ข่าว

'กมธ.กิจการสภาฯ'เล็งสอบ'บุญยอด'

'กมธ.กิจการสภาฯ'เล็งสอบ'บุญยอด'

08 พ.ค. 2555

'กมธ.กิจการสภาฯ' รับลูก 'เพื่อไทย' สอบ 'บุญยอด' ทำท่า 'ไฮ ฮิตเลอร์' พร้อมแจงของบริจาคได้มาหลังน้ำลด เตรียมเคลียร์ 'ให้วัด-มูลนิธิ' ขีดเส้น 3 วัน

                     8 พ.ค.55 นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย และร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สอบสวน 2 กรณี คือกรณีที่ 1.นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐ ธรรมนูญเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการกล่าวหาว่า เป็นเผด็จการรัฐสภา รวมทั้งทำท่า ไฮ ฮิตเลอร์ โดยร.ท.สุณิสา กล่าวว่า ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในสายตาประชาคมโลก อีกทั้งข่าวดังกล่างยังเผยแพร่ไปทั่วโลก จึงอยากให้กรรมาธิการฯ ตรวจสอบจริยธรรมของนายบุญยอด เพราะหากมีความผิดจริงจะเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมส.ส.

                     ส่วนกรณีภาพโป๊ที่ปรากฏภาพของหญิงสาวที่แสดงท่าทาง ไม่เหมาะสมปรากฏบนจอแสดงผลคอมพิวเตอร์ภายในปห้องประชุมรัฐสภาระหว่างการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 18 เม.ย.55 นั้น ร.ท.สุณิสา กล่าวว่า แม้ว่าชุดสอบสวนข้อเท็จจริงของนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สอบสวนอออกมาระบุว่า ภาพที่ขึ้นไปบนจอมาได้จากโทรศัพท์ยี่ห้อ ซัมซุง เพียง 3 รุ่นแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยได้ไปตรวจสอบพบว่า ข้อสรุปดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากโทรศัพท์ไอโฟนก็สามารถส่งภาพขั้นบนจอแอลจี ได้เช่นเดียวกันโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านใดๆพรรคเพื่อไทยจึงได้มอบข้อมูลใหม่นี้มาให้ กมธ.กิจการสภาฯ เพื่อนำไปดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม

                     ด้านนายไพจิต กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า กรณีภาพโป๊ ตนได้มอบหมายให้ตำรวจและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)ให้ช่วยติดตามในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่ายังมีข้อสงสัยและคาใจถึงเรื่องที่ไม่สามารถระบุที่มาของภาพได้ เพราะอ้างว่าจะกระทบต่อ ธุรกิจ  ซึ่งกมธ.กิจการสภาฯต้องพิจารณาและให้มีข้อปรากฏอย่างชัดเจน ซึ่งจะไม่ให้เรื่องเงียบหายไป อย่างไรก็ตามกมธ.กิจการสภาฯ จะนำทั้ง 2 เรื่องเข้าที่ประชุมในสัปดาห์หน้า โดยจะเชิญทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

 

สภาฯแจงของบริจาคได้มาหลังน้ำลด

                     นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดหาและจัดส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แถลงถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาระบุถึงการที่สภาผู้แทนราษฎรไม่นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเก็บไว้บริเวณสโมสรรัฐสภาว่า ในส่วนของบริจาคที่คณะอนุกรรมการ รับผิดชอบยังเหลือเพียงน้ำตาลทราย จำนวน 296 กระสอบๆละ50 กิโลกรัม ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการเซ็นต์ขออนุมัติแจกจ่าย ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.55 โดยให้แจกจ่ายพื้นที่ประสบภัย 12 จังหวัดๆ ละ 24 กระสอบ ซึ่งบางส่วนได้มีการแจกจ่ายไปแล้วในบางพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าปัญหาน่าจะเกิดจากคนเก็บของเข้าใจผิดคิดว่าน้ำตาลทราย จะเป็นสิ่งของชุดเดียวกับที่จะเอาไปบริจาคร่วมกับโครงการของนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะนำไปบริจารให้แก่ วัด และมูลนิธิต่างๆ

                     ส่วนรายการสิ่งของอื่นๆ 6 รายการได้แก่ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ส้วมกระดาษ ข้าวสาร น้ำปลา เรือยนต์ เครื่องยนต์ เป็นโครงการที่นายสุวิจักขณ์ รับผิดชอบ ที่เป็นของรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ที่ได้รับอนุญาตจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ซึ่งร่วมกับสำนักสงฆ์เขมาภิรโต จ.ราชบุรี ดำเนินการจัดตั้งโรงครัว บริเวณรัฐสภา เพื่อจัดทำอาหารกล่อง จำนวน 20วันๆ ละ2,000กล่อง ให้กลับผู้ประสบอุทกภัย  ส่วนของบริจาคที่พบนั้น นายสุวิจักขณ์ ได้แจ้งเป็นของที่ได้รับมอบมาหลังอุทกภัยคลี่คลายลงแล้ว  ซึ่งนายเจริญ เห็นควรให้นำสิ่งของที่บริจาคมานำไปบริจาคให้กับวัด และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯมีมติให้ดำเนินการนำสิ่งของทั้ง 6 รายการรีบไปบริจาค ภายใน 3 วัน โดยในส่วนของเรือนยนต์ เครื่องยนต์ ทางเทศบาลเมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ได้ติดต่อขอรับนำไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป

                     เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาเช่นนี้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน หากในอนาคตทางสภาฯจะรับบริจาคอีก จะทำให้มีประชาชนร่วมบริจาคน้อยลง ตรงนี้จะทำอย่างไร นายไพจิต กล่าวยอมรับว่า เรื่องของบริจาคเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนก็ได้สั่งการไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาช่วงน้ำลดใหม่ๆ ให้รีบส่งของให้ประชาชนผู้เดือดร้อน ซึ่งฝ่ายเก็บของต้องตระหนักตรงนี้ด้วย หากไม่มีค่าขนส่งของก็ขอให้ใช้เงินบริจาคส่งไป

                     “ต้องกราบขออภัยที่ยังมีข้อขัดข้อง การรับมอบของมีความจริงใจ แต่องค์กรก็ยังขาดความละเอียดอ่อน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะต้องพยายามหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก” นายไพจิต กล่าว