
'มาร์ค'นำลูกพรรคตรวจมาบตาพุดระเบิด
"อภิสิทธิ์"นำลูกพรรคปชป. ลงตรวจพื้นที่รง.ไฟไหม้ ที่จ.ระยอง "ยิ่งลักษณ์" กำชับทุกโรงงานทบทวนประเมินความเสี่ยงสารเคมีใหม่ หลังนิคมฯมาบตาพุดพบก๊าซรั่วซ้ำ
ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านตากวน-ประดู่ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมพี่น้องประชาชนชาวมาบตาพุดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดถังเก็บสารเคมีโทลูอินของโรงงานบีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยทหารจากค่ายนวมินทร์ทราชินี มาตั้งหน่วยบริการตรวจสุขภาพของเบื้องต้นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงโรงงาน 1 - 5 กิโลเมตร โดยมีชาวบ้านมาเข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสารประกอบอินทรีย์ระเหย หรือสารสีโอซีโดยส่วนใหญ่มีอาการแสบคอ คอแห้ง ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ผิวหนังระคายเคือง จาม ปวดศรีษะ และแสบตา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบประชาชน ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อขอทราบความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาลก็เคยมาดูแลแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมองมาบตาพุด แต่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตนจะไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์และบ้านที่เสียหายจากแรงระเบิด อย่างไรก็ตาม กรณีระเบิดและกรณีสารเคมีโซเดียมไฮโปคลอราย ซึ่งเคยเกิดในช่วงพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่เราก็พยายามวางแนวทางบรรเทาผลกระทบ และดูแประชาชนอย่างทั่วถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายอภิสิทธิ์ กล่าวจบ ได้มีตัวแทนชาวบ้านชื่อนายน้อย อายุ 70 ได้กล่าวฝากกับนายอภิสิทธิ์ไปยังรัฐบาลว่า เหตุใดจึงเกิดปัญหาระเบิดเช้า-เย็น มีสารเคมีรั่วไหล ทำให้ประชาชนหวาดผวาทุกวัน จะให้อพยพไปอยู่กันที่ไหน รัฐบาลควรเข้ามาดูแลการจะให้อพยพก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในระหว่างที่เยี่ยมเยือนประชาชน ได้มีการซักถามอาการหญิงวัยกลางคนพร้อมด้วยลูกอ่อนวัยเดือนเศษที่มารับการตรวจ โดยเบื้องต้นพบว่าแม่มีอาการปวดศรีษะ และเด็กมีอาการจามและไอภายหลังจากเกิดเหตุระเบิดในโรงงาน
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดของโรงงานที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร ซึ่งพบว่ามีร้านขายของชำที่ได้รับผลกระทบฝ้าเพดานหลุดร่วง กระจกแตก โดยจากการสอบถามชาวบ้านพบว่าบ้านเริอนของประชาชนในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานจะได้รับความเสียหายฝ้าเพดานถล่มและกระจกแตกเป็นส่วนใหญ่
ต่อมานายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ทั้ง 2 กรณีที่โรงพยาบาลมาบตาพุด พร้อมทั้งมอบกระเช้า ซึ่งโรงพยาบาลมาบตาพุดมีผู้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ 13 ราย ส่วนใหญ่มาด้วยการในระบบทางเดินหายใจ หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้มาฟังบรรยายสรุปที่การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (กนอ.) ประมาณ 1 ชั่วโมง
เตือนทำแผนกรณีฉุกเฉินเชื่อมข้อมูลรง.-นิคมฯ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการรับฟังรายงาน ยังไม่ได้ข้อยุติชัดเจนในเรื่องสาเหตุ แต่สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือแผนการที่ต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้มีการลงทุนในตัวระบบหลายเรื่อง แต่ในแง่การสื่อสารข้อมูลสำหรับการปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้ที่ตั้งใจไว้ ดังนั้นต้องมีการต่อยอดให้สมบูรณ์ รวมถึงมีการซักซ้อม และวางระบบสำรองกับเจ้าของโรงงานและภาคเอกชนในกรณีหากเกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้อย่างไรที่การนิคมฯ ไม่มีข้อมูลเป็นของตัวเองเลย ต้องรอให้โรงงานรายงานมา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนเสนอไปแล้วว่าควรให้มีการสื่อสารกับสาธารณสุข ต้องมีการปรับและทำแผน อย่างไรก็ตามเท่าที่ฟังการรายงานในส่วนของนิคมเองนั้นมีปัญหาในเรื่องข้อมูลปัจจุบันเพราะข้อมูลมีเพียงในระดับหนึ่งตามรอบเวลาเท่านั้น ไม่ได้ทันสถานการณ์ ต้องปรับปรุง โดยทำให้ใกล้ชิดชุมชน ให้มากขึ้น สมบูรณ์ขึ้น
"ปู"สั่งทุกรง.ประเมินความเสี่ยงสารเคมีใหม่
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชิณวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงในกรณีถึงสารพิษรั่วซ้ำจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดดมสารพิษประมาณ 50 ราย ว่าได้กำชับให้กระทรวงอุตสาหกรรม ทบทวนประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับสารเคมีในการทำอุตสหากรรมใหม่ทุกโรงงาน ต้องมีการตรวจวัดกันในทุกๆไตรมาส ซึ่งจะมีผลต่อใบประกอบอนุญาติด้วย และจากตุการณ์เมื่อวานนี้ก็มีการสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทยในการเข้าถึงประชาชน เพื่อสำรวจข้อคิดเห็นและเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในพื้นที่ด้วย
รมว.อุตฯจี้กนอ.หาทางล้อมคอก
ด้านม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ก๊าซรั่ว โดยได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับฟังคำชี้แจงข้อเท็จถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดร.วีระพงษ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ( กนอ. ) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบโรงงานดังกล่าวทันที พร้อมสั่งปิดโรงงานเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามผลจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมสารเคมีเข้าไปถูกส่งโรงพยาบาล จำนวน 138 ราย แยกส่งตามโรงพยาบาล 3 แห่ง ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 13 ราย
...............
(หมายเหตุ : ภาพจากเฟรซบุ๊คอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ



