ข่าว

'เฉลิม'ประสานพม่าจับ'นะคะมวย'

'เฉลิม'ประสานพม่าจับ'นะคะมวย'

07 พ.ค. 2555

“เฉลิม” เผยประสาน "อธิบดีกรมตำรวจพม่า" จับ “นะคะมวย” โยนกรมราชทัณฑ์สอบสวนปูดเจ้าหน้าที่รับส่วย ชี้นักโทษขู่ฆ่าเจ้าหน้าที่ ไร้สาระ พม่าแห่ข้ามแม่น้ำเมยหลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ถอย

              7พ.ค.2555 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารกองกำลังติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงกองพลน้อยโกะทูบลอ (เคเคโอ.) หรือกองทัพกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ขู่ว่าจะฟ้องศาลโลกเนื่องจากถูกหมายจับค้ายาเสพติดว่า สุดท้ายทำไม่ได้ เพราะกลุ่มของเขาไม่เอาด้วย ศาลออกหมายจับตั้งแต่วันที่  26 เม.ย.2546 ขณะนี้ตนให้ปปส.ทำหนังสืออธิบดีกรมตำรวจของพม่าแล้ว พวกนี้ต้องจับ เอาไว้ไม่ได้ ส่วนโอกาสจะได้ตัวขึ้นอยู่กับอธิบดีตำรวจพม่า


              ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะมีการรู้เห็นของเจ้าหน้าที่เรือนจำ และผู้ต้องหามีการข่มขู่ฆ่าเจ้าหน้าที่ ว่า ตนสั่งในภาพรวม สั่งในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ราชทัณฑ์ขึ้นอยู่กับกรมราชทัณฑ์ ขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรม แต่ภาพรวมเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบให้ตนรับผิดชอบ มองได้สองประเด็นคือ อาจจะเป็นความจริงและอีกประเด็นก็เป็นเรื่องของคนไม่มีอะไรจะเสียและตนเชื่อว่า เงินหนึ่งล้านบาทไม่น้อยแต่ไม่มากในการทุจริตทำมาหากินกัน แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ ตนได้บอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปแล้ว ว่าให้ทำการสืบสวนสอบสวนถ้าจริงก็ให้ลงโทษต้องดำเนินการและสังคายนากันใหม่

              เมื่อถามว่า เป็นการดิสเครดิตเรือนจำที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตรงนี้อย่าเพิ่งเชื่อและปฎิเสธข่าวสาร มันอาจจะเป็นเหมือนคราวที่บ้านเมืองจะได้ปรับปรุงครั้งใหญ่เสียที หากไม่มีประเด็นเราไปดำเนินการก็ถูกกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้ง ตนพยายามระมัดระวังเรื่องนี้ และบอกตำรวจว่า เราก็ทำงานในส่วนของเรา ของเขาตำรวจอย่าไปยุ่งให้กรมราชทัณฑ์ไปดำเนินการ ส่วนที่ผู้ต้องหา ชื่อ นายพิศาล นุกูล หรือ บังมะ นักโทษคดียาเสพติด ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ นครศรีธรรมราช ข่มขู่จะฆ่าเจ้าหน้าที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องของคนที่คิดง่ายๆใครเขาจะไปกลัว ตนจะไปภาคเหนือเร็วๆนี้เพื่อไปตอกย้ำ การทำงานขณะนี้เข้าเป้าในการทะลายแก๊งซูโด

 

เต้นสอบผู้คุมคุกนครศรีฯเรียงตัว

              นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จำนวน 3 ชุดได้เดินทางมายังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เพื่อทำการสอบสวนในประเด็นข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏเป็นข่าวในกรณีพฤติกรรมการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน โดยนายกอบเกียรติได้สั่งการให้นายสุรพล แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรียกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยจำนวน 11 ราย มาพบและสอบสวนแบบเรียงตัวในเรื่องข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวในบางหลายสื่อคือ 2 ประเด็นคือส่วยเดือนละ 1 ล้านส่งไปถึงบิ๊กราชทัณฑ์ และเรื่องของผู้คุม “กินตรวน”

              นายกอบเกียรติ กล่าวว่า เรื่องต่อมาคือเรื่อง “กินตรวน” ได้เชิญอดีตเจ้าหน้าที่ที่ให้ข่าวถึงเรื่องของกระบวนการ “กินตรวน”นั้นมาให้ข้อมูล ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้มาให้ข้อมูลและปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ข่าวในเรื่องนี้ และไม่รู้เห็นกับเรื่องของการกินตรวน

              ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในเรื่องของผู้คุมกินตรวนนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายหนึ่ง กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเมื่อรองอธิบดีมานั่งถามใครจะกล้าตอบ ซึ่งการถามนั้นมีคนรู้เห็นมากมายทั้งผู้ที่ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ และผู้บังคับบัญชา ไม่มีใครจะกล้าตอบลองไปถามนักโทษดูว่าจริงหรือไม่อย่างไรจะได้ผลมากกว่าการมานั่งถามด้วยกันเอง และไม่มีเจ้าหน้าที่รายไหนตอบว่ารู้เห็น ถ้าตอบอย่างนั้นเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์แน่นอน และหากตอบตามความจริงไปแล้วถูกยิงตายไปใครก็ไม่สามารถช่วยให้ฟื้นคืนชีพมาได้

              ส่วนการโทรศัพท์ออกมาข่มขู่ พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.สภ.เมือง นครศรีธรรมราช จากนายพิศาล นุกูล หรือ “บังมะ” นักโทษในคดียาเสพติด และพยายามฆ่าน้องชายของ “บังแป๋ว” นักโทษคดีค้ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมและขยายผลยึดทรัพย์เป็นเรือยยอร์ช รถยนต์ปอร์เช่ และทรัพย์สินอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก

              ความคืบหน้าในเรื่องนี้ พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากที่เป็นข่าวแล้วผู้บังคับบัญชาหลายท่านโทรศัพท์มาให้กำลังใจ และให้ระมัดระวังตัว และนายกอบเกียรติ ได้โทรมาสอบถามและให้กำลังใจเช่นเดียวกัน สำหรับเสียงที่โทรศัพท์มานั้นไม่มีใครนอกจากบังมะ เสียงจำได้ดี แต่เมื่อโทรศัพท์กลับไปเครื่องปิดไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ไปพบรายชื่อของตำรวจที่บังมะขึ้นบัญชีไว้ถึง 12 นายด้วยกัน

               “ที่รู้จักกันดีเพราะหลังจากจับกุมนั้นบังมะได้ให้ทนายความฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 17 นาย และได้ถอนฟ้อง ร.ต.ต.โสภา พันธโชติ ไป 1 นายเนื่องจากทนายความเกรงใจแต่ภายหลังนายพิศาลได้เปลี่ยนตัวทนายความ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องยังไม่แล้วเสร็จ สาเหตุที่ยังไม่เสร็จคือ ภรรยา และมารดาของนายพิศาล หรือบังมะ ได้หลบหนีหมายจับในดคียาเสพติดไปแล้วไม่มาไต่สวนมูลฟ้อง เฉพาะที่บังมะติดในคดีพยายามฆ่านั้นศาลลงโทษจำคุก 10 ปี ยังไม่รวมคดีอื่นๆเช่นยาเสพติด อาวุธปืน อีกเชื่อว่าต้องติดอย่างน้อย 30 ปี อีกยาวหากออกมาเมื่อไหร่เจอค้ายาอีกก็จับอีก” สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าว



พม่าแห่ข้ามแม่น้ำเมยหลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ถอย

              ขณะที่ชาวพม่าจากบ้านมินละปั่น ตรงข้ามบ้านมหาวัน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ต่างโดยสารเรือยาวเข้ามายังเขตไทย ทั้งนี้เพื่อซื้อสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภค ใน อ.แม่สอด และหมู่บ้านใกล้เคียง หลังจากที่ทหารรัฐบาลพม่าได้สั่งให้ทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ออกไปจากบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมยบ้านแม่โกนเกน บ้านมหาวัน เพื่อตอบโต้ไทยโดยห้ามชาวพม่าไม่ให้ข้ามมาซื้อสินค้า และไม่ให้ชาวไทยข้ามไปฝั่งพม่า ซึ่งเป็นมาตรการของพล.ต.นะคะมวยขณะตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 346 อ.แม่สอด ประจำหมู่บ้านแม่โกนเกน เข้มงวดกวดขันการเข้า-ออก พื้นที่ชายแดน เป็นกรณีพิเศษ

              เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยแจ้งว่า ขณะนี้ทหารรัฐบาลพม่าจำนวนกว่า 100 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์กำลังเคลื่อนกำลังไปด้าน อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นจุดที่ฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบบี.ได้ปิดเส้นทางการเข้า-ออก ช่องทางตามแนวชายแดน 12 จุด รนวมทั้งอำเภออุ้มผางด้วย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงคาดว่า ฝ่ายทหารพม่าคงจะเข้าไปห้ามไม่ให้กะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ไปใช้อำนาจในการปิดด่าน และช่องทางเข้าออก