ข่าว

ลำพูนอ่วม!ฝนหนักน้ำป่าไหลหลาก

ลำพูนอ่วม!ฝนหนักน้ำป่าไหลหลาก

08 พ.ค. 2555

ผู้ว่าฯลำพูนเร่งช่วยชาวบ้าน 'อ.ลี้-ป่าซาง' หลังน้ำป่าไหลเข้าท่วม ขณะที่กาฬสินธุ์ พายุพัดบ้านพังดับ 1 ด้านนราธิวาส ผู้ว่าฯยันสนามบินเปิดปกติ ส่วนลำปาง เกิดหินสไลด์ตัวปิดเส้นทาง ลำปาง-แพร่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ค. 55  นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ไปตรวจเยี่ยมราษฎรและตรวจความเสียหายจากน้ำท่วมที่อำเภอลี้ เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยและของบประมาณเพื่อซ่อมแซมสะพานและสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่อำเภอลี้ และอำเภอป่าซางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก โดยในส่วนความช่วยเหลือด้านการเกษตรนั้น จะได้ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของราชการโดยเร็ว ภายหลังจากอำเภอลี้พิจารณาแล้วเห็นว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งสาธารณะประโยชน์ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้จังหวัดลำพูนประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติและขอรับการช่วยเหลือจากจังหวัดลำพูนต่อไป

          ทั้งนี้ ในตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมืองลำพูน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม เกิดน้ำป่าจากดอยแม่ตีบ ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ตำบลมะเขือแจ้ แล้ว 2 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านสะแล่ง หมู่ที่ 2 และโครงการหมู่บ้านเอสวีแลนด์ บ้านฮ่องกอม่วง หมู่ที่ 6 เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 5-6 พฤษภาคม จนทำให้เกิดน้ำหลากจากที่สูงบนดอยลงมาสู่ด้านล่างทำให้ทั้ง 2 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ลุ่มทางน้ำไหล บ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำท่วมเดือดร้อนแล้วกว่า 30 หลังคาเรือน นาข้าวกว่า 300 ไร่ ถนนเข้าหมู่บ้านหลายสาย ถูกน้ำท่วม แต่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ประเภทต่าง ๆยังสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเทศบาลตำบลมะเขือแจ้ ก็ได้ให้การช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว 

          เช่นเดียวกันกับที่ถนนเลียบแม่น้ำทา หลังที่ว่าการอำเภอป่าซาง หมู่ที่ 1 ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง แม่น้ำทาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากวานที่ 7 พ.ค. และวันนี้ระดับน้ำแม่ทาลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไหลเชี่ยวและมีสีแดงขุ่น บางจุดเริ่มกัดเซาะตลิ่ง ชาวบ้านริมฝั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าหากฝนไม่หยุดตกจะเอ่อท่วมบ้านเรือนอีกครั้ง

          รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากจังหวัดลำพูนฝนได้ตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 5-6พฤษภาคม 2555 ในหลายอำเภอได้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะที่อำเภอลี้ น้ำป่าได้ไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 7 ตำบลแม่ลาน หมู่ที่ 1 ตำบลนาทราย หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 7 ตำบลลี้ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 480 คน บ้านเรือนราษฎษรได้รับความเสียหาย 130 ครัวเรือน โดยสะพานชำรุด 1 แห่ง นอกจากนี้น้ำได้ท่วมพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายอาทิ ไร่ นา สวน บ่อปลา สัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งวันที่ 8 พฤษภาคม ฝนได้หยุดตกแล้ว ซึ่งทางอำเภอลี้และเทศบาลตำบล (ทต.) และ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ในพื้นที่สำรวจความเสียหายและได้เข้าไปให้การช่วยเหลือราษฎรเป็นการเบื้องต้นแล้ว

 

กาฬสินธุ์ - พายุพัดโหมกระหน่ำ อ.เมือง อ.กุฉินารายณ์ บ้านเรือนเสียหาย ตาย 1

 

          นายเดชา พลกล้า หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตรฯ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.เป็นต้นมา พื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์ ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ จนล่าสุดในวันที่ 6 พ.ค. แรงพายุได้พัดบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 56 หลังคาเรือน และในวันที่ 7 พ.ค. หรือเมื่อคืนที่ผ่านมามีบ้านเรือนใน  ต.บัวขาว ต.เหล่าใหญ่ และ ต.แจนแลน อ.กุฉินรายณ์ รวมทั้งหมด 8 หลังเรือน มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากแรงของพายุได้พัดบ้านจนล้มทับนายธีรยุทธ พลซื่อ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 95 หมู่ 12 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ เสียชีวิต

          นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือภัยจากวาตภัย เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ตลอดเวลา เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในแต่ละพื้นที่ ขอให้ผู้นำชุมชนหรือประชาชนได้แจ้งความเดือดร้อนเข้ามาเพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนต่อไป

 

ผวจ.นราฯ เคลียร์พื้นที่สนามบิน หลังพายุถล่มเสียหายหนัก ย้ำเปิดบริการปกติ

 

          ความคืบหน้าเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านใน ต.โคกเคียน ได้รับความเสียหายจำนวน 59 หลังนั้น ล่าสุดทำให้ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้ นายมาหามะพีสะกี วาแม หัวหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย เร่งสำรวจความเสียหายพบว่า ที่บริเวณอาคารผู้โดยสารของสนามบินนราธิวาส กระจกแตกเสียหายหลายจุด และลมยังพัดแรงทำให้บันไดขึ้นเครื่องบินล้มลงมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถเครนของศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยมาช่วยกันยกขึ้น เพื่อให้ทันเครื่องบินลงมารับ-ส่งผู้โดยสาร 

          นอกจากอาคารผู้โดยสารได้รับความเสียหายแล้ว ยังมีบ้านพักของเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานฯ ซึ่งอยู่ภายในสนามบินได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 4 หลัง และต้นไม้ขนาดใหญ่หักล้มลงมาหลายต้น รวมถึงผลไม้ เช่น ต้นขนุนที่กำลังให้ผลพลิต กิ่งขนุนได้หักลงมาทำให้ได้รับความเสียหายหลายต้น

          นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ถึงแม้สนามบินจะได้รับความเสียหายจากเหตุพายุถล่ม แต่เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการปิดสนามบินแต่อย่างใด ยังคงเปิดสายการบินเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารตามปกติ ขอให้ประชาชนสบายใจได้

 

ลำปาง - ฝนตกหนักหินสไลด์ตัวปิดเส้นทางเขตติดต่อ'ลำปาง-แพร่'

 

          นายสมบูรณ์ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง พร้อมด้วย นายอดุลย์ ใจตาบุตร ผู้อำนวยการส่วนธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ได้เข้าตรวจสอบ ภูเขาสูงริมถนน ลำปาง - เด่นชัย - แพร่ เขต อ.ลอง จ.แพร่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 38 - 39 ก่อนเข้าเขต อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เพียง 300 เมตร เกิดดินและหินสไลด์ตัวลงมา หลังจากฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้ต้องปิดเส้นทางช่องถนนขาออก จ.ลำปาง และให้รถวิ่งสวนทาง

          สำหรับการตรวจสอบของหน่วยงานข้างต้น ซึ่งดูแล 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นการตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของชั้นหิน และดินของภูเขา พบว่าภูเขามีความสูงกว่า 30 เมตร และอีกมีหลายลูกทอดยาวริมถนนสาย ลำปาง-เด่นชัย-แพร่ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นภูเขาหินภูเขาไฟ อายุ 200 ล้านปี ชนิดไรโอไลต์ และยังตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนเถิน ที่พาดผ่านจาก จ.แพร่ ลงไปสู่ อ.เถิน จ.ลำปาง จึงทำให้หินดังกล่าว ที่มีน้ำแร่ร้อนอยู่ตามแนวรอยเลื่อนได้ประทุขึ้นมาทำให้หินภูเขาไฟเกิดแตก เกิดสไลด์ตัวลงมา และมีความเป็นไปได้ว่า จะมีการสไลด์ตัวของหินและดินบริเวณนี้อีก

          ขณะเดียวกันในเขต อ.แม่ทะ จ.ลำปาง มีถนนทรุดตัว และสไลด์ตัวลงไปในเหวลึกประมาณ 20 เมตร ทำให้รถที่สัญจร ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยใช้เพียง 1 ช่องการจราจรเท่านั้น สำหรับจุดดังกล่าว เป็นจุดเดิมเมื่อปีที่ผ่านมา หลังเกิดฝนตกหนัก จึงทำให้ถนนเกิดทรุดตัวลง ถือว่าเป็นอุปสรรคแก่การสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก และให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งนี้เบื้องต้นทางศูนย์สร้างทางลำปางได้จัดส่งเครื่องจักรกลหนักเร่งเข้าไปซ่อมแซมแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทรุดตัว และสไลด์ตัวมากยิ่งขึ้น