ข่าว

แห่ตึ๊ง!เปิดเทอมโรงรับจำนำเงินหมด

แห่ตึ๊ง!เปิดเทอมโรงรับจำนำเงินหมด

10 พ.ค. 2555

ผู้ปกครองแห่ใช้บริการโรงรับจำนำเป็นค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม ขอนแก่นเงินเกลี้ยง ด้านเชียงใหม่ต้องสำรองเงิน 200 ล้าน ขณะที่นครราชสีมา ยอดจำนำทะลุ 240 ล้าน ส่วนพิษณุโลกเผยรายจ่ายบุตรหลานกว่า5พันบาทต่อคน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 55  นายทองนิด วงศ์มาตร์ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ในระยะสองสัปดาห์นี้มีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก เฉลี่ยวันละ 100-200 คน เนื่องจากใกล้เปิดเทอม จนเงินหมุนเวียนจำนวน 40 ล้านบาท ที่รับมาล่าสุดเมื่อต้นปีหมดไปเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ต้องรออีกประมาณ 10 วัน จึงได้รับเงินก้อนใหม่อีกจำนวน 40 ล้านบาท รวมทั้ง 2 เเห่งเป็นเงิน 80 ล้านบาท ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เซ็นอนุมัติไปก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นเงินจาก ธ.ก.ส.

          ในระยะนี้จึงต้องแก้ปัญหาโดยให้ประชาชนยื่นคิวไว้ก่อนและจัดลำดับให้กับผู้มาก่อนโดยเฉพาะรายย่อยที่ต้องการเงินไม่มากและมาจากอำเภอรอบนอก  ส่วนรายใหญ่ที่ต้องการจำนวนมากกว่าก็ต้องเข้าคิวนาน เพราะว่าต้องรวบรวมเงินจากผู้ที่มาไถ่ถอนในแต่ละวัน ซึ่งความต้องการเงินแต่ละวันประมาณ 7-8 ล้านบาท ขณะที่ผู้ที่มาไถ่ถอนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะต่อดอกมากกว่า ทำให้จำนวนเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอกับความต้องการ มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต้องผิดหวัง และต้องมาเข้าคิวใหม่ในวันถัดไป

          นายทองนิดกล่าวว่า ทรัพย์สินที่นำมาจำนำเป็นทองรูปพรรณกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นเครื่องไฟฟ้าประเภททีวีจอแบน และอื่น ๆ ขณะนี้ราคาค่อนข้างลงก่อนหน้านี้ให้เต็มที่บาทละ 2 หมื่นบาท แต่วันนี้เหลือ 19,000 บาท และมีแนวโน้มราคาจะลดลงอีก ส่วนใหญ่จะขอเต็มวงเงินของมูลค่าทรัพย์สิน และปัจจุบันถ้าถึงช่วงเปิดเทอมและเทศกาลใช้เงิน โรงรับจำนำของรัฐบาลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากในจังหวัดขอนแก่นมีแค่ 2 แห่ง แต่ให้บริการทั้งจังหวัด ปัจจุบัน เงินหมุนเวียนที่ลงไปทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท  

          นางรำไพ ชื่นใจ อายุ 40 ปี อาชีพเกษตรกรทำนาและเลี้ยงหมู บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เดินเข้าโรงรับจำนำ มาตั้งแต่เช้าแต่ก็ต้องรอคิวเจ้าหน้าที่บอกว่าเงินไม่พอต้องรอให้มีคนมาไถ่ถอนก่อน เพราะตนต้องการเงินค่อนข้างมากนำมาทองมาจำนำ 2 บาท ต้องการเต็มที่ 38,000 บาท ก็จะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเรียก คงไม่ไปร้านทองเพราะที่นี่ดอกเบี้ยถูกกว่าเยอะแค่ 50 สตางค์ ขณะที่ร้านทองร้อยละ 2-3 บาท เนื่องจากปีนี้มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทั้งค่าใช้จ่ายของลูก 2 คน ที่เรียนอยู่ชั้น ม.1 และ ป.2 และจะเปิดเทอมอีกไม่กี่วัน ทางโรงเรียนนัดให้ไปชำระค่าใช้จ่ายในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ 2 คนน่าจะใช้เกือบหมื่นเพราะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดสำหรับลูกคนแรก ส่วนที่เหลือนำไปซื้ออาหารหมูและค่าจ้างไถนา

          เช่นเดียวกับนางสมปอง สิทธิ อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าง บอกว่า เคยไปจำนำที่ร้านทองแต่ครั้งนี้มาใช้บริการที่โรงรับจำนำของรัฐบาลเพราะไม่ต้องการแบกดอกเบี้ย โอกาสที่ทองจะหลุดจำนำก็น้อย เพราะต่อดอกได้เรื่อย ๆ ในอัตราที่ต่ำ ซึ่งครั้งนี้ต้องการเงินเกือบหมื่นบาทเพื่อใช้จ่ายในวันเปิดเทอมเพราะลูกจะขึ้น ม.1 ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่หมด และยังไม่รู้ด้วยว่าจะต้องซื้อหนังสือหรือให้ยืมเรียน แค่ค่าเสื้อผ้า ค่าครู และค่าพิเศษต่าง ๆ ก็หลายพันบาทแล้ว

 

เชียงใหม่คึกคักยอดผู้ใช้บริการโรงรับจำนำพุ่ง สำรองเงินกว่า 200 ล้าน

 

          นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานธนานุบาลในสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ที่มีจำนวน 3 แห่ง คือ สถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 1 (ท่าแพ)  สถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 (ช้างเผือก) และสถานธนานุบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 3 (ประตูเชียงใหม่) ได้มีการเตรียมเงินสำรองในช่วงก่อนเปิดเทอมแห่งละ 30 ล้านบาท รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้นเกือบ 100 ล้านบาท และได้มีการเตรียมเงินสำรองอีกกว่า 90 ล้านบาทหากไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

          สำหรับบรรยากาศโรงรับจำนำถือว่าคึกคักจากช่วงปกติเป็นอย่างมาก เฉลี่ยแต่ละวันจะมีประชาชนมาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 350-400 คน จากเดิมมีเพียงวันละ 300 คนเท่านั้น เพิ่มขึ้นกว่า  20-30% เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องใช้เงินเรื่องการศึกษาของบุตรหลานทั้งการจ่ายค่าเทอม การซื้อชุดนักเรียน ร้องเท้า และอุปกรณ์การเรียนอีกหลายรายการ ทั้งนี้ ทน.เชียงใหม่  อยากประชาชนสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนใช้บริการของสถานธนานุบาลเนื่องจากมีดอกเบี้ยถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยสินค้าที่นำมาจำนำมูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท อัตราดอกเบี้ย จะอยู่ที่ 0.50 บาทต่อเดือน ขณะที่จำนำสินค้ามูลค่า 5,001-30,000 บาทอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1 บาทต่อเดือน และหากจำนำสินค้ามูลค่า 30,000 บาทขึ้นไปอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.50 บาทต่อเดือน 

          ด้านนายสุรพล โอวิทยากุล ประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า บรรยากาศร้านทองช่วงนี้คึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เปิดเทอมมีพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีความจำ เป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อนำเงินไปใช้ช่วงก่อนเปิดเทอมได้นำทองมาทั้งจำนำและขายกันอย่างคึกคัก โดยสัดส่วนทั้งการจำนำและการขายไม่ต่างกันมากนัก ขณะเดียวกันยังพบว่ามีประชาชน ที่มีกำลังซื้อแห่มาซื้อทองกันมากขึ้น เนื่องจากราคาทองมีการปรับลดลงเหลือเพียงบาทละ 23,500 บาทเท่านั้น จากวานนี้ (9 พ.ค.) ที่มีราคาบาทละ 24,000 บาท เพียงวันเดียวเท่านั้นราคาทอง มีการปรับลดลงบาทละ 500 บาท

