
รบ.โทษนักการเมืองกระทุ้ง'ของแพง'
รบ.โทษนักการเมืองรวมตัวกระทุ้งของแพงทำแม่ค้าไม่กล้าขายราคาถูก อ้างร้านไหนขายถูกจะโดนเขม่น ระดม 5 กระทรวงร่วมมหกรรม ถูกทั้งแผ่นดิน
8พ.ค.2555 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำถึงกรณีที่ราคาพืชผักผลไม้มีราคาแพงหรือถูกตามฤดูกาลว่า รัฐบาลยอมรับมาตลอดในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ละเลย แต่สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยคือ โครงสร้างหรือกลไกราคาว่ามีความผิดเพี้ยนไปหรือไม่
"แต่พบว่ามีกลุ่มการเมืองรวมตัวกันปลุกระดมกระแสของแพงทั้งแผ่นดิน จึงยิ่งเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น อย่างกรณีร้านข้าวแกงที่จำหน่ายอยู่ในตลาด หากมีร้านใดที่จำหน่ายราคาถูกกว่าร้านอื่นก็ไม่สามารถอยู่ได้และถูกข่มขู่ ส่งผลให้ต้องปรับราคาให้แพงขึ้นเหมือนร้านคู่แข่ง" นายอนุสรณ์ กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตามผลกระทบจากวิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้นได้ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่ขณะนี้ก็ได้ทยอยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนายกฯได้กล่าวย้ำอีกประเด็นคือ การพัฒนาคุณภาพของพืชผักผลไม้ เนื่องจากว่ามีพืชผักบางชนิดราคาถูกเป็นบางรายการ เช่น ผักบางชนิดมีหนอนหรือมีสารเคมีปนเปื้อนมา
ทั้งนี้ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปวางแผนการผลิตว่าในแต่ละเดือนนั้นควรจะมีพืชผลทางการเกษตรชนิดใดออกสู่ตลาดบ้าง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีปริมาณมากเกินความต้องการ แต่ถ้าหากพืชผักมีปริมาณมากจะต้องมีการนำไปแปรรูปโดยผนวกเทคโนโลยีเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งหน่วยงานในทุกกระทรวงจะต้องร่วมมือกันในทุกด้าน มิใช่โยนภาระมาให้กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบอย่างเดียว
ส่วนที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้จัดทีมคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่สำรวจตลาดเนื่องจากกรณีสินค้าแพง นายอนุสรณ์ แถลงถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีแต่ละคนว่า นางนลินี ทวิสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดวัฒนานันท์ เขตดอนเมือง ซึ่งไม่พบว่าสินค้ามีราคาแพงผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนราคาก็มีการปรับขึ้นตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลราคาสินค้าสูงสุดของปีที่แล้วมาเปรียบเทียบกับปีนี้ด้วยว่ามีราคาแตกต่างกันเท่าใด ขณะที่ น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่าสินค้าจำพวกพืชผลทางเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีราคาถูก แต่พอส่งเข้ามากรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลราคากลับสูงขึ้นมาก
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ส่วนนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดบางขุนศรี ถนนจรัญสนิทวงศ์พบว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มเช่นเดียวกันกับในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีทั้งปรับขึ้นและถูกลง แต่พืชผักราคาปรับตัวสูงขึ้นมาก
“โดยเฉพาะหอมแดงที่จังหวัดอุตรดิตถ์ราคากิโลกรัมละ 10 บาท แต่พอส่งมากรุงเทพฯ ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 40 บาท ส่วนราคาเงาะที่จังหวัดกาญจนบุรีกิโลกรัมละ 5 บาท แต่เมื่อขนส่งเข้ามากรุงเทพฯ ราคากลับปรับตัวสูงขึ้นเป็น 40 บาท” รองโฆษกฯ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่ตลาดทุ่งครุ พบว่าไข่ไก่เบอร์ 0 และเบอร์ 1 ราคาปรับตัวสูงขึ้น ส่วนเบอร์ 3 และเบอร์ 4 ราคาปรับตัวลดลงเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดส่งผลให้ไข่ไก่มีขนาดเล็กลง แต่เฉลี่ยแล้วภาพรวมของไข่ไก่แนวโน้มปรับตัวลดลง นอกจากนี้ราคาสินค้าเกษตรอย่างกุ้งขาวราคาได้ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วราคาอยู่ที่ 170 บาท เป็น 140 บาท ปลาหมึก ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วซึ่งมีราคาอยู่ที่ 210 บาท เป็น 170 บาท ส่วนราคามะนาวราคาปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาล
“ทั้งนี้ยังมีข้อคิดเห็นที่สะท้อนมาจากเสียงของประชาชน ให้นำเข้ามะนาวจากประเทศกัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหามะนาวแพง เนื่องจากปลูกมะนาวเป็นจำนวนมากจะส่งผลให้ราคามะนาวปรับตัวลงมามาก ราคาลูกละ 1-2 บาท” นายอนุสรณ์ กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวต่อไปว่า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ตลาดเสรี จังหวัดนครปฐม ระบุว่าราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ราคามีแน้วโน้มปรับตัวลดลง ส่วนมะนาวและผักชีมีราคาสูงขึ้นตามฤดูกาลและเชื่อว่าหากเข้าฤดูฝนราคาจะเริ่มปรับตัวต่ำลงแน่นอน ส่วน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตลาดศรีตระกล่ำ พัฒนาการ ถนนรามคำแหง 2 พบว่าราคาเนื้อหมู เนื้อไก่และเงาะมีราคาถูกว่ากรุงเทพฯ
รักษาการโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์สรุปความเห็นจากการลงพื้นที่ว่า รัฐมนตรีทั้ง 11 คนที่ได้เดินทางไปลงพื้นที่เพื่อสำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีกรมการค้าภายในทำหน้าที่เป็นเลขานุการ โดยข้อมูลเฉลี่ยอย่างเป็นทางการพบว่า ราคาเนื้อหมูสดปรับตัวลดลงอยู่ที่ 9.35% เนื้อไก่ลดลงอยู่ที่ 22% ไขไก่ลดลงอยู่ที่ 10% ส่วนราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นก็เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มราคาสินค้าตั้งแต่ 45% ขึ้นไป ขณะที่ราคาเครื่องปรุงปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1.67%
อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังดำเนินการจัดมหกรรมอาหารสำเร็จรูปราคาถูกเพื่อประชาชนหรือมหกรรมราคาถูกทั้งแผ่นดิน โดยจะกระจายการจัดมหกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล รวมถึงในต่างจังหวัดด้วย ส่วนอาหารจำพวกพืชผักและผลไม้จะจัดร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ โดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำสินค้าจากสหกรณ์การเกษตรที่สามารถผลิตผักสดได้จำนวนมาก และมีราคาต้นทุนถูกมาจำหน่ายทั่วประเทศ
“การจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกทั้งแผ่นดิน รัฐมนตรีที่จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมในมหกรรมครั้งนี้ จะดำเนินการจัดในนามของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตามบ้านเอื้ออาทรและจุดกิจกรรมต่างๆของ กรุงเทพฯ และจะไปจัดในพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้มีการจัดมหกรรมเช่นเดียวกัน แต่เป็นมหกรรมสินค้าราคาโรงงาน ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมีการบูรณาการร่วมกันเพื่อไม่ให้สินค้าไปกระจุกอยู่เพียงจุดเดียว” นายอนุสรณ์ กล่าว



