
คุมได้แล้ว'สารฟอกขาวมาบตาพุดรั่ว'
"รมว.อุตสาหกรรม" ยันมาบตาพุดกลับสู่สภาวะปกติแล้ว ส่วน ปภ.ระยองปัดข่าวสารเคมีรั่วอีก ขณะที่รมช.สธ.ยันคุมได้แล้ว "สารฟอกขาวรั่ว"หามคนเจ็บส่งรพ.40ราย
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์รายการเก็บตกจากเนชั่น ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนลถึงเหตุการณ์โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตพุด จ.ระยองระเบิดว่า สำหรับสถานการณ์สารพิษที่แพร่กระจายในพื้นที่ชุมชนโดยรอบนั้น ขณะนี้ถือว่ากลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว โดยเครื่องตรวจสอบสารเคมีอัตโนมัติ ที่ติดตั้งอยู่โดยรอบ พบปริมาณสารเคมีเพียง 10-12หน่วยเท่านั้นซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้โรงงานกรุงเทพ ซินธิติกส์ได้สั่งปิดไปแล้ว และผู้บริหารของโรงงานดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือนในการซ่อมระบบ ทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามเหตุที่โรงงานกรุงเทพ ซินธิติกส์ระเบิดนั้นไม่ใช่เป็นเหตุที่เกิดจากการผลิตตามปกติ แต่เป็นการปิดซ่อมบำรุง เบื้องต้นนั้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากบุคคลมากกว่า ที่ปฏิบัติงานผิดพลาด
“เราพบว่าในพื้นที่เกิดระเบิดมีโรงงานอีก 8 แห่งที่ขอให้ระงับการทำงานในช่วงนี้ เพราะแรงระเบิดที่รุนแรงได้สร้างผลกระทบ เช่น ในระยะ 400-500 เมตร ทำให้กระจกอาคารสำนักงานแตก โดยระหว่างที่พักการผลิตจะให้ตรวจสอบระบบท่อ และวาล์วของโรงงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ส่วนจะใช้เวลานานเท่าใด ผมตอบไม่ได้ เพราะโรงงานทั้ง 8 แห่งนั้น เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีความซับซ้อน ส่วนการตรวจสอบนั้นได้ให้บริษัทกลางเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยรอบนั้น ทราบว่าสำหรับผู้ที่เสียชีวิต หากเป็นพนักกงานของโรงงานกรุงเทพ ซินธิติกส์ จะจ่ายเงินเดือนให้ 36 เดือน และเงินช่วยเหลือ 1 ล้านบาท พร้อมกับดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต ส่วนบุคคลที่เป็นได้รับว่าจ้างมาซ่อมบำรุงโรงงาน ได้มอบเงินช่วยเหลือรายละ 5 แสนบาท นอกจากนั้นการนิคมฯ ได้มอบเงินช่วยทำศพ รายละ 2 หมื่นบาท ด้านผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ บริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์จะดูแลค่ารักษาทั้งหมด และจะมีเงินปลอบขวัญจำนวนหนึ่ง ส่วนบ้านเรือนที่เสียหาย ทางการนิคมฯได้ขอให้เจ้าของบ้านไปแจ้งชื่อ จากนั้นจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประเมินราคาและซ่อมแซมบ้านพักให้ โดยบริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ปภ.ระยองปัดข่าวสารเคมีรั่วอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข่าวแจ้งว่าเกิดสารเคมีรั่วไหลออกมาจากโรงงานผลิตปิโตรเคมี ชื่อบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จนทำให้ผู้ที่สูดดมมีอาการหมดสติ ต่อมานายชุมพล พิชญชัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารภัย (ปภ.) จ.ระยอง ให้สัมภาษณ์รายการเก็บตกจากเนชั่นว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุสารเคมีรั่วไหล แต่เป็นระบบของโรงงานที่เรียกว่าอีเมอร์เจนซี่ ชัทดาวน์ (การปิดการผลิตฉุกเฉิน) ตามกระบวนการเบื้องต้นจะมีการปล่อยก๊าซออกมาทางปล่อง โดยล่าสุดขณะนี้กลิ่นก๊าซได้ระเหยไปหมดแล้ว ทั้งนี้เหตุดังกล่าวไม่ใช่เพราะได้รับผลกระทบจากโรงงานกรุงเทพ ซินธิติกส์ (BST) ระเบิดแต่อย่างใด เพราะโรงงานของบริษัทอดิตยานั้นอยู่ห่างประมาณ 4-5 กิโลเมตร
