ข่าว

กรณีอากง

กรณีอากง

10 พ.ค. 2555

กรณีอากง : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก [email protected]

              นายอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง ผู้ต้องโทษจำคุก 20 ปี ตามคำพิพากษาของศาลอาญา ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้รับการปลดปล่อย หลุดพ้นเป็นอิสระจากการคุมขังแล้วด้วยความตาย การเสียชีวิตของตัวเอง โดยมิทันได้พึ่งพาการร้องขอพระราชทานอภัยโทษ
 
              กรณีของนายอำพล หรือ อากง นับเป็นโศกนาฏกรรมหนึ่งในประเทศนี้ ที่ชวนเศร้าสะเทือนใจ ท่ามกลางข้อสงสัยกังขาว่า ผู้ต้องโทษชรา อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งคนนี้ ได้กระทำความผิดลงไปจริงหรือไม่ เป็นอาชญากรเลวทรามต่ำช้าสามานย์ ทำความชั่วอย่างมหันต์ สมควรได้รับโทษจำคุก 20 ปีจริงหรือเปล่า
 
              นายอำพล เสียชีวิตจากไปแล้ว ในขณะที่บุคคล องค์กรซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายคน แม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างไปจากตายทั้งเป็นสักเท่าไรนัก
 
              และอย่าได้กล่าวหาเลยว่า ผู้ใด ใครเป็นคน "ฆ่า" อากง
 
              เพราะหลายคน หลายองค์กร ต่างล้วนมีส่วนทำให้นายอำพล หรือ อากง ต้องมาประสบพบพานกับโชคชะตาอันน่ารันทด เสียชีวิตในคุกในตะรางด้วยกันทั้งสิ้น
 
              หากพินิจพิจารณาถึงวัยวุฒิ คุณวุฒิ ไม่เชื่อว่าคนอย่างนายอำพล จะสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ ถึงขนาดส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือได้ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการฆ่าอากงให้ต้องมาตกตายอยู่ในเรือนจำ จึงเริ่มต้นตั้งแต่มือมืด ไอ้โม่ง คนซึ่งลักลอบเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายอำพลไปส่งข้อความ ไล่เรียงไปถึงอำนาจรัฐ กระบวนการยุติธรรม และกฎหมาย
 
              รวมทั้ง กระทั่งใครก็ตามซึ่งหยิบยกนำเอาประเด็นเกี่ยวด้วยมาตรา 112 คดีความของนายอำพลมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง แสวงหาอำนาจวาสนาให้แก่ตัวเอง
 
              ขึ้นเวทีปราศรัยปากกล้า ด่าทอโจมตีอำมาตย์เป็นวรรคเป็นเวร ยอมไม่ได้ประกาศต่อต้านมาตรา 112  อย่างถึงที่สุด แต่ครั้นมีอำนาจวาสนา ท่าที พฤติกรรมกลับพลิกผันเปลี่ยนไป
 
              จากเสือโคร่งกลายเป็นแมวเซื่อง
 
              เข้าไปใช้อำนาจรัฐ โดยมีทั้งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเสนาบดี ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนประชาชนเข้าไปใช้อำนาจนิติบัญญัติ แต่คนเหล่านั้นได้ทำอะไรให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง ประชาชนคนเสื้อแดงบ้าง
 
              นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวในประเด็นมาตรา 112 ก็ทำท่าทางพะอืดพะอมเต็มประดา พูดจาแต่ละคำนอกจากมิได้ก่อผลเกิดประโยชน์อันใดแล้ว ยังหน่วงเหนี่ยวฉุดรั้งพัฒนาการทางสังคมอีกด้วย
 
              ขนาดนายอำพล ตั้งนพกุล เสียชีวิต คนเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้สึกอารมณ์ร่วมอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย แทนที่จะแสดงความรันทดเสียใจ กลับไปแถลงข่าวเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีเสนาบดีให้เป็นที่สมเพทเวทนา น่าสงสัยว่า ที่ปลุกปั่นมวลชนคนเสื้อแดงมาหลายปีนี่ มีเจตนา เป้าหมายอันใดแน่
 
              ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเคลื่อนไหวโฆษณาชวนเชื่อ เรียกร้องมวลชนคนเสื้อแดงอีกด้วย มิให้นำเอากรณีของอากงไปรณรงค์เคลื่อนไหวต่อต้านมาตรา 112  โดยกล่าวอ้างว่า กลัวเป็นเหตุนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 
 
              เป็นห่วงเป็นใย รักใคร่รัฐบาลยิ่งไปกว่าหลักการ ความถูกต้องเสียอีก
 
              เหยียบศพมวลชนคนเสื้อแดงได้ดิบได้ดี เป็นเสนาบดีอำมาตย์ไปตามๆ กัน มี นายอำพล ตั้งนพกุล  ให้เหยียบย่ำซ้ำเติมอีกศพหนึ่ง คงมีคนได้เสวยสุขเสพอำนาจเพิ่มเติมขึ้นอีกในไม่ช้าไม่นาน