
โฟกัส30ปี'พัทยา'อันธพาลครองเมือง
โฟกัส30ปี'พัทยา'อันธพาลครองเมือง : ตะลุยข่าว ศุภกร อรรคนันท์
"พัทยา" แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก นักท่องเที่ยวนานาชาติต่างหลงใหลในมนต์เสน่ห์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ มีทั้งความสวยงามของธรรมชาติของชายหาด เกาะแก่ง เหมาะแก่การพักผ่อนตากอากาศ แม้ยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาความสำราญได้อย่างอิสระกับสีสันในยามราตรี
ตลอดระยะเวลากว่า 30-40 ปี พัทยาเป็นหมู่บ้านชายทะเลเล็กๆ ความสวยงามของธรรมชาติส่งผลให้เมืองพัทยามีความเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาถึงปัจจุบัน ภายใต้การบริหารงานการปกครองรูปแบบพิเศษ “เมืองพัทยา” มีนายกเมืองพัทยา หัวหน้าฝ่ายคณะบริหาร โดยมีสภาเมืองพัทยา เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
ปัจจุบันเมืองพัทยาสามารถดึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาพักผ่อนได้เป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้แก่เมืองพัทยาและประเทศจำนวน 6-7หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่มาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวยังเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่อง การลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ หรือแม้แต่การทำร้ายนักท่องเที่ยว ปัญหานี้เหล่านี้มีให้เห็นมาตลอดกว่า 30 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าคดีจะเป็นเพียงการก่อเหตุคดีเล็กๆ น้อยๆ แต่ในทางตรงข้าม ปัญหาเหล่านี้ นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองท่องเที่ยว และเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศเลยก็ว่าได้
อย่างเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวมาเก๊า Mr.Man Tek Lei อายุ 21 ปี และ Mr.Ka Hong Un อายุ 22 ปี ถึงขั้นประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า “จะไม่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเมืองพัทยาอีกโดยเด็ดขาด” หลังจากที่นักท่องเที่ยวทั้งสองคน ถูกแก๊งเด็กเรือเจ็ตสกีให้เช่าบริเวณชายหาดเมืองพัทยา ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ หลังจากเช่าเรือเจ็ตสกีขับขี่เป็นเวลา 45 นาที แต่เมื่อนำเรือมาส่งกลับถูกเด็กเรือแจ้งว่าเรือที่เช่าขับขี่มีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายต้องชดใช้ค่าซ่อมเรือเป็นจำนวนเงิน 1 แสนกว่าบาท ทั้งๆ ที่นักท่องเที่ยวไม่ได้ขับเรือไปเฉี่ยวชนตามที่ถูกกล่าวหา แม้ว่าเรือที่ขับขี่มาส่งจะมีร่องรอยเฉี่ยวชนกันจริงก็ตาม ทำให้ตกลงกันไม่ได้ฝ่ายนักท่องเที่ยวทั้งสองจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเด็กเรือและเจ้าของเรือเรียกร้องค่าเสียหายเกินความเป็นจริงอย่างมาก
หลังจากที่สองนักท่องเที่ยว และเด็กเรือพร้อมเจ้าของเรือเข้าพบ พ.ต.ต.เกรียงไกรวุฒิ บัวกล้า พนักงานสอบสวน ได้สรุปค่าเสียหายที่ทั้งสองฝ่ายรับได้อยู่ที่ราคา 7,000 บาท เรื่องจึงจบไป ราวกับว่าเงิน 1 แสนบาท ถูกหั่นเหลือเพียง 7,000 บาท อะไรจะง่ายดายประมาณนั้น แล้วทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป
กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นาน นักท่องเที่ยวชาวมาเก๊า ย้อนกลับมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาอีก เมื่อถูกคู่กรณีเดิม คือ นายอี้ หรือ ณรงค์ เหล่าทองสาร อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 9 ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และ นายบิ๊ก หรือ นายศักดา กลัดงิ้ว อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 9 ต.บ้านนาขาม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ขณะกลับเข้าโรงแรมที่พัก ก่อนจะพากันหลบหนีไป ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งสองคนมีความวิตกกังวลในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ถึงกับประกาศจะไม่มีวันเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นอันขาด ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม
ด้าน พล.ต.ท.ดร.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 มีความเป็นกังวลต่อภาพลักษณ์ของบรรยากาศของการท่องเที่ยวเมืองพัทยาเป็นอย่างยิ่ง จึงสั่งการให้ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เร่งติดตามจับกุมเด็กเรือทั้งสองคนมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งการให้ พล.ต.ต.โกศล พัวเวส รอง ผบช.ภ.2 เรียกผู้ประกอบการเรือเจ็ตสกีให้เช่าทั้งหมดในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ขณะที่ นายวิวัฒน์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว กล่าวว่า เรื่องของมิจฉาชีพกับเมืองท่องเที่ยว ทุกประเทศ ทุกเมือง ที่ไหนเป็นเมืองท่องเที่ยว มีผู้คนจำนวนมาก ที่แห่งนั้นย่อมมีมิจฉาชีพเช่นเดียวกัน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่ว่าการบริหารจัดการในเรื่องดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว จะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการของฝ่ายปกครองบ้านเมือง ในส่วนของเมืองพัทยานั้น หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก ก็จะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นเมืองที่น่าอยู่น่าเที่ยว และก้าวไปสู่การเมืองท่องเที่ยวในระดับเวิลด์คลาสได้อย่างยั่งยืน หากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ-เอกชนให้ความร่วมมือช่วยเหลือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา
...........
(หมายเหตุ : โฟกัส30ปี'พัทยา'อันธพาลครองเมือง : ตะลุยข่าว ศุภกร อรรคนันท์)



