
สอบเพิ่มเหตุร่วงกระเช้าติดป้ายใบหยก
พนักงานสอบสวนเผยเรียกสอบละเอียด ผู้เกี่ยวข้องเหตุพื้นกระเช้าติดป้ายโฆษณาตึกใบหยกหักทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ยันรวบรวมข้อมูลจนกระจ่างชัด ก่อนสรุปสาเหตุหาผู้รับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 55 พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส. สน.พญาไท กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีเหตุกระเช้าติดป้ายโฆษณาหักบนตึกใบหยก 2 ทำให้พนักงานร่วงตกลงมาเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย ว่า ในเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 8-9 ปาก ซึ่งเป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทของผู้ตาย และบริษัทเจ้าของกระเช้า โดยในวันที่ 10 พ.ค. ตนได้นัดให้นายเพลินจิต กองอุดม อายุ 30 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ และ นายสุวิเชษฐ์ หรือดอน จันทร์ผ่อง ไม่ทราบอายุ พนักงานบริษัทคิวแอด แอทเวอร์ไทร์ซิ่ง ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มาสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ผู้ตายซึ่งเป็นญาติกับนายเพลินจิต และนายสุวิเชษฐ์ กำลังอยู่ระหว่างจัดการเรื่องพิธีศพที่บ้านเกิดในจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงไม่สะดวกในการเข้าให้ปากคำ อีกทั้งสภาพจิตใจยังไม่พร้อมเลยขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นสัปดาห์หน้าแทน
พ.ต.ท.โชติ กล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยาค่าเสียหายนั้น ทางบริษัทของผู้ตาย และญาติผู้เสียชีวิตยังไม่ได้ตกลงพูดคุยถึงในเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ เพราะกำลังยุ่งในการจัดพิธีศพที่ต่างจังหวัด ซึ่งคงต้องรอหลังงานศพเสร็จสิ้นจึงคาดว่าจะสามารถเรียกมาพูดคุยกันในเรื่องการชดใช้เยียวยาค่าเสียหายได้ ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ใครจะผิดหรือถูกก็คงจะต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความประมาทของบุคคล หรือว่ากระเช้านั่งร้านอยู่สภาพไม่พร้อม ซึ่งจะต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนสรุปสำนวนคดีต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.พญาไท เจ้าของคดี กล่าวว่า ในคดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้ตั้งเป็นคณะทำงานสอบสวน ประกอบด้วย พ.ต.ท.โชติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีตนและพนักงานสอบสวนร่วมเป็นคณะทำงานด้วย โดยหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้ที่รอดชีวิต เจ้าหน้าที่ที่ทุบกระจกช่วยผู้รอดชีวิต และเปรียบเทียบกระเช้าที่เกิดอุบัติเหตุกับกระเช้าของบริษัทอื่น ๆ ว่าได้มาตรฐานถูกต้องหรือไม่ มีการดัดแปลงต่อเติมหรือไม่ รวมทั้งรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน นำมารวบรวมเพื่อให้ได้ข้อมูลกระจ่างชัดที่สุดเพื่อหาสาเหตุในอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งถ้าพบความผิดก็จะต้องพิจารณาว่าเป็นความผิดที่ตัวบุคคลหรือวัตถุ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง และเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบ ก่อนจะนำมาประชุมสรุปสำนวนคดีต่อไป



