
สั่งเข้มจราจรติดกล้องเรดไลท์เพิ่ม30จุดทั่วกรุง
นครบาลสั่งเข้มจราจรติดกล้องเรดไลท์ เพิ่ม 30 จุดทั่วกรุงเทพฯ สรุป 4 เดือน จับได้ 1.8 แสนราย เสียค่าปรับ 5 หมื่นกว่าราย มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท
(15พ.ค.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวถึงการดำเนินการส่งหมายเรียกให้มาเสียค่าปรับฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง โดยรถยนต์ที่มีผู้ขับขี่ขับฝ่าฝืนแยกต่างๆ จำนวน 30 จุดที่กระจายอยู่ทั่ว กทม. เริ่มจับปรับอัตรา 500 บาท มาตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้วเป็นระยะเวลา 4 เดือน เฉลี่ยแล้วเหลือประมาณ 7-8 หมื่นต่อเดือน เฉลี่ยมีคนขับผ่าสัญญาณไฟแดงตกวันละประมาณ 1,000 กว่าราย
ซึ่งเปรียบเทียบแล้วผู้ขับขี่ฝ่าสัญญาณไฟแดงลดลง ดูจากแผนภูมิที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ขับขี่ฝ่าไฟแดงเดือนมกราคม ประมาณ 1.2 แสนราย เดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 9 หมื่นราย เดือนมีนาคม ประมาณ 8 หมื่นกว่าราย เดือนเมษายน ประมาณ 7 หมื่นกว่าราย โดยมีรถแท็กซี่เป็นแชมป์ฝ่าไฟแดงเช่นเดิม ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจัดส่งใบเรียกมาเสียค่าปรับได้ทันชนิดเกือบจะวันต่อวันแล้ว
สำหรับค่าปรับฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงนั้น รอง ผบช.น. บอกว่า ส่ง กทม.ไปครึ่งหนึ่งที่เหลือเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ปฏิบัติงาน เช่น คนพิมพ์หมายเรียก เป็นต้น ข้าราชการตำรวจยศระดับ พ.ต.ท.ลงมา ตามระเบียบเขียนไว้ชัดเจน คือเราจัดเงินรางวัลเข้าบัญชีธนาคารให้เลยคนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท เท่ากันกับตำรวจท้องที่ต่างๆเมื่อมีเงินค่าปรับเหลือมาก เมื่อส่งให้ กทม.แล้วเราก็เขียนโครงการของบฯกลับมาเตรียมจะเพิ่มติดตั้งกล้องเรดไลท์อีก 30 ทางแยก ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะใช้บริษัทเก่าหรือเลือกบริษัทใหม่ กำลังให้เสนอราคามาเลือก2-3 บริษัท
ข้อมูลสถิติจากศูนย์สั่งการจราจร บก.02 แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2551 ถึง 30 เมษายน ที่ผ่านมามีการพิจารณาออกหมายเรียกให้มาเสียค่าปรับข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง(เรดไลท์คาเมรา) แล้ว 183,303 ใบ มีผู้มารายงานตัวเสียค่าปรับแล้วจำนวน 51,221 ราย คิดเป็นมูลค่า 25,610,500 บาท



