ข่าว

'อธิบดีราชทัณฑ์'อ้างไม่มีข้อมูลจนท.รับส่วยยา

'อธิบดีราชทัณฑ์'อ้างไม่มีข้อมูลจนท.รับส่วยยา

06 พ.ค. 2555

"อธิบดีราชทัณฑ์" อ้างไม่มีข้อมูลข่าวเจ้าหน้าที่รับส่วยยาเดือนละล้าน สั่งสอบด่วน โวยตำรวจให้ข่าวทุกวัน แต่ไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ

                   6พ.ค.2555 พ.ต.อ.สุชาติ  วงศ์อนันต์ชัย  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีมีการอ้างถึงอดีตเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชรายหนึ่งระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงกรมราชทัณฑ์รับส่วยขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำเดือนละ 1 ล้านบาทว่า เป็นเพียงข่าวที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชน  กรมราชทัณฑ์ไม่มีข้อเท็จจริง  ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความเสียหายกับกรมราชทัณฑ์มาก ดังนั้นในวันที่ 7 พ.ค.  ตนได้มอบหมายให้นายกอบเกียรติ  กสิวิวัฒน์  รองอธิบดีราชทัณฑ์ ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าผลการตรวจค้นเรือนจำ โดยเฉพาะเน้นย้ำให้สอบถามข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายหลังการบุกค้นพบยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือจำนวนมากในเรือนจำ  ทั้งเรื่องการกินตรวนและล่าสุดกรณีระบุว่ามีการจัดผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมราชทัณฑ์  

                 พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่าตนก็ต้องการทราบเหมือนกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ขณะนี้ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้ที่จะออกมาเปิดเผยข้อมูล แต่มองว่าหากคิดจะช่วยกันแก้ไขควรให้ข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ก่อน เพราะตนในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้ที่ออกมาเปิดข้อมูลขบวนการในเรือนจำให้ตำรวจเข้าค้น  ดังนั้นจะบอกว่าไม่ไว้ใจตนหรือกรมราชทัณฑ์ไม่ได้ และหากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงแค่ไหนตนก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด  พร้อมปฏิเสธว่าตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ได้รับผลประโยชน์คนนั้นแน่นอน  อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตนเป็นอธิบดีมีเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่รับผลประโยชน์จากขบวนการยาเสพติด 2 คน เป็นระดับผู้บัญชาการเรือนจำ  แต่จากการตรวจสอบแล้วไม่พยานพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการทำผิดตามข้อร้องเรียน

                 เบื้องต้นจริงหรือไม่จริงไม่รู้แต่กรมราชทัณฑ์เสียหายแล้ว  ในข่าวไม่บอกเจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นใคร  ไม่รู้ว่าจะออกมาให้ข้อมูลจริงหรือไม่   ดังนั้น หากจะช่วยกันเพื่อแก้ไขปัญหาควรให้ข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์  เพราะเรื่องการเปิดโปงขบวนการยาเสพติดในเรือนจำ ตนเป็นคนร่วมตำรวจทำงานตั้งแต่แรก หากจะบอกว่าไม่ไว้ใจอธิบดีคงไม่ได้ เพราะตนเป็นคนเปิดเอง ถ้าหากคิดว่ามีขบวนการรับประโยชน์จริงคนที่คิดอยากทำให้กรมราชทัณฑ์ดีขึ้นต้องให้ข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ก่อนก่อน  ตนรับรองได้ว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังไม่ว่าจะพบข้อเท็จจริงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใหญ่แค่ไหน  และขอให้มั่นใจว่าผู้ใหญ่ในกรมราชทัณฑ์คนนั้นไม่ใช่ตนแน่นอน เพราะตนเป็นคนทำเรื่องนี้  ” พ.ต.อ.สุชาติ  กล่าว

                 พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า  ได้สั่งการนายสุรพล  แก้วภราดัย  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เร่งประสานข้อมูลผลการสอบพยานหลักฐาน เนื่องจากตำรวจให้ตำรวจให้ข้อมูลความคืบหน้าผ่านสื่อทุกวัน ทั้งการค้นบ้านพักผู้คุมพบรถยนต์สวมทะเบียน หลักฐานทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์แต่กรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับรายงานกลับมาอย่างเป็นทางการเพื่อไปดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  เบื้องต้นตำรวจแจ้งว่ายังไม่สามารถให้ได้เพราะเกรงจะทำให้เครือข่ายไหวตัว พยานหลักฐานขาดหาย  ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ส่งรายชื่อกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดและโทรศัพท์มือถือในเรือนจำไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.)  และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางลับควบคู่ไปด้วย  แต่ข้อมูลที่กรมราชทัณฑ์มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการตั้งกรรมการสอบ ดังนั้น จำเป็นต้องรอข้อมูลการสอบของตำรวจที่เป็นผู้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อออกหมายจับ หากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รายใดถูกออกหมายจับกรมราชทัณฑ์ตามระเบียบแล้วคงไม่ต้องตั้งกรรมการสอบ ให้ถือว่าทำผิดวินัยร้ายแรงต้องให้ออกจากราชการทันที

                 “หลังที่มีการค้นคุก พยานหลักฐานต่าง ๆ กรมราชทัณฑ์ให้ตำรวจไปหมดแล้ว  ดังนั้นหากข้อมูลใดเป็นประโยชน์ตำรวจต้องนำไปดำเนินคดี  แต่หากมีข้อมูลใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อกรมราชทัณฑ์ในการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น ตำรวจก็ควรบอกมาที่กรมราชทัณฑ์ เช่น หากพบข้อมูลเจ้าหน้าที่คนใดต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  กรมราชทัณฑ์จะได้พิจารณาว่าต้องตั้งกรรมการสอบหรือปรับย้ายหรือไม่  แต่นี่ผ่านมาตั้ง 2-3 อาทิตย์แล้ว มีแต่ข้อมูลเป็นข่าวเสียหายกับกรมราชทัณฑ์ออกไปทุกวันทำให้ดูเหมือนกรมราชทัณฑ์ไม่ทำอะไรเลย” พ.ต.อ.สุชาติ  กล่าว