 

นครราชสีมาใกล้เปิดเทอมแห่ใช้บริการโรงจำนำ 3 แห่งยอดทะลุ 240 ล้าน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถานธนานุบาล หรือโรงรับจำนำทั้ง 3 แห่ง ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาในช่วงใกล้เปิดเทอมนี้ว่า ช่วงนี้บรรยากาศภายในสถานธนานุบาลทั้ง 3 แห่งของเทศบาลนครนครราชสีมาต่างก็คึกคักไปด้วยประชาชนที่เข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดการใช้เงินของโรงรับจำนำทั้ง 3 แห่งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาทะลุกว่า 240 ล้านบาทแล้ว 

          โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้นำสิ่งของมีค่ามาจำนำกับทางสถานธนานุบาล ซึ่งกว่า 90% จะเป็นทองคำรูปพรรณ รองลงมาก็จะเป็นสิ่งของจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า และโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ประชาชนที่มาใช้บริการหลายรายบอกว่า จะนำเงินที่ได้จากการจำนำทรัพย์สินไปใช้จ่ายค่าเทอม และซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับบุตรหลาน

          นายอารมณ์ ทางตะคุ ปลัดเทศบาลนครนคราชสีมา รักษาการนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางเทศบาลนครนคราชสีมาได้เพิ่มงบประมาณจากเดิม 160 ล้านบาท เพิ่มเป็น 300 ล้านบาท ให้กับทางสถานธนานุบาลทั้ง 3 แห่งในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาเพื่อให้บริการกับประชาชนในช่วงใกล้เปิดเทอมนี้ พร้อมกันนี้สถานธนานุบาลทั้ง 3 แห่งยังได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียงร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน รวมถึงการยืดระยะเวลาในการไถ่ถอนจาก 3 เดือน เพิ่มเป็น 4 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง

 

พิษณุโลกผู้ปกครองเผยรายจ่ายบุตรหลานรับเปิดเทอมกว่า5พันบาทต่อคน
 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้บรรดาผู้ปกครองได้พาบุตรหลานไปเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนกันอย่างคึกคักตามร้านขายเสื้อผ้านักเรียน โดยเฉพาะย่านถนนนเรศวร และถนนเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื่องจากในสัปดาห์หน้าก็จะเป็นวันเปิดภาคเรียนกันแล้ว โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็จะพาบุตรหลานมาเลือกซื้อเสื้อผ้านักเรียน รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์การเรียน กระเป๋า สมุดดินสอ โดยราคาในปีนี้ยังถือว่าไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา โดยเสื้ออยู่ที่ราคา 100-200 บาท กางเกงอยู่ที่ราคา 100-180 บาท กระโปรง ราคา 80-250 บาท ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับระดับชั้น ตามขนาด เกรด และยี่ห้อของสินค้า 

          จากการสอบถามผู้ปกครองหลายราย เลือกที่จะซื้อชุดเสื้อผ้าคละ 1-2 ชุดเท่านั้น เนื่องราคาค่าใช้จ่ายบุตรหลานคนหนึ่งในการซื้อชุดเสื้อผ้านักเรียน และอุปกรณ์การเรียนประมาณ 4,000-5,000 บาท หากมีบุตรหลาน 2 คน ก็ต้องเสียประมาณ 10,000 บาททีเดียว

          นางศิริวรรณ วงศ์อาสา ผู้ปกครองรายหนึ่ง กล่าวว่า ในปีนี้ราคาเสื้อผ้านักเรียนขยับขึ้นมานิดหน่อย โดยตนเองมาซื้อกระเป๋า รองเท้าและอุปกรณ์การเรียนเท่านั้น ส่วนเสื้อนักเรียนและกระโปรงนักเรียน ยังให้ใช้ของเดิมของปีที่แล้ว เนื่องจากยังใช้ได้อยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย เนื่องจากปีนี้ ค่าครองชีพในการจับจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคต่าง ๆ ได้ขยับตัวสูงขึ้น