
ก้าวย่างต่อไปของไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (2)
จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : ก้าวย่างต่อไปของไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (2) โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]
มาคุยต่อเรื่องสังคมคาร์บอนต่ำ ผมขอยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น แนวคิดสำคัญในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำนั้น ได้รับการเสนอโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นในปี 2550 โดยเขาได้ชี้ให้เห็นว่าหากโลกต้องการลดระดับของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 โลกจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดของสังคมใน 3 ประการสำคัญกล่าวคือ
1.Carbon Minimization : ทุกภาคส่วนในสังคมควรร่วมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ธรรมชาติสามารถดูดซับได้ โดยการสร้างระบบของสังคมเพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถตัดสินใจและเลือกที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย มาตรการ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ เป็นต้น
2.Simpler life style : การส่งเสริมให้ผู้คนในสังคมเห็นคุณค่าของการปรับเปลี่ยนการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นไปสู่รูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้และโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น
3.Coexistence with Nature : ได้แก่การที่มนุษย์ตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและร่วมรับผิดชอบดูแลระบบนิเวศที่ตนอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นกระบวนการปรับตัวเข้าหาธรรมชาติเพื่อรองรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
อันที่จริงในการมุ่งสู่การปรับเปลี่ยนเป็นสังคมคาร์บอนต่ำนั้น ลำพังแค่การปรับเปลี่ยนจิตสำนึกของผู้คนย่อมไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญอีก 2 ด้านกล่าวคือ 1.กลไกตลาด และ 2.การบริหารจัดการเมืองคาร์บอนต่ำ
ในด้านกลไกตลาดนั้น มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบกลไกตลาดที่เหมาะสมที่จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวของมันเองได้ในระยะยาว เพราะด้วยกลไกราคาที่เหมาะสมจะดึงดูดให้คนเข้ามามีส่วนร่วม โดยในด้านของผู้ผลิตเทคโนโลยีเองก็จะสามารถเข้ามาลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ส่วนอีกด้านที่เน้นการบริหารจัดการนั้น มีเป้าหมายเพื่อจะมุ่งปรับปรุงและบริหารเมืองหรือมหานครที่ยังขาดการวางผังเมืองและบริหารการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างดีพอ ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งเน้นเชิงพื้นที่ (Area based) เพื่อการสร้างเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ที่เหมาะสมต่อไป
ก้าวต่อไปของกระทรวงพลังงานเพื่อการพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำนั้น ควรมุ่งเน้นส่งเสริม สนับสนุน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับทรัพยากรในท้องถิ่นนั้นๆ และควรมุ่งเน้นการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนา รวมถึงกฎระเบียบที่ยังมีความล้าหลังและไม่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เราอาจจะแบ่งส่วนของการพัฒนาและปรับปรุงออกเป็น 3 ด้านหลักๆ กล่าวคือ 1.กิจกรรมที่มุ่งเน้นการจัดหาและแปรรูปพลังงาน 2.กิจกรรมการเผาไหม้เชื้อเพลิงในภาคขนส่ง และ 3. กิจกรรมการเผาไหม้เชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม โดยเครื่องมือสำคัญที่ต้องนำมาใช้ในแต่ละด้านประกอบด้วย
การสร้างนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน
การปรับปรุงกฎระเบียบและเงื่อนไขให้เหมาะสมต่อการลงทุน
การยกระดับและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานให้เหมาะสมและรองรับการขยายตัวของสังคมคาร์บอนต่ำ
การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนในสังคมร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำ
ผมเชื่อว่างานด้านการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำเป็นงานที่ต้องการการบูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แต่การเริ่มต้นจากกระทรวงพลังงานก่อนเพื่อให้เห็นถึงเค้าโครงของการพัฒนาและเป็นต้นแบบในการต่อยอดในอนาคตก็นับว่าเป็นสิ่งที่ต้องเร่งลงมือโดยเร็ว
...................................
(จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : ก้าวย่างต่อไปของไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (2) โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])