"ตอนที่ปิดระบบฉุกเฉินและมีกลิ่นก๊าซออกมา มีคนสูดดมและได้รับผลกระทบ จำนวน 8 ราย โดยขณะนี้ได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาบตาพุดแล้ว” นายชุมพล กล่าว
แก๊สบริษัททำโซดาไฟรั่วเจ็บเพียบ
ทั้งนี้เมื่อเวลา 18.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุแก๊สรั่วที่บริษัทอดิตยา เบอร์ร่า เคมีคอล (ไทยแลนด์) จำกัด ในนิคมเหมราชมาบตาพุต อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโซดาไฟ ซึ่งสารที่รั่วออกมาเป็นสารโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ที่เป็นสารตั้นต้นทำโซดาไฟ ทำให้มีการสั่งให้หยุดการผลิตทันที ขณะเดียวกันทำให้ลมพัดสารดังกล่าวไปยังฝั่งตรงข้ามที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างทำให้สูดดมเข้าไปได้รับบาดเจ็บถูกส่งโรงพยาบาลบ้านฉางและโรงพยาบาลมาบตาพุต จำนวนหลายสิบคน โดยมีอาการอ่อนแรง อ่อนเพลีย และแสบคออ
คุมได้แล้ว'สารฟอกขาวมาบตาพุดรั่ว'
ขณะเดียวกัน จส.100 รายงานผ่านทางทวิตเตอร์ @js100radio ระบุว่า "21.15 น.รมช.สธ.เผยสาเหตุสารฟอกขาวรั่ว รง.อดิตยา เบอร์ล่าฯ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชฯ จ.ระยอง (มาบตาพุด) ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ตามแผนฉุกเฉินพิทักษ์ระยอง 1" ข้อความต่อมาบอกว่า "21.20 น. กู้ภัยนำประชาชนส่ง รพ.มาบตาพุด 40 คน หมอรับดูอาการ 6 คน ส่วนใหญ่แสบจมูก ตา ไอ แน่นหน้าอก ตาแดง ฯลฯ อีกส่วนไปที่สนามกีฬาบ้านฉาง 300 คน"
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 21.00 น. กนอ.ได้สั่งหยุดการผลิตสารโซเดียมไฮโปคลอไรด์ของ บริษัทอดิตยา เบอร์ล่าแล้ว พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ของ กนอ.ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และตัวแทนประชาชนในชุมชนบ้านฉางและมาบตาพุด นำโดยนายสุทธา เหมสถน ธรรมมาภิบาลจังหวัดระยอง เข้าไปตรวจสอบหน่วยผลิตของโรงงานดังกล่าวแล้ว
อนึ่งบริษัทแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์รั่วไหลของสารเคมีมาครั้งหนึ่ง ในเดือนมิ.ย.2553 ส่งผลให้มีผู้ต้องเข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลจำนวนมาก
'ปู'สั่งนิคม-รง.ต้นเหตุเยียวยาเหยื่อบึ้ม
ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่หน้าศูนย์ราชการ จ.ระยอง โดยมี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ระยอง พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 พร้อมข้าราชการฝ่ายปกครองและข้าราชการตำรวจมารอรับ จากนั้นได้เดินทางโดยรถยนต์ไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่รพ.มาบตาพุด และมอบกระเช้าและเงินจำนวนหนึ่งแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เสร็จแล้วได้เดินทางไปประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวโดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชม.
หลังประชุมเสร็จน.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดทั้งภายในโรงงานและโรงงานใกล้เคียง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน จะมีการทบทวนพระราชบัญญัติ ภาษีปล่องควัน สนับสนุนกองทุนให้กับชุมชน ปรับปรุงแผนการสื่อสารและแผนเตือนภัย ตลอดจนให้ศูนย์ประมวลข่าวสารตั้งที่ศูนย์ราชการ จะดำเนินการลงพื้นที่ไตรภาคี คือภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนในการลงพื้นที่ตรวจวัดสารเคมีตกค้างโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 2 ส่วน 1. การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2. บริษัท บีเอสที จำกัด จะต้องเข้ามาดูแลทั้งหมด รัฐบาลขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายเสนีย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 142 ราย ตอนนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วเหลือพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 24 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางโรงงานให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และรายนามผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ทั้งหมด 12 ราย จากบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด มี นายชัยโย อักษรศรี นาย หัสนัย จันทร์เศรษฐี นายนพพล รุ่งระวี นายมานพ กูลไข่ นายขวัญประชา ชาติไทย นายธีรยุทธ จันทรสิงห์ นายวัชรกร บุญทวีตระกูล ผู้รับเหมาจาก ไทยวูรี มีนายสมพงษ์ พรมขำ นายสรายุทธ อุทายา นายสนม น้อยจำนง ไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และนายเอกสิทธิ์ บุพโกสุม พนักงานบริษัท SCT
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ให้นโยบายเมื่อวันที่ 1 เมษายนว่า ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิตไม่ให้ถามสิทธิ์ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่นไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชนให้รักษาให้หายอย่างเดียว ไม่ต้องอ้างสิทธิ์ระบบราชการไม่ต้องพูดถึง ขณะนี้ทางนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด บริษัทที่เป็นต้นเหตุของการระเบิดในครั้งนี้เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ค่าใช้จ่ายไม่ต้องเป็นห่วง หรือแม้แต่หน่วยบริการเคลื่อนที่หรือมูลนิธิมาคอยให้คำแนะนำ ประชาชนที่สงสัยหรือต้องการตรวจสุขภาพ บริการฟรี
"ขณะนี้เปิดให้บริการอยู่ และมีหน่วยสุขภาพจิตตามเข้าไปดูในชุมชน คอยถามข่าว ห่วงใยประชาชนในเรื่องของสุขภาพกาย สุขภาพจิต ถือว่าพร้อมโดยการประสานกันของภาครัฐและเอกชน ทั้งเรื่องฉุกเฉิน สถาบันแพทย์ฉุกเฉิน เข้ามาดูแล เครื่องมือทางการแพทย์มีพร้อม ตอนนี้ได้พูดคุยกับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีสารไฮโดรคาร์บอนอยู่ในบรรยากาศบริมาณเท่าไร ซึ่งยังรอให้รายงานโดยในสภาพแล้วไม่เกิน แต่ต้องรอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์" รมช.สธ. กล่าว
นายแพทย์พินิจ อัศวแสงรัตน์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมสุขภาพลอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง กล่าวว่าขอยืนยันว่า สารโทลูอีนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งยังไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง แต่อาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดผื่นคัน
ด้านนายไชยยศ วงศ์พยัต กรรมการผู้จัดการบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด ชี้แจงกรณีเพลิงไหม้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ว่าบริษัทได้เร่งระดมกำลังอย่างเต็มที่เพื่อควณบคุมเพลิง และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 5 พ.ค. สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้นั้นอยู่ในขึ้นตอนของการตรวจสอบ ทั้งนี้ในขณะที่เกิดเหตุมีฝนฟ้าคะนอง และเป็นช่วงที่โรงงานได้หยุดสายการผลิตทั้งหมด เพื่อเตรียมเปลี่ยนชนิดผลิตภัณฑ์ โดยได้มีการล้างทำความสะอาดสายการผลิตเรียบร้อยแล้ว และไล่ความชื้นด้วยสารโทลูอีนเป็นขั้นตอนสุดท้าย
สารโทลูอีน (Toluene) เป็นตัวทำละลายในกระบวนการผลิตยางสังเคราะห์ ไม่ใช่สารอันตรายและไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง ควันที่เกิดจากการลุกไหม้ มีผลทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน เวียนศีรษะและอาเจียนได้
นายไชยยศ กล่าวต่อว่า บริษัทรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น ขอยืนยันในความรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบเต็มที่ โดยดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมทั้งได้ดูแลผลกระทบกับชาวบ้านในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดสายด่วน โท่ร 038-698-698 กด 5 สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจะมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการชุมชนในบริเวณใกล้เคียง
