
'สมคิด'แนะรัฐยึดศก.พอเพียงดันจีดีพีโตยั่งยืน
"สมคิด"แนะรัฐบาลยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงบริหารประเทศ ดันจีดีพีโตยั่งยืน ชี้ที่ผ่านมามุ่งหาประโยชน์จากตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ มองข้ามศก.แท้จริง
10พ.ค.2555 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษหัวข้อ "ชี้นำเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ในงานสัมมนา 80 ปี หอการค้าไทยว่า จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทั้งนักวิชาการ ประชาชน หลายประเทศทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน
"ทั้งนี้ที่ผ่านมาการบริหารเศรษฐกิจยุคใหม่มุ่งผลประโยชน์โดยเฉพาะการหาผลตอบแทนจากตลาดรอง การนำสินเชื่อดี ลูกหนี้เอ็นพีแอลไปขายต่อในตลาดรอง การซื้อขายสิทธิ์ในการซื้อหุ้น หรือการนำสิทธิ์ประกันไปขายต่อเมื่อเศรษฐกิจแท้จริงภาคการผลิตมีปัญหา ทำให้ตลาดรอง ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ มีปัญหาทั่วโลก จึงเห็นว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับ ควรนำมาใช้ในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนโยบายดังกล่าวไม่ปิดกั้นการเติบโตแต่ต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน" นายสมคิด กล่าวและว่า
ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศเติบโตเฉลี่ย 2.6% แต่ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน การกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ต้องเป็นภาระหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี หวั่นเกรงว่าหนี้สาธารณะอาจสูงถึง 47% หากบริหารจัดการไม่ดี เพราะขณะนี้เป็นการขาดดุลเชิงโครงสร้างอาจทำให้หนี้สาธารณะสูงถึง 50-60%
อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เพื่อให้โครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่งต้องสร้างความแข็งแกร่งให้รากหญ้า เพราะค่าจ้างแงงานขั้นต่ำในประเทศจะไม่ต่ำเหมือนเดิมสอดคล้องกับการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แต่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสินค้า แต่การยกเลิกเป็นผู้รับจ้างผลิตควรปรับมาเป็นการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ การค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การปรับตัวรองรับเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มองว่าบริษัทขนาดใหญ่จะสามารถแข่งขันได้ แต่ยังห่วงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ควรยึดหลักเหมือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมาต้องการให้เอสเอ็มอีเข้ามาลงทุนในอาเซียน เพราะเงินเยนแข็งค่า โดยญี่ปุ่นให้การส่งเสริมทั้งการพัฒนาและวิจัย เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยหน่วยงาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันจนเอสเอ็มอีญี่ปุ่นสามารถลงทุนในแถบอาเซียนจนเติบโตได้
ขณะเดียวกันยังมองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงทั้งจากสหรัฐและยุโรปจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและเอกชนช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจอยู่บนพื้นฐานความยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง



