
แผงหมูลั่น!หมูแพงไม่ได้คิดไปเอง
แผงหมูโคราช เตรียมปรับราคาเนื้อหมูขึ้นอีก หากราคาหมูหน้าฟาร์มปรับขึ้น ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคอีสานวอนรัฐอย่าแทรกแซงราคา ชี้เหมาะสมตามกลไกอยู่แล้ว ด้านค้าภายในลำพูน เปิดสายด่วนรับแจ้งสินค้าขึ้นราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 55 ที่จังหวัดนครราชสีมา หลังการนำเสนอข่าวการปรับขึ้นราคาเนื้อหมูภายในตลาดสดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ตั้งแต่ต้นเดือน มีนาคม จนถึงปัจจุบัน ที่ได้มีการปรับขึ้นมาแล้วกิโลกรัมละ 20-30 บาทนั้น เนื่องจากทางฟาร์มแจ้งว่า สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวส่งผลให้หมูภายในฟาร์มเกิดความเครียดไม่กินอาหารจนทำให้หมูเจริญเติบโตไม่ทันส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ ทำให้ทางหน้าเขียงเตรียมจะปรับราคาเนื้อหมูขึ้นอีกครั้งในวันที่ 7 พ.ค.
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาเนื้อหมู พบว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาเนื้อหมู โดยราคา หมูเนื้อสัน ขายอยู่ที่ กก.ละ 155 บาท , หมูเนื้อแดง กก.ละ 145 บาท , หมู 3 ชั้น กก.ละ 145 บาท และหมูบด กก.ละ 145 บาท ซึ่งทางหน้าเขียงอ้างว่าทางฟาร์มยังไม่มีการปรับราคา จึงไม่มีการปรับขึ้นราคาเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายหมูภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ต่างเตรียมตัวในการที่จะมีการปรับขึ้นราคาเนื้อหมูจากหน้าเขียง โดยการปรับลดชนิดและปริมาณในการสั่งเนื้อหมูมาจำหน่าย
ด้าน น.ส.กัญญารัตน์ ไกรวัฒนา เจ้าของแผงขายหมูในตลาดสดแม่กิมเฮง กล่าวว่า สำหรับราคาเนื้อหมูในวันที่ 7 พ.ค. ยังไม่มีการปรับราคาเนื้อหมูขึ้น ตามที่หน้าเขียงแจ้งไว้แต่อย่างใด อีกทั้งก็ไม่ได้มีการปรับลดราคาลงเช่นกัน โดยหน้าเขียงอ้างว่า ทางฟาร์มยังไม่มีการปรับราคาหมูเป็น จึงไม่สามารถปรับราคาหมูหน้าเขียงได้ แต่อย่างไรก็ตามตนคาดว่าในเร็ววันนี้ราคาเนื้อหมูก็จะต้องมีการปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน ซึ่งหากมีการปรับขึ้นราคา ตนก็จะต้องปรับขึ้นราคา อีกทั้งหาแนวทางในการช่วยเหลือตนเองเพื่อลดต้นทุน คือการสั่งเนื้อหมูมาจำหน่ายลดน้อยลง และลดชนิดของเนื้อหมูที่ไม่มีความต้องการบริโภคของประชาชน เพราะทุกวันนี้จำนวนการซื้อเนื้อหมูของประชาชนก็ลดลงเช่นกัน โดยจากเดิมที่เคยซื้อ 10 กิโลกรัม ก็ลดเหลือเพียง 6-7 กิโลกรัม ทำให้ตนต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก ดังนั้นต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและควบคุมราคาสินค้าในปัจจุบันด้วย
สมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคอีสานรับต้องปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์มหลังต้นทุนพุ่ง
สมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคอีสาน ออกมายอมรับต้องปรับขึ้นราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มให้เป็นไปตามกลไกตลาดหลังต้นทุนการผลิต ค่าแรง ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอด พร้อมเผยปัจจุบันผู้ประกอบการเลี้ยงหมูรายย่อยต้องปิดกิจการลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากผู้เลี้ยงหมูกว่า 1,000 ราย
นายชูศักดิ์ รัตนวนิชย์โรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกมายอมรับว่าผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร 19 จังหวัดภาคอีสาน ต้องปรับขึ้นราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามภาวะกลไกของตลาด ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 65-68 บาท เพื่อความอยู่รอด หลังจากต้องแบกรับภาระปัจจัยการผลิต ค่าแรง และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
ขณะนี้ต้นทุนของผู้ประกอบการเลี้ยงหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 61-65 บาท จากที่ผ่านมาผู้เลี้ยงหมูต้องประสบปัญหาขาดทุน ในการเลี้ยงหมูเฉลี่ยตัวละ 800-1,000 บาท (ตัวละ 100 กิโลกรัม) ต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 5 เดือนครึ่งถึง 6 เดือน ทำให้ผู้เลี้ยงหมูต้องชะลอและเลิกเลี้ยงเมื่อต้นปีถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปัจจุบันผู้ประกอบการเลี้ยงหมูภาคอีสานได้เลิกเลี้ยงไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากผู้เลี้ยงหมูทั้งหมดกว่า 1,000 ราย อย่างไรก็ตามจากการปรับราคาหมูในครั้งนี้ ผู้ประกอบการจะมีกำไรเพียงตัวละ 100-300 บาทเท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับระยะเวลาการเลี้ยงยังไม่อยู่ที่จุดคุ้มทุน
นายกสมาคมผู้เลี้ยงภาคอีสาน ยังกล่าวอีกว่า หากจะให้ผู้ประกอบการเลี้ยงหมูอยู่ได้ ผู้ประกอบการจะต้องมีกำไรอยู่ที่ 15-20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขณะนี้มีกำไรอยู่เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากปัญหาดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยให้ภาวะราคาหมูเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงราคา ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเลี้ยงหมูไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะปัจจุบันนี้การปรับราคาหมู ก็ได้ปรับขึ้นตามความเป็นจริงและเป็นไปตามกลไกตลาดอยู่แล้ว
ค้าภายในลำพูน เปิดสายด่วนรับแจ้งสินค้าขึ้นราคา
นางสุเกวรินทร์ เหล็กนาพญา การค้าภายในจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า มีสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาตลอดปี 2555 อย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นทำให้ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น และมีผู้ประกอบการขอปรับราคาสินค้า เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้นั้น
"ขณะนี้จังหวัดลำพูนยังไม่มีผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้ารายเล็กและรายใหญ่ปรับขึ้นราคา ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งด่วนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทย เจ้าของร้านค้าต่างยินดีให้ความร่วมมือไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า แต่อย่างใด"
นอกจากนี้ ในส่วนของสำนักงานการค้าภายจังหวัดลำพูนตอบสนองโยบายของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบายเชิงรุก กล่าวคือการดูแลราคาสินค้า ปี 2555 ยังคงเฝ้าติดตามดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ดูแลราคาอาหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพิ่มการแข่งขันและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน ตรวจสอบเครื่องชั่งทุกชนิด ทั้งเครื่องชั่งสินค้าเกษตร เครื่องชั่งสปริง มาตรวัดน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ มิให้มีการประกอบการค้าที่ไม่เป็นธรรม ร่วมกันผูกขาดหรือมีการดำเนินการที่เป็นการจำกัดการแข่งขัน
หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีหากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดลำพูน อาคารกระทรวงพาณิชย์ ถนนหน้าวัดพระยืน ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หมายเลขโทรศัพท์ 053-530-473



