
NGO'ร้องศาลปค.'ถอนใบอนุญาตรง.บึ้ม
สมาคมต่อต้านโรคร้อน เตรียมร้อง "ศาลปกครอง" ทบทวนคำสั่งคดีมาบตาพุดใหม่หลังเกิดเหตุบึ้มโรงงาน ชี้ 2 แห่งมีชื่อใน 76 โครงการที่ร้องระงับปี 52 "ปู"สั่งครม.ลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านมาบตาพุด
8พ.ค.2555 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.จะได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งใหม่เกี่ยวกับคดีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งตามที่ศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราววันที่ 2 ธ.ค.2552 ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านมาบตาพุดรวม 43 ราย ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ รวม 8 หน่วยงาน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานต่าง ๆ จำนวน 76 โรงงานในพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง และให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 67 วรรคสอง
"ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หน่วยงานรัฐ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 สั่งระงับโครงการหรือกิจกรรมการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียงจำนวน 65 โครงการไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น แต่เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 - 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นในโรงงานบีเอสที ในเครืองบริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ และโรงงานของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่าฯ ทำให้มีผู้ล้มตายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยทั้งสองโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานใน 76 โรงงานที่สมาคมฯ และชาวบ้านได้ฟ้องร้อง และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด" นายศรีสุวรรณ กล่าวและว่า
การยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้สั่งกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้องที่ 4 และ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผู้ถูกฟ้องที่ 8 เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการของทั้ง 2 โรงงานต่อไป ขณะเดียวกันก็จะขอให้ศาลสั่งให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ได้เพิกถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (E/HIA) ของทั้งสองโรงงานต่อไป
"ปู"สั่งครม.ลงพื้นที่ให้กำลังใจชาวบ้านมาบตาพุด
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำกับเจ้าภาพที่จัดประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรีว่า ควรจะมีการจัดให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่จะไปประชุม ครม.และ ภาคกรอ. ต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่จังหวัดจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะจังหวัดระยอง เพราะจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ไปดูเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว พบว่าประชาชนและชุมชนในบริเวณดังกล่าวเสียขวัญ จึงได้เน้นย้ำให้รัฐมนตรีและหน่วยงานภาครัฐเอกชนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดระยองให้มากขึ้น เพื่อให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่
สำนักงานประกันสังคมพร้อมจ่ายเงินทดแทน
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน สั่งให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน โดยพร้อมจ่ายเงินให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดของ บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด ซึ่งได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอหลักฐานจากญาติผู้เสียชีวิตเท่านั้น โดยแบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลจำนวน 104 ราย เป็นเงิน 4.5 ล้านบาท ค่าทำศพผู้เสียชีวิตจำนวน 12 ราย รายละ 30,000 บาท เป็นเงิน 360,000 บาท และค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 12 ราย เป็นเงิน 13,824,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,684,000 บาท
ด้าน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม แถลงว่า กรณีการเกิดเหตุระเบิดของ บริษัท บีเอสทีฯ และการเกิดสารเคมีรั่วไหลของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มีคำสั่งในการดูแลพื้นที่อุตสาหกรรม ทั้งมาบตาพุดและพื้นที่อุตสาหกรรมอื่นๆโดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมสอบทานแผนป้องกันความเสี่ยงทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงในเรื่องของสารพิษ สารไวไฟ สารเคมี ให้มีการสอบทานกระบวนการซ่อมบำรุงของโรงงานอุตสาหกรรมและให้มีการตรวจคุณภาพการดำเนินงานอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งแผ่นป้องกันความเสี่ยงให้มีการดำเนินการสอบทานทุกไตรมาส รวมถึง เวลาที่จะเสนอขอต่อใบอนุญาตโรงงาน ต้องนำส่งแผนป้องกันความเสี่ยงที่ต้องสอบทานด้วยว่าแผนดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้จริง และให้มีการสอบทานโรงงานที่มีข้อบกพร่องเกิดเหตุซ้ำซาก และทบทวนมาตรการในการต่อใบอนุญาตใหม่ให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม
รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า จากนี้ไปภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลชุดนี้ ที่จะสร้างมาตรฐานเป็นโรงงานปลอดภัยและชุมชนอยู่รวมได้ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดให้มีระบบแจ้งข้อมูลระหว่างนิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยให้มีการแจ้งข้อมูลไปยังชุมชน ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้มีการบูรณาการศูนย์ข้อมูล โดยให้มีการประมวลข้อมูลข่าวสาร ให้สามารถนำไปใช้สั่งการโดยมีผู้รับผิดชอบโดยตรง
รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า ทั้งนี้ ให้ชี้แจงภาคประชาชนรับทราบข้อมูลทันทีที่เกิดเหตุและข้อมูลดังกล่าวจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้เริ่มจากพื้นที่ที่เกิดเหตุ เชื่อมโยงข้อมูลไปยังระดับจังหวัด และให้เชื่อมโยงข้อมูลจากศูนย์ อีเอ็มซี สแควร์ซึ่งเป็นศูนย์ที่ดูแลข้อมูลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)มายังศูนย์ข้อมูลของสำนักนายกรัฐมนตรีอีกทั้ง นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบ ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันภัยชุมชน โดยให้ทำงานร่วมกับกระทรวงหมาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงานและภาคประชาชน ซึ่งให้มีการบูรณาการแผนและเชื่อมโยงกับแผนป้องกันภัยในระดับจังหวัด
กำชับก.อุตฯ-สธ.-ทส.-ปภ.สำรวจสารเคมีในโรงงานทั่วประเทศ
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมครม.ถึงเหตุโรงงานของบริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ (บีเอสที) ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เกิดระเบิด และกรณีที่มีสารเคมีในโรงงานของบริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมมิคัลส์ (ประเทศไทย) ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ระยอง รั่วไหล ว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)กระทรวงมหาดไทย จัดการพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงงานทั่วประเทศ เพื่อสำรวจว่ามีสารเคมีอันตรายใดบ้าง
รวมทั้งจัดระบบอพยพประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และจัดทำระบบข้อมูลข่าวสารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยให้จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้คัดกรองข้อมูลและรายงานไปยังปภ.ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นว่าประชาชนเกิดความสับสนในเรื่องข้อมูลข่าวสารเป็นอย่างมากเพราะข้อมูลของและหน่วยงานนั้นไม่ตรงกัน ทั้งนี้ นายกฯตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมมิคัลส์ เคยเกิดปัญหาเรื่องก๊าซรั่วเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา แต่ทำไมยังไม่มีระบบการป้องกัน จนเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ดังนั้นมีความจำเป็นต้องจัดทำระบบป้องกันความปลอดภัยในโรงงานต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก



