ข่าว

สาเหตุแห่งส่วย

สาเหตุแห่งส่วย

10 พ.ค. 2555

สาเหตุแห่งส่วย : เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]

              มีตำรวจระดับสารวัตรทำหน้าที่นักสืบรายหนึ่ง ปรับทุกข์กับผม เกี่ยวกับปัญหาส่วยที่เกิดขึ้นในแวดวงตำรวจ ฟังแล้วน่าเห็นใจครับ จึงหยิบนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเห็นใจแก้ปัญหาให้แก่ตำรวจชั้นผู้น้อยซึ่งทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขใกล้ชิดสนิทแน่นกับพี่น้องประชาชน
 
              นายตำรวจยศสารวัตรรายนี้บอกว่า เขามีรายได้จากเงินเดือนรวมกับเงินเบี้ยเลี้ยงตกประมาณเดือนละ 3 หมื่นบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกกระจายเป็นค่าใช้จ่ายของสมาชิกในครอบครัว ค่าบ้าน ค่างวดรถ และค่าอาหาร 3 มื้อ บวกลบคูณหารรายรับกับรายจ่ายแล้วแทบไม่พอยาไส้
 
              ในแต่ละเดือนหากมีคดีเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ก็ต้องควักเงินจากกระเป๋าออกมาเป็นค่าใช้จ่าย ค่าอาหารลูกน้องบ้าง ค่าเลี้ยงดูสายข่าวบ้าง จนกระเป๋าแทบฉีก
 
              ตำรวจรายใดมีเงินถุงเงินถังเพราะทางบ้านฐานะดี หรือภรรยารวย ก็โชคดีไป ยังพอถูไถมีเงินใช้จ่ายสางคดี แต่รายใดที่อัตคัดขัดสน ก็ต้องไปหาเศษหาเลยในธุรกิจสีเทาๆ
 
              แรกๆ ก็ยังพอมีความกระดากอาย แต่นานวันเข้าเกิดความเคยชินจนกลายเป็นสันดาน นี่คือจุดเริ่มต้นลำดับแรกๆ ของวัฏจักรส่วย
 
              ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาส่วย โดยตำรวจระดับสารวัตรคู่สนทนาของผมยืนยันว่า หากต้องการเจริญก้าวหน้าในอาชีพตำรวจต้องขยันหาส่วยส่งนาย หรือไม่ก็ต้องมีเงินถุงเงินถังไว้ซื้อหาเก้าอี้ในฤดูโยกย้าย
 
              ข้าราชการตำรวจระดับผู้ปฏิบัติเงินเดือนไม่กี่หมื่น จะมีเงินถุงเงินถังมาจากไหน หากไม่ฉกฉวยเอาจากเงินนอกระบบ ที่บรรดานักธุรกิจสีเทาๆ หยิบยื่นให้
 
              วัฏจักรส่วยในวงการตำรวจหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามวิถี หยั่งรากฝังลึก จนยากที่จะขุดโค่น แต่งตั้งโยกย้ายแต่ละทีเงินสะพัด ว่ากันว่าพื้นที่ทำเลทองใครต้องการจับจองเก้าอี้ ต้องจ่ายตัวเลขหลายหลัก แล้วค่อยไปถอนทุนคืน
 
              ตำรวจจำนวนไม่น้อยเบื่อหน่ายกับวัฏจักรส่วย แต่พูดไม่ได้ เพราะจะเข้าตัว
 
              สารวัตรนักสืบรายนี้ ให้ข้อคิดไว้น่าสนใจครับ
 
              หากต้องการกำจัดปัญหาเรื่องส่วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมีงบประมาณอย่างพอเพียง ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ปฏิบัติหาเอาเองอย่างเช่นทุกวันนี้
 
              ขณะที่การแต่งตั้งโยกย้ายต้องพิจารณาจากความรู้ความสามารถและผลงานการทำหน้าที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่พิจารณาจากขนาดของซองและคนของใคร
 
              ผมฟังแล้วถึงบางอ้อ...สาเหตุแห่งส่วยมันเป็นเช่นนี้เอง