ข่าว

ใช้เกณฑ์ปี39เลือก22สสร.วิชาการ

ใช้เกณฑ์ปี39เลือก22สสร.วิชาการ

09 พ.ค. 2555

เผยโครงร่างหลักเกณฑ์ เลือก 22 สสร.วิชาการ ยึดหลักเกณฑ์เลือก สสร.ปี39 เป็นหลัก เปิดโอกาส อดีตนายกฯ-รองนายกฯ-รัฐมนตรี , อดีตสนช., อดีตสสร. ร่วมร่างรัฐธรรมนูญใหม่

          แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐสภา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการวางหลักเกณฑ์ การคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตามมาตรา 291/6 ว่า ขณะนี้คณะกรรมการซึ่งมีนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา เป็นประธาน ได้หารือไปแล้ว 1 นัด เพื่อวางกรอบการทำงาน และร่างโครงร่างของหลักเกณฑ์คัดเลือก สสร. สายวิชาการ จำนวน 22 คน

          ทั้งนี้ เบื้องต้นได้นำกฎหมายและประกาศที่เคยใช้มาในสมัย สสร.ชุดแรก ปี 2539 มาเป็นต้นแบบ อาทิ ประกาศประธานรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรับธรรมนูญ ที่จะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

          รวมถึงระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ระเบียบสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียบวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษา หรือ องค์กรเอกชนที่มีสิทธิ์เสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.ศ.2553 มาเป็นแม่แบบในการกำหนดรายละเอียดส่วนของสภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคม และองค์กรภาคเอกชนที่มีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลให้เข้ารับการคัดเลือกเป็นสสร.

          ทั้งนี้ ได้นำข้อท้วงติงที่ได้มีการอภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาประกอบการพิจารณาด้วย โดยขณะนี้ ทางกรรมการได้ตั้งเจ้าหน้าที่ชุดหนึ่งเพื่อจดรายละเอียดข้อท้วงติง และข้อเสนอต่าง ๆ ในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้การกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวมีความรอบคอบที่สุด

          แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของบุคคล ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร. จำนวน 15 คนนั้น ทางกรรมการชุดนี้ เป็นผู้จัดทำหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของบุคคล ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการด้วย โดยเบื้องต้นได้หารือกันไว้ว่า จะให้ตัวแทนขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับสายงาน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ศาลยุติธรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาของประกาศประธานรัฐสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมาเป็น ส.ส.ร. พ.ศ.2539 ที่คาดว่า จะนำมาเป็นหลักเกณฑ์การกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อ นั้น ในข้อ 2 ระบุไว้ว่า

          (1) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง ได้แก่ (ก)ผู้ที่เคยเป็นนายกฯ รองนายกฯ หรือ รัฐมนตรี (ข) ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติแห่งรัฐ เช่น ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ, สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

          (2) ผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ (ก) ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า (ข) ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารสูงสุดซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีฐานะและอำนาจหน้าที่ไม่ตำกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ2 (2) (ก) หรือ (ค) แล้วแต่กรณีในหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และ (ค) ผู้ที่ดำรงหรือเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีฐานะและอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกันแต่เรียกชื่ออย่างอื่นในรัฐวิสาหกิจ

          (3) ผู้มีประสบการณ์ด้านการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ผู้ที่เคยเป็นกรรมการหรือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรี หรือสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติแห่งรัฐ ตามข้อ 2 (1) (ข)