
ตีสองหน้า
ตีสองหน้า: เลียบค่าย ชัยกร ใบเงิน
ปกติการใช้ชีวิตของชาวบ้านตามแนวชายแดน ก็ไม่ได้ตึงเครียดไปตามสถานการณ์ข่าวเสมอไป
กรณี “นะคะมวย” ที่ออกมาขู่ปิดด่านตามแนวชายแดนภาคเหนือเพื่อตอบโต้ ที่ไทยขึ้นบัญชีดำเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ก็ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่แถบนั้นกังวลใจจนทำมาหากินไม่ได้
ปัญหายาเสพติดไม่ได้มีแค่เรื่องการค้า การผลิต หรือการตลาดเท่านั้น แต่ผลประโยชน์และเม็ดเงินจำนวนมหาศาล มากกว่างบประมาณของหลายประเทศกว่าครึ่งโลกนี้ด้วยซ้ำ ทำให้ปัญหายาเสพติดซับซ้อนกว่าที่คิด
ตัวอย่างเล็กๆ การเข้าตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้ทั้งโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติดมากมาย มีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและขบวนการค้ายาระดับใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง
เฉพาะธุรกิจยาเสพติดในคุกพื้นที่แคบๆ แค่นี้ก็ปาเข้าไปหลักหลายสิบหลายร้อยล้านบาทแล้ว
ตามแนวชายแดนที่เป็นโรงงานผลิต ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งส่งยาเสพติดชนิดต่างๆ ใหญ่ระดับต้นๆ ของโลก จะมีเม็ดเงินมากมายขนาดไหน
เรียกว่าเงินที่ได้จากการค้ายาสามารถนำมาบริหารประเทศได้เลย
การออกมาฟาดงวงฟาดงาของ “นะคะมวย” ก็เหมือนเล่นละคร อย่างที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมบอก ถ้าไปกลัวคำขู่ก็ไม่ไหวแล้ว
ความจริงทางการข่าวก็รู้กันว่าบุคคลผู้นี้ไม่ได้คุมกองกำลังเพื่ออุดมการณ์อะไร แต่เป็นเรื่องของเงินจากของผิดกฎหมาย ก็ขนาดรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านยังควบคุมกองกำลังอิสระพวกนี้ไม่ได้
จนต้องเกิดนโยบายดึงมาเป็นพวก ยุติภาพความรุนแรงและความแตกแยกภายใน แต่ธุรกิจก็ยังคงเหมือนเดิม
ขณะที่สถานการณ์ยาริมแม่น้ำโขงในภาคอีสานก็ไม่ได้ต่างกัน ขบวนการค้ายาเสพติดก็ยังใช้เป็นจุดลำเลียงอย่างเย้ยกฎหมาย
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยก็ปะทะกับกลุ่มพ่อค้ายาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่ จ.นครพนม ฝ่ายเราบาดเจ็บ ยึดของกลางยาบ้าได้นับหมื่นเม็ด ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง
ประเด็นที่ต้องพูดคุยกันระดับเวทีต่างประเทศคือ เพราะเหตุใดการเข้าจับกุมแหล่งผลิตหรือเส้นทางการลำเลียงจึงไม่ได้ผล
ในทางกายภาพตามแนวชายแดนตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงบางจังหวัดในภาคอีสานก็เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ใช่ป่าเขามีการปะทะกันเป็นประจำ แต่การล่าถอยของกลุ่มคนร้ายเป็นไปอย่างสะดวกไม่มีเจ้าหน้าที่ของเพื่อนบ้านตามกดดันหรือการประสานงานในระดับท้องถิ่นกลับไม่ได้ผลเท่าที่ควรจะด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม
คงมองอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการตีสองหน้า คอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว



