ข่าว

'ออลลองด์'คว้าชัยนั่งเก้าอี้ปธน.ฝรั่งเศษคนใหม่

'ออลลองด์'คว้าชัยนั่งเก้าอี้ปธน.ฝรั่งเศษคนใหม่

07 พ.ค. 2555

ผลการเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศส รอบที่ 2 สิ้นสุดการนับคะแนน ปรากฎ "ฟรังซัวส์ ออลลองด์" คว้าชัยนั่งเก้าอี้ผู้นำแทน "ซาร์โกซี" ขณะที่กรีซอาจได้ผู้นำคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดและมาตรการรัดเข็มขัดอาจถูกยกเลิก

          นายฟรังซัวส์ ออลลองด์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีหัวสังคมนิยมคนแรกของฝรั่งเศสในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ และหลังจากมั่นใจว่า ได้หยิบยื่นความปราชัยอันน่าอัปยศให้แก่ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โคซี่แล้ว เขาประกาศทันทีว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในยุโรป

          ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยุโรป ที่กำลังดิ้นรนให้รอดพ้นจากวิกฤติการเงิน และต่อฝรั่งเศสเอง ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่สองในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร และในฐานะที่เป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองด้วย

          ในขณะที่ยังเหลือเพียงแค่ผลคะแนนจากต่างประเทศ นายออลลองด์วัย 57 ปี ได้คะแนนเสียง51.67 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประธานาธิบดีซาร์โคซี่ ได้เพียง 48.33 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีหัวสังคมนิยมคนแรกของฝรั่งเศส นับตั้งแต่ประธานาธิบดีฟรังซัวร์ มิตแตร์รองด์ อำลาตำแหน่งไป เมื่อปี 2538

          ผู้สนับสนุนจำนวนมาก ได้ไปร่วมแสดงความยินดีต่อชัยชนะของเขาที่ปล๊าซ เดอ ลา บาสตีล สถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ในกรุงปารีส ซึ่งนายออลลองด์ได้ยกย่องชัยชนะของเขาว่า เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดในยุโรป  

          หลังจากได้รับเลือกตั้ง นายออลลองด์ไม่ยอมเสียเวลาในการผลักดันวาระของเขา โดยเขาได้บอกกับผู้สนับสนุนที่บ้านเกิดในเมืองตูลว่า ฝรั่งเศสเลือกความเปลี่ยนแปลง และเตือนไปยังผู้นำชาติยุโรปอื่น ๆ ด้วยว่า เขาจะเดินหน้าทำตามคำมั่นของเขาที่ว่าจะทบทวนความพยายามของอียูเกี่ยวกับนโยบายการคลัง เพื่อหวังกระตุ้นการเติบโต ซึ่งภารกิจที่เขาคิดไว้ก็คือ การทำให้ยุโรปเติบโตอย่างมีมิติ , สร้างการจ้างงาน , ความรุ่งเรืองในระยะสั้น และยังระบุด้วยว่า จะหารือกับบรรดาหุ้นส่วนในยุโรป ซึ่งประเทศแรกคือเยอรมนี

          ด้านประธานาธิบดีซาร์โกซี่ ได้ยอมรับความพ่ายแพ้ โดยกล่าวต่อผู้สนับสนุนว่า ชาวฝรั่งเศสได้เลือกแล้ว ฟรังซัวส์ ออลลองด์ คือประธานาธิบดีของฝรั่งเศสและต้องได้รับความเคารพ แต่เขาไม่ได้ยืนยันเรื่องการอำลาวงการเมือง แต่บรรดาผู้นำในพรรค ยูเอ็มพี ของเขา เปิดเผยว่า เขาได้บอกก่อนหน้านี้ว่า จะไม่เป็นผู้นำพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนมิถุนายนอีกต่อไป

          นายออลลองด์และทีมงานของเขา ได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุน ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงกันอย่างเข้มแข็งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 10-17 มิถุนายนนี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ประธานาธิบดีจะมีฐานเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ

          ผลสำรวจของสองสำนักที่ออกมาเมื่อวันอาทิตย์ ได้แสดงให้เห็นว่า พรรค ยูเอ็มพี มีคะแนนตามหลังพรรคสังคมนิยมชนิดหายใจรดต้นคอ โดยพรรคสังคมนิยมได้ 31 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพรรค ยูเอ็มพี ได้ 30 เปอร์เซ็นต์

          นายออลลองด์ ได้คะแนนนิยมนำประธานาธิบดีซาร์โคซี่มาโดยตลอดช่วงการรณรงค์หาเสียงและเป็นฝ่ายชนะในการเลือกตั้งรอบแรก เมื่อวันที่ 22 เมษายน ด้วยคะแนน 28.6 เปอร์เซ็นต์ต่อ 27.2 เปอร์เซ็นต์

