่ยงน้ำป่าดินถล่ม ผวจ.เมืองคอนมอบเงินช่วยครอบครัวเหยื่อน้ำป่าคร่า 3 ชีวิตพ่อ-ลูก

              10พ.ค. 2555  นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เงินซ่อมบ้านจำนวน 2 หมื่นบาท ตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นั้นได้เร่งรัดไปยังจังหวัดแล้ว หากมีข้อมูลพร้อมสมควรที่จังหวัดต้องเร่งจ่ายเงินจำนวนนี้โดยด่วน ทั้งนี้ยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากต้องรวบรวมเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายจริงตามระบบราชการ โดยยอดรวมที่จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วใน จ.สมุทรสาคร จ.ลพบุรี จ.นครปฐม จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร รวม 8,787 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปครบจำนวนแล้ว เหลือเพียงส่วนที่ช้า ซึ่งมาจากคนที่ประสบภัยจริง แล้วยื่นคำร้องไม่ทันในช่วงแรก จึงได้มีมติ ครม. วันที่ 1 มี.ค. ขยายเวลาให้มายื่นข้อมูลใหม่จนถึง 31 มี.ค. จึงทำให้กลุ่มหลังที่มายื่นจะได้เงินช้า

              สำหรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท นั้น นายประชากล่าวว่า ปภ.ได้สรุปการช่วยเหลือ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2554 และวันที่ 31 ม.ค. 2555 ให้ขยายการช่วยเหลือจนถึงวันที่ 31 มี.ค. จำนวนครัวเรือนทั้ง 64 จังหวัด และ 11 จังหวัดภาคใต้ อนุมัติกรอบครัวเรือนทั้งสิ้น 2,289,562 ครัวเรือน เป็นเงิน 11,447,810,000 บาท อย่างไรก็ตาม มีครัวเรือนที่ตรงตามหลักเกณฑ์ เช่น น้ำท่วมขัง 7 วัน จำนวน 1,793,171 ครัวเรือน เป็นเงิน 8,965,855,000 บาท

              ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจ่ายเงินแล้ว 1,456,221 ครัวเรือน เป็นเงิน 7,281,105,000 บาท คิดเป็น 97.99 % ส่วนการช่วยเหลือในกรุงเทพมหานคร กรอบ 1,089,242ครัวเรือน โดยกทม.รับรองข้อมูลและแจ้งปภ. ส่งธนาคารออมสิน 597,764 ครัวเรือน โดยจำนวนวงเงินใน กทม. ค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะ ประชาชนต้องไปยื่นหลักฐานที่เขตหลายครั้ง อาจจะไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องอีก จึงไม่รับเงินก็เป็นได้ และในส่วนที่เหลือของต่างจังหวัดนั้น อาจมาจากครัวเรือนนั้นไปทำงานที่อื่น และติดตามตัวไม่ได้


กทม.สรุปลอกคลองทั่วกรุงคืบหน้า49 เปอร์เซ็นต์

              นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังเดินทางไปตรวจแนวป้องกันถาวรริมคลองมหาสวัสดิ์บริเวณ วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา และความคืบหน้าขุดลอกคูคลอง การดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันถาวรริมคลองมหาสวัสดิ์ ตามนโยบายของกทม.เพื่อป้องกันน้ำท่วม บริเวณวัดปุรณาวาส จากเดิมความสูง 2.65 เมตร ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรเป็น 3.00 เมตร ขณะนี้โครงการคืบหน้าคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ โดยยังเหลือที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันอีก 470 เมตร บริเวณแนวป้องกันน้ำท่วม วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา ซึ่งโครงการจะแล้วเสร็จช่วงเดือนพ.ศ.ปีนี้ โดยก่อนหน้านี้มีงบประมาณก่อสร้างโครงการเดิมอยู่ที่ 26 ล้านบาท แต่สำนักระบายน้ำได้ของบประมาณเพิ่มเติมอีก 10 ล้านบาท เพื่อแก้ไขแบบและวัสดุก่อสร้าง โดยจะใช้เสาเข็มเขื่อนชนิดลงแผง เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วม 

              ส่วนสาเหตุที่โครงการดังกล่าวมีความล่าช้า เนื่องจากต้องเจรจาไล่รื้อผู้รุกล้ำริมคลอง อีกทั้งหลายโครงการที่กทม.ว่าจ้างกำลังประสบปัญหาขาดผู้รับเหมา หลังจากนโยบายภาครัฐที่เร่งขุดลอกคูคลองในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ การสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมแบบถาวรจะเป็นการรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองมหาสวัสดิ์และป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งกรุงเทพตะวันตกได้  ส่วนความคืบหน้าในการขุด ลอก คู คลอง ทางผู้บริหารสำนักการระบายน้ำชี้แจงว่า การขุดลอกคูคลอง เขตทวีวัฒนาทั้งหมด 14 คลอง ระยะทางรวม 25,836 เมตร มีความคืบหน้าคิดเป็น 26.63 เปอร์เซ็นต์ เขตตลิ่งชันทั้งหมด 43 คลอง ระยะทางรวม 43,235 เมตร ความคืบหน้าคิดเป็น 61 เปอร์เซ็นต์ และเขตจอมทองทั้งหมด 72 คลอง ระยะทาง 53,786 เมตร ความคืบหน้าคิดเป็น 82.44 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อสรุปภาพรวมที่กทม.ดำเนินการ ขุด ลอก คู คลอง ทั้งหมด 1,203 คลอง ระยะทาง 1,830,387 เมตร ขณะนี้มีความคืบหน้าคิดเป็นร้อยละ 49.42 เปอร์เซ็นต์


เนคเทคลุ้นใช้โมเดลทำนายอุทกภัย

              นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนคเทคอยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาแบบจำลองอุทกพลศาสตร์ เพื่อทำนายอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างฐานข้อมูล โดยรวบรวมตัวเลขระดับน้ำท่วมสูงสุดจากพื้นที่ตัวอย่างที่ประสบเหตุอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว
 
              "ในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามพื้นที่ต่างๆ เนคเทคจะติดแผ่นป้ายสัญลักษณ์บอกระดับน้ำสูงสุดไปด้วย โดยจะกระจายติดบนผนังตามรอยคราบน้ำท่วมที่ขึ้นสูงสุดเมื่อปี 2554 จำนวน 1 หมื่นป้าย ซึ่งใช้งบดำเนินการ 1.2 ล้านบาท " นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวและว่า เนคเทคตั้งเป้าส่งมอบป้ายสัญลักษณ์ให้กับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมภาคกลางทั้ง 16 จังหวัด ได้มีส่วนร่วมในการรายงานข้อมูลระดับน้ำท่วม
 
              นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น FloodSign ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้รายงานระดับคราบน้ำท่วมสูงสุดสำหรับอุทกภัยปี 2554 เพื่อใช้งานร่วมกับป้ายสัญลักษณ์บอกระดับน้ำท่วม แอพพลิเคชั่นจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานข้อมูลระดับน้ำท่วมได้จากที่บ้าน


“ผบ.ทบ.”คาด“ไทย”ไม่น่าแล้งหนัก

              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า ทุกปี 50 กว่าจังหวัดก็แล้ง แต่จะทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดอีก คือ การขุดลอกคูคลอง ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้พล.อ.เอก สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระบุว่า ปีต่อไปน่าจะมีงบประมาณให้ทหาร ในการดูแลคูคลอง ขุดลอกแหล่งน้ำระหว่างปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน คิดว่า บ้านเราไม่น่าจะแล้ง เพราะปริมาณฝนตกแต่ละปี ก็พอเพียง
  
              ผบ.ทบ. กล่าวว่า ปัญหาคือเราเก็บน้ำได้แค่ไหน ถ้าเราเก็บน้ำไม่ได้ก็น่าจะโมโห เพราะเทวดาอุตส่าห์โปรดมาเยอะแยะแล้ว แต่ถ้าเราสามารถเก็บน้ำหน้าแล้งได้ และป้องกันน้ำท่วมได้ก็เป็นเรื่องดี คือ การขุดลอกคูคลอง ประเด็นหนึ่ง คือ อย่าตัดไม้ทำลายป่า ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะป่าคือ ชีวิต คือทุกอย่างของคนไทย หากไม่มีป่า คนไทยต้องหัวเราะ ยิ้มไม่ได้เหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะแล้ง ร้อน และไม่มีน้ำกิน
  
              “อยากฝากทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ในการนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าในทุกมิติทั้งด้านความมั่นคง สังคม จิตวิทยา จิตใจ  ทุกคนต้องร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้า อะไรที่มีปัญหาอยู่ก็ใช้วิธีการที่ถูกต้องแก้ไขปัญหากันไป วันนี้แก้ไม่ได้ วันต่อไปต้องแก้ได้  ขอให้นึกถึงทุกคนที่มีส่วนร่วม เพราะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ อยากให้ดูแลคนทุกคนให้เท่าเทียม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


นอภ.ถลางมอบเงินเยียวยา1.3ล.ช่วยบ้าพัง

              ที่สำนักงานเทศบาลตำบลศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายนฤนาถ สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.ศรีสุนทรและใกล้เคียงที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา รอบแรกจำนวน 410 ราย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,354,000 บาท โดยมีนายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาฯ ตลอดจนตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมมอบด้วย


ลำปางประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมหลังพื้นที่เกิดฝนตกหนัก

              ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดลำปาง ได้สรุปพื้นที่สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากเกิดฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาว่า พื้นที่ที่เกิดฝนตกหนัก ในได้แก่ เขตเทศบาลนครลำปาง เขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครและเทศบาลตำบลพิชัย อ.เมือง ที่เกิดน้ำฝนตกหนัก และน้ำป่าไหลหลากลงมาท่วมถนนสายสำคัญ จึงกระทบต่อการใช้เส้นทาง บางจุดรถผ่านไปไม่ได้ ซึ่งไม่มีสิ่งสาธารณะประโยชน์ของทางราชการเสียหาย แต่มีบ้านเรือนในชุมชนทองประเสริฐ ต.ชมพู เทศบาลนครลำปาง ได้รับความเดือดร้อน จากน้ำท่วมขังบางส่วน ทางเทศบาลได้ใช้เครื่องสูบน้ำเข้าช่วยดูดน้ำออกจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

              สำหรับพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง เกิดน้ำป่าหลากมาจากยอดเขาสูง ทำให้บ้านเรือนของนายสุข ตาฝาย อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 บ้านสัก ในหมู่บ้านสัก ม.3 ต.บ้านเอื้อมพังล้มลงมาทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง จากนั้น นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้อนุมัติงบทดลองราชการ เพื่อบรรเทาภัยพิบัติ เตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือบ้านพังทั้งหลัง และเครื่องใช้ภายในบ้านที่พังเสียหาย รวมเป็นเงินกว่า 40,000 บาท แบ่งเป็นเงินตามระเบียบบ้านพัง 30,000 บาท และเงินช่วยเหลือเครื่องใช้ภายในบ้านอีกกว่า 10,000 บาท และในพื้นที่ ต.บ้านเอื้อม และขณะนี้ทางจังหวัดลำปาง ได้ประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันแล้ว


สบอ.16 เตือน อช.ห้วยน้ำดัง-อช.สาละวิน เสี่ยงน้ำป่าดินถล่ม

              นายเสริมยศ สมมั่น ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นทีอนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า ในปีนี้มีปริมาณฝนในต้นฤดูค่อนข้างมากส่งผลให้พื้นที่ป่าในหลายจังหวัดทางภาคเหนือมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนที่มีอยู่กว่า 20 แห่ง เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้เปิดศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยมีทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำที่ดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง  จ.เชียงใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทันทีที่ได้รับแจ้ง
 
              ทั้งนี้พื้นที่อุทยานที่สุ่มเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติในฤดูฝน คือ อุทยานแห่งขาติห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง อุทยานแห่งชาติออบขาน อ.หางดง อุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย อ.เมืองเชียงใหม่ รวมถึงอุทยานแห่งชาติสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สถานที่เหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากเนื่องจากมีทางน้ำผ่านและเสี่ยงต่อดินถล่มจากดินภูเขาที่อุ้มน้ำไว้เต็มที่ ขณะเดียวกันอุทยานแหล่านี้ยังมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

              นายเสริมยศ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีคำสั่งปิดอุทยานแห่งชาติ แต่ในการเข้าไปท่องเที่ยวขอให้นักท่องเที่ยวเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย


ผวจ.นครศรีฯมอบเงินช่วยครอบครัวเหยื่อน้ำป่าคร่า3ชีวิต 

              ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 10.00 น. นางกิตติมา แก้วประดับ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางเข้าพบนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก จากทางจังหวัด 1 แสนบาท โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 กรณีนายดำรงค์ แก้วประดับ สามี พร้อมลูกชาย 2 คน และนางกิตติมา เดินทางมาพักผ่อนเล่นน้ำอยู่บริเวณน้ำตกท่าหา หมู่ 6 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ถูกกระแสน้ำป่าพัดพาเสียชีวิตไป 3 คน

               โดยญาติรายหนึ่งของนางกิตติมากล่าวว่า อยากให้คนที่เข้าไปตัดไม่ทำลายป่าได้รับรู้รับทราบว่าผลจากการกระทำของพวกเขาได้ตกมาอยู่ในตระกูลของตนเองการสูญเสียชีวิตมาจากการทำลายป่าของพวกเขา หากมีต้นไม้น้ำป่าคงไม่พัดเข้ามามากมายจนทำให้ญาติต้องเสียชีวิตคราวเดียวถึง 3 คน ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนอย่างนี้ อยากให้คนที่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่าได้รับรู้ถึงการสูญเสียบ้าง

              ขณะที่ นายวิโรจน์กล่าวว่า จากกรณีนี้เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของชะตาชีวิต อีกส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากปัญหาการไหลหลากของน้ำป่าอย่างรวดเร็วคือการเข้าไปบุกรุกถือครองที่ดิน เพื่อทำการเกษตร จึงทำให้น้ำมันมาเร็วมาก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ทางจังหวัดจะใช้บทเรียนนี้ มากระตุ้นเรียกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้ว่าเราจะต้องดูแลผืนป่าเอาไว้ คืนสภาพธรรมชาติให้สมบูรณ์อย่างเร็วที่สุด

              “วันที่ 27-28 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมป้องกันและปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติ เป็นครั้งที่ 2 โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมาร่วมลงนามร่วมกันป้องกันการบุกรุปเพิ่มเติม ในวันนี้จะเซ็นประกาศห้ามบุกรุกเพิ่มเติม หากพบจะส่ง จนท.เข้าไปดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งจับกุมและรื้อถอน ไม่ว่าจะเป็นป่าพรุ เขตอุทยาน เขตห้ามล่าเท่าที่ได้รับรายงาน จ.นครฯมีกว่า 4 หมื่นไร่ หลังจากที่มีการสืบสวนสอบสวนให้นำหลักฐานมายืนยันสิทธิประมาณ 2-3 พันไร่ ส่วนที่เหลือนั้นก็เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานในเรียกคืน”นายวิโรจน์ กล่าว