'น้ำป่า'ซัดสะพานขาด9นักท่องเที่ยวติด
ระทึก!น้ำป่าซัดสะพานขาด 9 นักท่องเที่ยวติดกลางป่าอุทยานแห่งชาติออบขาน ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือดึงรอกฝ่ากระแสน้ำรับปลอดภัย เผยน้ำป่ามาเร็วแค่ 5 นาทีหลังเจ้าหน้าที่แจ้งเตือน ตื่นแผ่นดินแยกที่เชียงแสนหลังฝนตกหนัก
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 6 พ.ค. ศูนย์กู้ชีพเวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบขาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากพักผ่านลำน้ำขานในเขตอุทยาน ทำให้สะพานข้ามลำน้ำขาดและมีนักท่องเที่ยวหลายรายติดอยู่ภายในลานกางเต้นท์ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ หลังรับแจ้งหน่วยกู้ภัยทางหลวงและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกณ์เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นลำน้ำแม่ขานที่ไหลผ่านบริเวณหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน โดยพบว่ากระแสน้ำน้ำป่าสีแดงเข้มได้ด้วยความแรงและเชี่ยวกราก ฝั่งตรงข้ามจุดบริการนักท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวชาย 6 คน หญิง 3 คน ยืนรอขอความช่วยเหลือด้วยท่าทางตื่นตระหนกท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เชือกผู้ติดตัวและข้ามไปหานักท่องเที่ยว ก่อนจะผูกเชือกกับต้นไม้ทั้งสองฝั่งเพื่อนำนักท่องเที่ยวทั้งหมดกลับ
จากนั้นนักท่องเที่ยวได้สวมเสื้อชูชีพเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดึงรอกฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทีละคน ท่ามกลางการลุ้นระทึกของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่อุทยาน โดยปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถนำนักท่องเที่ยวทั้งหมดข้ามฝั่งมาอย่างปลอดภัย
สำหรับนักท่องเที่ยวทั้ง 9 คน ที่ประสบเหตุครั้งนี้ประกอบด้วย ว่าที่ ร.ต.รสสุคนธ์ อิ่นศิริ อายุ 26 ปี , น.ส.สิรินธรัตร์ โตตุระมา อายุ 19 ปี , นายวสันต์ สงวนพงษ์วิจิตร อายุ 31 ปี , นายรณชัย เมืองนิล อายุ 28 ปี , นายกฤษฎา มหาลือ อายุ 28 ปี , นายกษิดิศ โตตุระมา อายุ 19 ปี , นายนิพิธพนธ์ มะโนสาร อายุ 18 ปี , นายสุธนา พร้อมประเสริฐ อายุ 27 ปี และ นายธนพล เมืองนิล อายุ 33 ปี
ว่าที่ ร.ค.รสสุคนธ์ หนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ เล่าว่า ก่อนเดินทางมาเที่ยวในอุทยานแห่งชาติออบขานได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่ก่อนหน้า 2 วัน ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำในลำน้ำขานตื้นเขินและใสจนเห็นพื้น เมื่อเห็นว่าปลอดภัยตนเองพร้อมกลุ่มเพื่อนทั้งหมดได้เดินทางเข้ามากางเต้นท์พักแรมตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. โดยขนสัมภาระเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ ต่อมาในช่วงบ่ายสังเกตเห็นน้ำเริ่มมีสีแดงขุ่นแต่ปริมาณไม่สูงขึ้นจึงไม่ได้สนใจและพักกางเต้นท์ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งคืน
กระทั่งช่วงสายวันรุ่งขึ้นได้มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานมาแจ้งให้รีบเก็บของข้ามฝั่งเพราะคาดว่าจะเกิดน้ำป่าไหลหลากกระทันหัน กลุ่มของตนจึงเริ่มเก็บข้าวของและตั้งใจว่าหลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จจะข้ามฝั่งกลับออกไป แต่ปรากฏว่าหลังจากเจ้าหน้าที่มาเตือนได้ไม่ถึง 5 นาที ได้มีกระแสน้ำป่าพักมาตามลำน้ำอย่างรวดเร็วและระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กระแสน้ำได้พัดเอาสะพานไม้ไผ่ที่ข้ามมาหายไปต่อหน้าต่อตา จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด้วยความตกใจเพระาเกรงว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นจนเป็นอันตรายมากกว่านี้ กระทั่งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้ในที่สุด
ด้านนายอดุลย์ จันทะเนตร ผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติออบขาน เปิดเผยว่า หากมีฝนตกหนักติดต่อกันเกินสองวัน น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเหนืออุทยานจะไหลลงมาในลำน้ำขานอย่างรวดเร็ว หลายครั้งที่ผ่านมากระแสน้ำรุนแรงจนพักเอาสะพานขาดไปหลายครั้ง อันตรายที่เกิดขึ้นทางอุทยานได้เตือนนักท่องเที่ยวทุกครั้งแต่ส่วนใหญ่ยังประมาทเพราะไม่เคยประสบเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ทุกคนปลอดภัย
นายอดุลย์ กล่าวว่า เพื่อความปลอดปลอดของนักท่องเที่ยวในฤดูฝน ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก พร้อมฝากเตือนไปถึงนักท่องเที่ยวให้เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะข้ามลำน้ำไปที่ลานกางเต้นท์และให้ออกจากพื้นที่ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือน
ตื่นแผ่นดินแยกที่เชียงแสนหลังฝนตกหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า นายนพคุณ สุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจาก นางกรกช ศรีวิไล อยู่บ้านเลขที่ 19 ม. 7 บ้านสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่าได้เกิดรอยแยกของแผ่นดินขึ้น ภายในบริเวณบ้านของตนเอง เป็นทางยาวประมาณ 15 เมตร ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดเกิดจากสาเหตุใด จึงแจ้งให้เพื่อไปทำการตรวจสอบ
