ข่าว

อินไซด์ครม.'ปู'ฉุนจว.ภัยแล้งเพิ่ม

อินไซด์ครม.'ปู'ฉุนจว.ภัยแล้งเพิ่ม

09 พ.ค. 2555

ครม.ปู เครียด ไม่มีผลงานในสายตาปชช. นายกฯ ฉุน มท.ปล่อยจังหวัดภัยแล้งเพิ่ม ทำ รบ.เสียชื่อ กำชับหน่วยงานต่าง ๆ รัดกุมใบอนุญาตสร้างอาคาร หลังเกิดเหตุตกตึก-โรงงานระเบิด

          แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า การประชุม ครม.วันที่ 8 พ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีอารมณ์หงุดหงิด กรณีกรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานตัวเลขสถานการณ์ภัยแล้งจากเดิมที่เคยรายงานว่า มีภัยแล้งแค่ 30 จังหวัด แต่วันนี้ ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50 จังหวัด

          ทั้งนี้ นายกฯตำหนิว่า งบฯฉุกเฉินของจังหวัดในการแก้ปัญหาภัยแล้งจังหวัดละ 50 ล้าน ทราบว่า บางจังหวัดมีอำเภอที่ประสบภัยแล้งเพียงอำเภอเดียว แต่จังหวัดนั้นกลับประกาศเป็นจังหวัดประสบภัยแล้งทั้งหวัด ทำให้รัฐบาลเสียชื่อเสียง ซึ่งการใช้งบฯนั้น ได้ย้ำหลายครั้งแล้วว่า ให้ใช้เท่าที่จำเป็นและฉุกเฉิน หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องใช้ เพื่อให้หน่วยงานอื่นนำไปเบิกใช้ได้ จึงขอให้แต่ละหน่วยงาน และผู้ว่าฯ ไปปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมและแก้ไขโดยเร็วที่สุด

          แหล่งข่าว ระบุว่า นายกฯ ยังมีอารมณ์หงุดหงิด กรณีที่หลายกระทรวง ยังไม่เสนอแผนงานการใช้งบฯ การป้องกันแก้ไขน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาทเข้ามา ซึ่งเรื่องนี้นายกฯได้ย้ำหลายครั้งแล้ว แต่หลายกระทรวง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงไอซีที ยังไม่เสนอเรื่องขึ้นมา โดยนายกฯ บอกว่า งบตัวนี้ตั้งไว้เพื่อแก้ไขน้ำท่วม จึงขอให้เร่งเสนอขึ้นมา เนื่องจากขณะนี้เข้าใกล้จะถึงฤดูฝนแล้ว แต่บางหน่วยงานก็ยังไม่เสนองบฯขึ้นมา

          แหล่งข่าวอ้างว่า นายกฯ ได้ย้ำต่อที่ประชุมว่า หากหน่วยงานใดยังไม่เสนอมาในสัปดาห์หน้า จะตัดทิ้ง เพราะหน่วยงานนั้น คงพิจารณาแล้วว่า ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือถ้าบางโครงการที่เคยเสนอไว้ในงบ 1.2 แสนล้านบาทนี้ หากยังไม่จำเป็นในตอนนี้ก็ขอให้บรรจุไว้ในงบ 3.5 แสนล้านบาท

          นอกจากนี้ นายกฯ ยังแสดงความกังวล และเป็นห่วงกรณีเหตุการณ์พนักงานบริษัทเสียชีวิต ขณะติดป้ายโฆษณาที่ตึกใบหยก ตลอดจนเหตุการณ์โรงงานระเบิดที่มาบตาพุด จ.ระยอง จึงขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบระเบียบการยื่นขอแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ รวมทั้งวิธีการรักษาความปลอดภัย การฝึกอบรม การกู้ภัย หากเกิดเหตุต่างๆ ภายในอาคารเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร

          นายกฯ ยังแสดงความข้องใจ ในกรณีมาบตาพุดด้วยว่า ไม่เข้าใจว่า ทำไมเหตุการณ์ระเบิดโรงงานจึงมักเกิดขึ้นทุก 2 ปี และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะมีเหตุระเบิดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้าไปตรวจสอบและให้ใบอนุญาต แสดงว่า ไม่มีการควบคุมตรวจสอบกันเลย หรือมีการออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานกันอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบให้ชัดเจน

 

ครม.ปู เครียด ไม่มีผลงานในสายตาปชช.

          แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. แจ้งว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้แซวรัฐมนตรีบางคนที่โพลล์บางสำนักระบุให้คะแนนสอบผ่านอย่างอารมณ์ดี แต่รัฐมนตรีบางคนที่โพลล์ระบุว่า ประชาชนไม่รู้จัก มีสีหน้าไม่สู้นัก

          ขณะที่บางคนเช่น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม ได้นำเรื่องที่กทม.ต่อสัญญาสัมปทาน 30 ปีให้กับ บีทีเอส โดยไม่หารือกระทรวงมหาดไทยว่า เป็นการทำผิดกฎหมาย มามอบให้ทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงข่าวนี้ และนายชัชชาติ ยังไปแถลงข่าวนี้ด้วยตัวเอง ที่กระทรวงคมนาคมด้วย

 

ย้ำ ครม.ลงพื้นที่เช็กราคาสินค้า

          ส่วนกรณีที่โพลล์ยังระบุว่า ประชาชนไม่พอใจกรณีสินค้าราคาแพงขึ้นมากนั้น นส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวกับครม.ว่า พวกเราต้องไปหาประชาชนเพราะประชาชนจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับพวกเราในเรื่องนี้ รัฐบาลไม่เคยไม่ยอมรับว่า ของแพง เพราะของแพงนั้น เป็นไปตามกลไกตลาด และเป็นไปตามธรรมชาติ ครม.คนใดยังไม่ลงพื้นที่สำรวจตลาดก็ขอให้ดำเนินการ

          นอกจากนี้ ยังขอให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์เป็นเลขานุการของการดำเนินการครั้งนี้ และรายงานความคืบหน้าต่อครม.ทุกระยะ

          ด้านนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม ได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมครม.ว่า เมื่อครั้งที่ไปเยือนประเทศกัมพูชา ทางกัมพูชาได้บอกว่า พืชผลทางเกษตรทุกอย่างในประเทศของเขา ประเทศเวียดนามได้จ่ายเฉพาะเงินให้กับกัมพูชาเท่านั้น และหลังจากจ่ายเงินเสร็จ ก็ยังรับซื้อพืชผลทางการเกษตรของกัมพูชาด้วย ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้ปลูก ไม่กินมะม่วงแก้ว ทั้งที่กัมพูชายังปลูกอยู่ แต่ไทยกลับไม่ซื้อ รวมไปถึงมะนาวที่กัมพูชามีอยู่มากมาย

          ขณะที่ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า มะนาวปลูกมากใน จ.เพชรบุรี ดังนั้น มะนาวในพื้นที่จึงมีราคาสูง เรื่องมะนาวไม่มีอะไร ต้องเข้าใจมะนาวเสียก่อน เพราะมะนาวต้องปลูกถึง 3 ปี กว่าจะมีลูก แต่พอฤดูฝน น้ำมา มะนาวจะออกลูกทันที ราคาจึงเหลือลูกละ 1 บาท เดือนเม.ย. มันก็แพงทั้งนั้น แต่ไม่ต้องไปตกใจ เมื่อฝนมามะนาวก็เหลือลูกละ 1 บาท ไม่ต้องไปนำเข้าจากกัมพูชา

          จากนั้น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า บางคนไปพูดว่า มะนาวลูกละ 8 บาท ทั้งที่มะนาวมีราคาตั้งแต่ลูกละ 4 บาทจนถึง 8 บาท ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ต้องเข้าใจว่า สินค้าทางการเกษตรแต่ละประเภทมีกลไกตามฤดูกาล

 

อัดสื่อโจมตีรัฐ ไม่ยอมรับของแพง โบ้ย เป็นไปตามกลไกตลาด

          แหล่งข่าวกล่าวว่า ครม.ยังหารือกรณีสื่อบางค่าย และบางรายการบอกว่า รัฐบาล ไม่ยอมรับว่า ของแพงในช่วงนี้ โดยมีการระบุว่า ความจริงรัฐบาลยอมรับว่า ของแพง แต่ควรเข้าใจว่า มันเป็นไปตามกลไกและโครงสร้างราคาทางตลาด

          ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ทุกหน่วยงานต้องช่วยกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จัดพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาถูกแล้ว โดยให้ประชาชนมาขายและไม่คิดค่าเช่าพื้นที่ เช่น พื้นที่ใต้สถานีรถไฟฟ้ามาจัดการขายสินค้าราคาถูก

          นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะจัดพื้นที่ในโครงการบ้านเอื้ออาทรให้พื้นที่จำหน่าย รวมทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงพาณิชย์ที่จะจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกด้วยและเริ่มต้นในสัปดาห์หน้า ตอนนี้สินค้าแพงมีแค่พืชผัก เนื่องจากน้ำท่วม และมีการยกแปลงใหม่ในการเพาะปลูก ราคาจึงสูงในช่วงนี้ รัฐบาลไม่ห่วงเรื่องของถูกหรือของแพงแต่ห่วงเรื่องคุณภาพสินค้า

 

ผสมโรงอัด ปชป. สร้างวาทกรรมสะกดจิต ปชช.

