
'4ปีครองคู่วิศวกรฮอลแลนด์-สาวขอนแก่น'
'4 ปีกับการครองคู่ วิศวกรฮอลแลนด์-สาวขอนแก่น'...สุขทุกวัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ปัญญาพร สายทอง
ชีวิตคู่ของผู้หญิงวัยสามสิบปีเศษต้องแตกสลาย เมื่อครอบครัวที่ครองรักกันมา 7 ปี ผ่านมาแต่ร้อนแต่ทุกข์ ไม่เคยผ่านสุขหรือจะมีความร่มรื่นในชีวิต กับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ทั้งเจ้าชู้และขาดความรับผิดชอบ เมื่อต้องจมอยู่ในห้วงแห่งความมืดมน จมอยู่กับความห่วงกังวลในโรคช้ำรั่วที่เป็น โดยไม่ได้รับการเอาใจใส่ ดูแลยามเจ็บไข้ได้ป่วย ลูกน้อยที่มีอยู่คนเดียว จึงมิอาจเป็นโซ่ทองคล้องใจให้ทั้งสองอีกต่อไป ที่สุดก็ต้องต่างคนต่างไป
เมื่อเลิกรากับสามี "สุบรรณ ขันผง" สาวชาว อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม ก็ต้องกัดฟันหาเลี้ยงตัวเอง และได้มาเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองขอนแก่น ทำงานหน้าเตา ร้อนอบอ้าว อาบเหงื่อต่างน้ำ เพื่อลืมเรื่องราวแต่หนหลัง กัดฟันฝ่าชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวัน
ในร้านที่ทำงานอยู่ มีลูกค้าชาวต่างชาติผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามามาก พนักงานในร้านก็คอยต้อนรับพูดคุยอย่างเป็นกันเองตามประสาคนไทยที่เป็นมิตร ยิ้มง่าย โดยเฉพาะสาวอีสานด้วยแล้ว ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลและแบ่งปัน เป็นสิ่งที่คนต่างชาติต่างภาษาหลงใหล หลายคนถึงกับทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดมาปักหลักอยู่อีสาน
เช่นเดียวกับ "เฮนริคแจน เกลเดอร์แมน" หรือ "ลุงแฮงค์" วิศวกรชาวฮอลแลนด์ ปัจจุบันอายุ 72 ปี อดีตทำงานที่ประเทศเบลเยียม จนเกษียณอายุเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ได้ตัดสินใจทิ้งถิ่นฐานมาอยู่ในเมืองไทย เพราะเคยมาเที่ยวพักผ่อนแล้วรู้สึกชอบในอัธยาศัยไมตรีของคนขอนแก่น และค่าครองชีพถูก เมื่อมาเมืองไทยก็มุ่งหน้ามาปักหลักที่ขอนแก่น ทำอาชีพเป็นวิศวกรรับจ้างเป็นงานๆ ไป
4 ปีที่แล้ว "เฮนริคแจน" ได้ไปนั่งรับประทานอาหารในร้าน เกิดสะดุดตากับแม่ครัว ที่ดูเรียบร้อย พูดน้อย ยิ้มน้อย แต่เมื่อยิ้มโลกนี้ดูสว่างไสว
หลังจากนั้น เฮนริคแจน ก็แวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ มาแอบมองหญิงไทยผู้มีรอยยิ้มตราตรึงใจ และที่สุดก็เข้าไปแนะนำตัวว่าอยากเรียนรู้ศึกษาในชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่งให้ลึกซึ้งกว่านี้
"วันหนึ่งมีฝรั่งตัวใหญ่ๆ เข้ามาสั่งอาหารที่ร้านแล้วเดินเข้ามาบอกว่า ชอบ มานั่งดูตั้งนานแล้ว ดูว่าเราเป็นอย่างไร อากัปกิริยาดีหรือไม่ ส่วนเราเห็นว่าเขาเป็นลูกค้าก็ดูแลตามหน้าที่ ไม่ได้คิดอะไร มองว่าเป็นลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะมาจีบ จู่ๆ ก็บอกชอบ และมั่นใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้"
ตอนนั้นเพื่อนที่ทำงานก็สนับสนุนให้ลองคบดู เพราะเราอยู่คนเดียวมานานกว่า 10 ปีแล้ว เลยลองเปิดใจคบหาดู
หลังจากนั้นลุงแฮงค์มาที่ร้านเป็นประจำ สานสัมพันธ์จนมีความรู้สึกดีๆ ให้ในระดับหนึ่ง แม้จะพูดกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผ่านพ้นไปแค่สองสัปดาห์ ฝ่ายชายก็ขอแต่งงาน ตอนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกกลัวอะไร ไม่ได้รู้สึกรัก แค่ชอบที่เขาเป็นคนจิตใจดี และอยากลองเปลี่ยนชีวิตเมื่อเขารับปากว่าจะดูแลครอบครัวอย่างดี จึงลองคบหากันอย่างจริงจัง