นางกรกช กล่าวว่า หลังจากเกิดฝนตกอย่างหนักฟ้าคะนองรุนแรงตั้งแต่เมื่อคืนติดต่อกันมาจนถึงรุ่งเช้า หลังตื่นมาจะทำอาหารที่ห้องครัว ต้องตะลึง ปรากฎว่าเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวภายในบริเวณบ้านใกล้ๆ ห้องครัว ส่งผลให้ผนังห้องครัวมีรอยปริแยกไปด้วย คณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านจึงเดินทางไปร่วมกันทำการตรวจสอบเบื้องต้น
จากการสำรวจรอบๆ ภายในบริเวณบ้าน พบรอยแยกที่เกิดจากการทรุดตัวของแผ่นดิน คาดว่าเกิดจากฝนตกตลอดทั้งคืนทำให้พื้นดินไม่สามารถอุ้มน้ำได้ จึงทำให้พื้นดินบางส่วนทรุดตัวลง และแยกเป็นรอยร้าวเป็นทางประมาณ 15 เมตร หยั่งความลึกจากผิวดินลงไปประมาณ 50 - 100 ซม. ขนาดกว้างรอยแยกบนผิวดินประมาณ 30 ซม. ซึ่งจะได้ทำการแจ้งให้หน่ายงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุกันอีกครั้ง
น้ำป่าซัดเมืองคอน3พ่อลูกลงเล่นน้ำกลายเป็นศพ
เมื่อเวลา 16.00 น.พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกน้ำป่าซัดสูญหายจำนวน 3 รายในลำธารน้ำตกท่าหา ต้นน้ำคลองท่าดี ม.9 ต.กำโลน อ.ลานสกา หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยกำลังสายตรวจเข้าทำการตรวจสอบและให้การช่วยเหลือทันที
ที่เกิดเหตุพบว่าน้ำป่ากำลังทะลักลงมาจากเทือกเขาหลวงสีขุ่นเข้มมาตามน้ำตกท่าหา ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำคลองท่าดี จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณจุดเล่นน้ำของริมธารรีสอร์ท ซึ่งน้ำป่ายังคงไหลแรงจัด ส่วนผู้ที่ถูกน้ำป่าซัดหายไปนั้นได้มีชาวบ้านได้ช่วยขึ้นมาจากน้ำได้ห่างไปจากจุดถูกซัดไปกว่า 300 เมตร และได้รีบนำตัวส่ง รพ.ลานสกา แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าผู้ประสบเหตุดังกล่าวเสียชีวิตลงระหว่างทางทราบชื่อคือนายดำรงค์ แก้วประดับ อายุ 35 ปี อยู่ 163/45 ถ.เจริญพงศ์ แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กทม. สภาพศพมีรอยเขียวช้ำตามลำตัวหลายจุดเนื่องจากถูกกระแสน้ำซัดไปกระแทกกับโขดหินอย่างรุนแรงนอกจากนี้ยังมีผู้ที่สูญหายไป 2 รายคือ ด.ช.กิตติวิน แก้วประดับ อายุ 6 ขวบ และ ด.ช.กิตติกร แก้วประดับ อายุ 4 ขวบลูกชายของนายดำรงค์ ที่สูญหายไปขณะเกิดเหตุพร้อมกัน
ลำพูนฝนตกหนัก2วันน้ำท่วมขังหลายพื้นที่
นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดฝนตกหนักตลอด 2 วัน 2 คืนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ทำให้ถนนภายในเขตเทศบาลเมืองลำพูนหลายสายเกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นจุดที่เคยน้ำท่วมซ้ำซากมาเป็นประจำทุกปี รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ขนาดเล็กทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านไปมากได้อยู่ เนื่องจากการระบายภายในเขตเทศบาลเมืองลำพูนไม่ทัน ซึ่งทางเทศบาลเมืองลำพูนได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำบริเวณจุดต่าง ๆ แล้ว
ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน จัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุทางหมายาเลขฉุกเฉิน 1784 และ 053-562-963 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอาสาสมัครมิสเตอร์เตือนภัยหากตามอำเภอต่าง ๆ หากมีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นให้รีบแจ้งโดยด่วน ล่าสุดได้เฝ้าระวังเป็นพิเศษที่ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมหนักเมื่อปีก่อน เช่นเดียวกับที่อำเภอป่าซาง บริเวณถนนเลียบแม่น้ำทาเส้นหลังที่ว่าการอำเภอป่าซาง ณ เวลายังปกติ ส่วนพื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง แม่ทา และ ลี้ ก็ยังเฝ้าติดตามเช่นกัน หากภายใน 2-3 วันนี้ฝนหยุดตก น้ำท่วมคงไม่เกิด อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทจึงควรรับมือได้แล้วเพราะย่างเข้าสู่ฤดูฝนอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ผู้ว่าฯสั่ง8อำเภอเฝ้าระวังน้ำท่วม
นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ 8 อำเภอได้แก่ อำเภอเมือง ลี้ บ้านโฮ่ง ป่าซาง แม่ทา บ้านธิ ทุ่งหัวช้าง และ เวียงหนองล่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยวอนทางการช่วยเหลือวางท่อระบายน้ำ พร้อมทั้งกำชับให้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสั่งการให้มิสเตอร์เตือนภัย และ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทั้ง 8 อำเภอ เตรียมพร้อมรับมือเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในทุกพื้นที่
เตือน"เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง-แพร่"ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งว่า ในวันที่ 6-9 พ.ค.นี้ จะมีฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง และ จ.แพร่ ขอให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโปรดทราบ และหากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์เตือนภัยฯ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
........
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