          สภาพบรรยากาศในพื้นที่ส่วนใหญ่ของฝรั่งเศส พบว่า ประชาชนได้ฝ่าท้องฟ้ามืดคลึ้มและฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ไปร่วมแสดงความยินดีที่ได้ผู้นำคนใหม่ จากตัวเลขล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย พบว่า มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 81.03 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 46 ล้านคน

          ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แสดงถึงความหวาดวิตกต่อมาตรการรัดเข็มขัดจของสหภาพยุโรปและยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งนายออลลองด์ กล่าวว่า เขาจะหารือกับนายกรัฐมนตรีแองเจล่าแมร์เคิล ของเยอรมนี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่ผลักดันนโยบายการเงินของอียู

 

กรีซอาจได้ผู้นำคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดและมาตรการรัดเข็มขัดอาจถูกยกเลิก

 

          นายอเล็กซิส ทซีปรัส ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนมุทะลุและมั่นใจในตัวเอง อาจจะกลายเป็นผู้นำคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดของกรีซ ด้วยวัยเพียง 37 ปี หลังจากเขารณรงค์หาเสียงด้วยการชูนโยบายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด ขณะที่พรรคซ้ายจัด ซีริซ่า ของเขาก็กวาดที่นั่งมากกว่า 3 เท่า ในการเลือกตั้งระดับชาติครั้งนี้

          จากการนับคะแนนตามคูหาเลือกตั้งต่าง ๆ กว่าครึ่ง พบว่า พรรคซีรีซ่า ได้กวาดคะแนนเสียงเป็นอันดับที่สอง สะท้อนคลื่นความไม่พอใจของสาธารณชนที่มีต่อมาตรการรัดเข็มขัด ที่ทำให้กรีซเข้าสู่ภาวะถดถอยเรื่อย ๆ แบบไร้จุดหมายมานานถึง 2 ปี 

          ผู้นำสนับสนุนหลายร้อยคน พากันร้องตะโกนว่า เวลาของฝ่ายซ้ายมาถึงแล้ว ในขณะที่ร่วมฉลองชัยชนะกันที่จตุรัสโพรพีเลีย ใจกลางกรุงเอเธนส์ ที่ฝ่ายซ้ายใช้เป็นสถานที่จัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเป็นประจำ 

          พรรคซีรีซ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเพียงพรรคอันดับที่ 5 ของประเทศ ได้จับมือเป็นพันธมิตรอย่างหลวม ๆ กับกลุ่มฝ่ายซ้าย ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่สำคัญในเร็ว ๆ นี้ ในขณะที่ประเทศ ซึ่งได้รับความเจ็บปวดจากการปฏิรูปเศรษฐกิจ กำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยถ้าพรรคอนุรักษ์นิยม นิว เดโมเครซี่ ที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งจากการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายใน 3 วัน หลังจากได้รับอาณัติจากประธานาธิบดีคาโรลอส ปาปูเลียส ประมุขแห่งรัฐ ภารกิจในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะตกเป็นของพรรคซีริซ่า 

          นายทซีปรัส ได้แสดงความวิตกว่า ประเทศของเขากำลังเดินไปผิดทาง และควรจะละทิ้งพิมพ์เขียวการกอบกู้วิกฤติการเงินที่กำหนดโดยสหภาพยุโรป หรือ อียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ 

          นายทซีปรัส อดีตนักเคลื่อนไหวยุวชนคอมมิวนิสต์ ได้เริ่มสร้างความสั่นสะเทือนตอนที่เขาก้าวขึ้นไปเป็นหัวหน้าพรรคไซริซ่า เมื่อปี 2551 สนับสนับการก่อความไม่สงบของพวกวัยรุ่นที่เผากรุงเอเธนส์และอีกหลายเมืองใหญ่ เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ตำรวจยิงสังหารเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่นโยบายหาเสียงด้วยการโจมตีแผนการฟื้นฟูของอียูและไอเอ็มเอฟ ของเขา ถือว่าโดนใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งอย่างแรง ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาอยู่ในแถวหน้าของคนที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายปฏิรูปเพื่อแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือด้านการเงินจากอียู และไอเอ็มเอฟ  

          นายทซีปรัส ยังกล่าวหารัฐบาลด้วยว่า ไม่ยอมรับความเป็นจริง เขากล่าวโจมตีบรรดารัฐมนตรีในระหว่างการอภิปรายในสภาฯ อย่างเผ็ดร่อน โดยเฉพาะการอภิปรายด้านงบประมาณเมื่อเดือนธันวาคม และอีกสองเดือนต่อมา หลังจากกรีซถูกกดดันอย่างหนักจากบรรดาเจ้าหนี้นานาชาติ ให้เร่งแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และทำให้ข้าราชการพลเรือนต้องตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นายทซีปรัส ได้เตือนว่า ในไม่ช้า พวกเจ้าหนี้เหล่านี้ก็จะบอกให้กรีซทำลายประชาธิปไตยเพื่อแลกกับเงินกู้ก้อนใหม่