"เขาขอแต่งงาน อยากให้ไปอยู่ด้วย ตอนที่เรากับเขาพบกันเราก็คุยกันธรรมดา ไม่ได้คุยแบบมาจีบ ไม่มีแลกเบอร์ เมื่อก่อนเคยคิดอยากมีสามีฝรั่ง แต่พอมีฝรั่งมาขอแต่งงานก็รู้สึกอึ้ง เพื่อนก็บอกว่าก็ดีจะได้มีคนมาอยู่ดูแลกัน สุขภาพเราก็ไม่แข็งแรงนัก ก็เลยตอบตกลงไปอยู่กับเขา"
เมื่อลองใช้ชีวิตด้วยกันได้ไม่ถึงสามเดือน จากความชอบก็แปรเปลี่ยนเป็นความรัก เพราะเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น ศึกษานิสัย ใจคอกันมากขึ้น รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และพื้นฐานลุงแฮงค์เป็นคนขี้เล่น ตลก ทำให้ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 4 ปี มีแต่ความสุขที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่อายุห่างกันกว่า 30 ปี แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค
เขาเป็นคนตรงๆ ถ้ารักก็คือรัก อันไหนไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ได้พูดคุยกันว่า ใครชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีการปรับตัวเข้าหากัน แต่ปัญหาที่พบคือ ช่วงแรกที่เราคบกัน มีข่าวว่าเขามีผู้หญิงเยอะ ตัดสินใจถามตรงๆ ซึ่งก็ไม่ปฏิเสธว่า เมื่อก่อนเคยมีผู้หญิงเยอะ แต่พอมาเจอเรา เขาก็หยุด มีแค่เราคนเดียว เป็นสิ่งที่ทำให้เราประทับใจอีกอย่างหนึ่ง ในความที่เขาเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นออกมา
อาการเจ็บป่วยของ "สุบรรณ" ด้วยโรคช้ำรั่ว มีอาการปัสสาวะเล็ด ต้องใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่สำหรับคู่ชีวิตอย่างลุงแฮงค์ กลับบอกว่า รับได้และพร้อมจะดูแล เขาบอกว่า ขอแค่เข้าใจกันดีเท่านั้นเป็นพอ เรื่องอื่นไม่สนใจ
หลังจากใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันประมาณปีครึ่ง วันหนึ่งเขาก็มาขอแต่งงานอีกครั้ง เป็นการแต่งงานอย่างเป็นทางการ จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย เขาบอกว่า หากเราแต่งงานกัน เมื่อเขาเป็นอะไรไปทางรัฐบาลของประเทศเขาจะให้การช่วยเหลือดูแลหลังจากเขาเสียไป เราจะได้ไม่ลำบาก ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน เป็นงานแต่งงานเล็กๆ จัดที่หอพัก หลังจากนั้นก็ใช้ชื่อ นางสุบรรณ เกลเดอร์แมน อย่างเต็มตัว ตั้งแต่นั้นมา
"ตั้งแต่คบกันมายังไม่เคยทะเลาะกันแม้สักครั้งเดียว เพราะยึดหลักการใช้พื้นฐานของความเข้าใจเป็นสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ เพราะถ้าเราหยุด เขาก็จะหยุด อาศัยหลักในการดำเนินชีวิตคือ ใช้หลักใจเขาใจเรา เอาเหตุผลเข้ามาคุยกัน ถ้าเขายอมเรา เราก็ยอมเขา"
ทุกวันนี้ "สุบรรณ" ในวัย 41 ปี ยังคงทำอาชีพที่ตัวเองรัก เป็นแม่ครัวปรุงอาหารให้ลูกค้ารับประทาน ส่วนลุงแฮงค์ แม้จะอยู่ในวัย 72 ปีแล้ว แต่ยังไม่ทิ้งอาชีพที่ตัวเองรัก รับงานที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมทั้งที่มาบตาพุดและที่ ส.ป.ป.ลาว บางครั้งสุบรรณก็ติดตามไปด้วย เพื่อท่องเที่ยวและคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นอีกคู่ชีวิตของเขยฝรั่ง-สะใภ้อินเตอร์ที่ลงตัว
................................
(หมายเหตุ : '4 ปีกับการครองคู่ วิศวกรฮอลแลนด์-สาวขอนแก่น'...สุขทุกวัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ปัญญาพร สายทอง)