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม กนอ.ได้ดำเนินการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยได้จัดรถตรวจคุณภาพอากาศใน บรรยากาศติดตั้งที่ชุมชน มีที่วัดโสภณจำนวน 1 คัน มีสถานีตรวจวัดอากาศติดตามเฝ้าระวังด้วยระบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามคุณภาพอากาศตามแนวขอบพื้นที่ตลอดจนได้ส่งทีมลาดตระเวนในพื้นที่ชุมชนโดยรอบพื้นที่ทุกชั่วโมง ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพารามิเตอร์ ในส่วนน้ำดับเพลิงที่มีการปนเปื้อนทาง กนอ.ได้ดำเนินการปิดกั้น ควบคุม ไม่ให้ระบายออกสู่สาธารณะ โดยนำน้ำจากการดับเพลิง กลับเข้าไปสู่ระบบบำบัดภายในโรงงาน และทาง กนอ. จะเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและคุณภาพน้ำในพื้นที่โดยรอบ อย่างต่อเนื่อง "ส่วนค่าชดใช้ดูแลบริษัทได้ดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด พนักงานบริษัทที่เสียชีวิต ประกันชีวิตจ่ายให้จำนวนหนึ่ง บวกกับบริษัทฯจ่ายเพิ่มอีก 1 ล้านบาท ค่ารักษาเล่าเรียนบุตร การจัดหาอาชีพให้ภรรยา ส่วนผู้รับเหมาเพิ่มเบี้ยประกันจากรายละ 3 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท ส่วนผลกระทบต่อโรงงานประเมิณค่าเสียหาย 1,500 - 1,700 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาซ่อมปรับปรุงประมาณ 6 เดือน" นายวีรพงศ์ กล่าว
ตร.เร่งสอบพยานเหตุโรงงานผลิตยางระเบิด
พ.ต.อ.เสรี เศรษฐกร ผกก.สภ.มาบตาพุด กล่าวว่าในส่วนของคดีที่มีผู้เสียชีวิต ในการเกิดระเบิดในครั้งนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนได้สอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเกิดระเบิดในครั้งนี้ และจะออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะการระเบิดในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการเพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 ราย บาดเจ็บ 142 ราย และพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 24 ราย
พ.ต.ท. เจริญ วิฑิตกรกุล พนักงานสอบสวนเวร สภ.มาบตาพุด กล่าวว่า ขณะนี้กำลังสอบปากคำ ผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความเป็นจำนวนมาก และได้สอบปากคำไปแล้ว 20 ราย โดยสอบไปเรื่อยๆ ตอนนี้ตำรวจยังเข้าไปดูที่เกิดเหตุไม่ได้ เพราะต้องรอการยืนยันให้มีการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปในที่เกิดเหตุได้ เพราะอาจจะยังมีเรื่องสารเคมีและความปลอดภัย ด้านอื่นๆ ซึ่งต้องรอให้ปลอดภัยจริงๆ จึงเข้าตรวจรวบรวมหลักฐานหาสาเหตุได้ ซึ่งงานเร่งด่วนตอนนี้ต้องจัดการเรื่องศพทั้งหมดเพื่อนำส่งนิติเวชตรวจหา สาเหตุการตายแต่ละศพ เพื่อจะได้รีบส่งศพให้ญาติที่อยู่ในระหว่างการเศร้าโศกเสียใจนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ และนายวิชัย ล้ำสุทธิ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่บริเวณด้านหน้าบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ โดยนายสาธิตให้สัมภาษณ์ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องการให้รัฐบาลดำเนินการสานต่อโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลที่แล้วดำเนินการ โดยการเติมงบประมาณลงมาตามแผนลดขจัดมลพิษ โดยเฉพาะศูนย์เตือนภัยซึ่งในชุมชนยังไม่มี เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง และน่าเชื่อถือได้กับชุมชนในขณะเกิดเหตุ และแนวกันชนซึ่งทำไปบ้างแล้วแต่ยังไม่สำเร็จครบทุกพื้นที่
ประกันสังคมดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเต็มที่
ด้านสำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า ผู้ที่ได้รับประสบอันตราย ในกรณีที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการบริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัดและบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัดและผู้รับเหมาช่วงจะได้รับความคุ้มครองจาก กองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม คุ้มครองลูกจ้างที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างดังนี้
ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น 45,000 บาทสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ค่าทดแทนรายเดือน 60% ของค่าจ้างรายเดือนระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี กรณีผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลค่าทำศพ 30,000บาท ค่าทดแทนรายเดือนขั้นต่ำเดือนละ 4,118.40บาทระยะเวลา 8 ปี รวมจำนวนเงิน 395,366.40 บาท ค่าทดแทนรายเดือนสูงสุดเดือนละ 12,000 บาท ระยะเวลารวม 8 ปี รวมจำนวนเงิน 1,152,000บาท
ในกรณีที่ผู้ประสบอันตรายไม่ได้เกิดจากการทำงาน แต่อยู่ในที่เกิดเหตุจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคม ได้รับการดูแลในด้านการรักษาพยาบาลจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษาและได้รับค่าทดแทนกรณีขาดรายได้ระยะเวลาไม่เกิน 90 วันต่อคน ปีละไม่เกิน 180 วัน กรณีเรื้อรังไม่เกิน 365 วัน.