          แหล่งข่าวกล่าวว่า นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ครม.ว่า บางพรรคพูดเรื่องของแพงทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นวาทกรรมทางการเมือง ที่ไม่เป็นความจริง เป็นสิ่งที่นำมาสะกดจิตประชาชน โดยหวังว่า จะเกิดผลกระทบกับรัฐบาล แต่ความจริงผลกระทบมันตกอยู่กับประชาชน โดยบางร้านไม่ได้ขึ้นราคาสินค้า แต่ถูกร้านอื่น ๆ เขม่นจึงจำเป็นต้องขึ้นราคา ซึ่งครม.เห็นด้วยกับสิ่งที่นายทนุศักดิ์กล่าวไว้

 

เบรก คลัง ขึ้นภาษีน้ำมัน สั่งถอนขึ้นราคารถไฟฟ้า

          แหล่งข่าว กล่าวว่า ครม.ยังหารือเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขณะนี้ได้ปรับลดลง ซึ่ง นายทนุศักดิ์ สอบถามว่า หากเป็นแบบนี้ ควรเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันขึ้นหรือไม่ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธแนวคิดนี้ และยังระบุว่า รัฐบาลต้องลดภาระให้ประชาชน

          ส่วนมาตรการราคาก๊าซทั้งหมด ที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงานวางไว้นั้น ควรนำมาทบทวนทั้งหมด และบางอย่างชะลอการขึ้นราคาได้ ก็ควรดำเนินการ เพราะรัฐบาลต้องการลดภาระประชาชน และต้องไม่กระทบภาคการบริโภคของประชาชนด้วย

          แหล่งข่าวกล่าวว่า ครม.ได้หารือถึงการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินว่า จะขึ้นราคา 1-2 บาทต่อสถานีหรือไม่ แต่ รมว.คมนาคม ได้ถอนเรื่องนี้ ออกจากการพิจารณา ตามแนวทางที่เลขาธิการครม.เสนอทางออกไว้ 3 แนวทางคือ นำกลับไปทบทวน หารือกับผู้ประกอบการ หรือถอนเรื่อง เพราะแม้จะขึ้นราคาเพียง 1 บาท ครม.ก็ไม่อยากให้เป็นภาระกับประชาชน

 

สั่งสภาพัฒน์ฯ รวบรวมตัวเลข เตรียมพร้อมแถลงผลงาน

          แหล่งข่าวกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้สั่งการให้ติดตามการรับจำนำข้าวเปลือก และการระบายข้าวเปลือกด้วยว่า มีความโปร่งใสหรือไม่ เพราะต้องการให้ผลประโยชน์อยู่กับประชาชน และเกษตรกรมากที่สุด และยังสั่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวบรวมตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการและผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า มีคุ้มค่า ชัดเจน และผลสัมฤทธิ์เพียงใด ก่อนที่จะแถลงผลงานรัฐบาลต่อรัฐสภา

          ทั้งนี้ การเลื่อนการประชุมครม.สัญจร จ.กาญจนบุรี จากวันที่ 21-22 พ.ค.มาเป็นวันที่ 19-20 พ.ค.นั้น เนื่องจากในวันที่ 21-23 พ.ค. จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วาระแรก

 

รองปลัดมท.โต้พบโกงงบน้ำท่วม

 

          นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เขาไม่เคยยอมรับกับนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (งบน้ำท่วม) สภาผู้แทนฯ ในเรื่องที่ว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือข้าราชการกระทรวงมหาดไทยรับค่าหัวคิว 35 % ในการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย 1.2 แสนล้านบาทเพื่อจัดทำโครงการแก้ปัญหาอุทกภัย ที่มีความสำคัญเร่งด่วนเพิ่มเติม (แฟล็กชิป) เป็นรายจังหวัด

          ทั้งนี้ เรื่องที่มีผู้แอบอ้าง หรือหน้าม้า ว่าเป็นที่ปรึกษาสส.ในพื้นที่ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย หรือชื่อของข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย เพื่อหักค่าหัวคิวในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ยอมรับว่า มีจริง แต่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ให้อย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างไปตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว

          "โดยส่วนตัว ก็เชื่อว่า ด้วยวุฒิภาวะของผู้ว่าฯ แต่ละคน ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง ก็ไม่น่าจะหลงเชื่อคำกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างแน่นอน ผมไปชี้แจงกับกรรมาธิการชุดดังกล่าว ว่า ทราบเรื่องนี้ แต่โครงการทั้งหมดยังไม่มีการลงชื่อ ไม่มีการเบิกเงินอะไรทั้งนั้น งานก็เพิ่งทำไปไม่ถึง 50 % เงินยังเบิกจ่ายไม่ถึง 10 % เลย ความจริงการแอบอ้างแบบนี้ ก็มีกันทุกโครงการ แต่ไม่ใช่มาโจมตีกระทรวงมหาดไทย แล้วอ้างตำแหน่งผม อย่างนี้มันเสียหาย จะเล่นการเมืองก็อ้างไป แต่อย่าเอาคนอื่นมาทำให้เสียหายไปด้วย”

          ส่วนความคืบหน้าของโครงการแฟล็กชิป นายประชากล่าวว่า ขณะนี้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ลงนามไปตั้งแต่สิ้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เพราะงานในส่วนต้นน้ำต้องเสร็จในเดือนพ.ค. กลางน้ำต้องเสร็จในก.ค. และปลายน้ำต้องเสร็จในเดือนส.ค.

          อย่างไรก็ตาม มีการจัดซื้อจัดจ้าง และก่อหนี้ผูกพันไปกว่า 80 % แล้ว โดยโครงการทุกอย่างจะไม่มีการก่อสร้างใหม่ เป็นการซ่อมระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่แล้วให้มั่นคง และมีความพร้อมมากพอในการรับน้ำ โดยงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทย 1.5หมื่นล้าน ตอนนี้เบิกไปแล้ว 1.2 หมื่นล้าน

          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวน่าจะเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ อาจล่าช้าไปบ้างก็จะควบคุมไม่ให้ล่าช้าเกิน 7-10 วัน ซึ่งติดปัญหาอยู่บ้างในส่วนของพื้นที่ปลายน้ำ เขตภาคกลางตอนล่าง ตั้งแต่จ.ปทุมธานี มาถึงกรุงเทพมหานคร ที่ชาวบ้านปลูกบ้าน หรือมีโครงการล้ำที่สาธารณะประโยชน์ โดยเรื่องเหล่านี้ไม่ง่าย ทำให้ต้องเจรจากับชาวบ้าน ที่อาจปลูกบ้าน หรือปลูกอาคารล้ำเข้าไปในคลอง พอจะทำโครงการก็ต้องปะทะ ทำให้เสียเวลามาก ซึ่งเรื่องนี้ต้องแก้ไขปัญหากันอีกยาว

 

"เคที" ดอดพบบิ๊ก ปชป. ส่งเอกสารจ้างบีทีเอส 1.9 แสนล.

          นายอมร กิจเชวงกุล กรรมการอำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังเข้าพบส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่สภาผู้แทนราษฎรว่า ได้เข้าพบกับผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า เป็นใคร ซึ่งผู้ใหญ่คนนี้ สนใจเรื่องการเซ็นสัญญาว่าจ้างการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กับบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ระยะเวลา 30 ปี วงเงิน 1.9 แสนล้าน

          "ขณะนี้ เคที กำลังเตรียมเอกสารดังกล่าวให้อยู่ คาดว่าจะส่งเอกสารทั้งหมดได้เร็ว ๆ นี้"

          ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะร้องศาลปกครองเพื่อระงับสัญญานั้น นายอมร ปฏิเสธว่า ไม่ทราบจริง ๆ ว่า พรรคเพื่อไทย จะยื่นหนังสือเมื่อไหร่ เพราะไม่ได้ติดตามข่าว แต่ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้แน่นอน

          ทั้งนี้ มีรายงานจากศาลากทม. แจ้งว่า ขณะนี้ ฝ่ายการเมืองไม่ได้กังวลกรณีพรรคเพื่อไทย ที่จะให้มีการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้ระงับสัญญาของเคทีกับบีมีเอส เนื่องจากกทม. มีหลักฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบ โดยเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยพยายามทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะพรรคเพื่อไทยจะโจมตีกทม.ในการแถลงข่าวทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ก่อนมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในต้นปีหน้า