
ร้องรัฐจัดตั้ง'นิคมอุตฯผลิตกล้วยไม้'ทางแก้น้ำท่วม
ร้องรัฐจัดตั้ง 'นิคมอุตฯผลิตกล้วยไม้' ทางแก้น้ำท่วมสู่วิธีจัดการครบวงจร : รายงานเกษตร : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ
แม้ผลการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก ปี 2555 ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก พ.ศ.2554-2559 ที่มีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ศุภชัย บานพับทอง" เป็นประธานพร้อมหารือถึงแนวทาง การดำเนินการจัดตั้ง "นิคมอุตสาหกรรมการผลิตกล้วยไม้" ซึ่งผู้ผลิตได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด เพื่อเป็นการปรับกระบวนการผลิตกล้วยไม้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีการจัดการผลผลิตให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ในทุกส่วน เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และลดความสูญเสีย รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกนั้น
ทว่าวันนี้สวนกล้วยไม้ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ของ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้เพื่อการส่งออกหลักของประเทศนั้น ที่ผ่านมากลับได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเพียงบางส่วนเท่านั้น หลังจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เห็นชอบโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชต้นทุนสูง ที่ประสบอุทกภัย ปี 2554 กรณีพิเศษ เกษตรกร 10 จังหวัด รวม 5,700 ราย วงเงิน 1.9 พันล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ตรวจสอบพบว่ามีเกษตรกรแจ้งแบบขอรับความช่วยเหลือ จำนวน 5,400 ราย วงเงิน 1.7 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถโอนเงินได้ทั้งหมดภายในต้นเดือน พฤษภาคมนี้
ส่วนกรณีรายชื่อที่ไม่มีแจ้งแบบขอรับความช่วยเหลือ 300 ราย และเกษตรกรที่แจ้งภายหลัง ครม.อนุมัติ กว่า 1,900 ราย อยู่ระหว่างให้จังหวัดตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงส่งให้กรมส่งเสริมการเกษตรพิจารณาดำเนินการต่อไปเพื่อฟื้นฟูและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ให้กลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับการเดินหน้าตามแผนที่ได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก พ.ศ.2554-2559 เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำตลาดกล้วยไม้ของภูมิภาค และของโลกให้ได้ในที่สุด
วุฒิพงศ์ เนียมหอม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม กล่าวในรายการ "เกษตรทำกินกับคมชัดลึก" ทางช่องระวังภัย ถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนกล้วยไม้ที่ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า จากมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดอัตราการเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2554 เป็นกรณีพิเศษ โดยด้านพืช จะได้รับการช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 55 ของต้นทุนการผลิตรวมเฉลี่ยต่อไร่ ในส่วนของกล้วยไม้ได้จะได้รับอัตราเงินชดเชยร้อยละ 55 ของต้นทุนการผลิตรวมเฉลี่ยต่อไร่ เช่นเดียวกับพืชต้นทุนชนิดอื่น
ทั้งนี้ จ.นครปฐม มีพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ทั้งสิ้น 7,340 ไร่เกษตรกรจำนวน 523 ราย พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ที่ อ.เมือง อ.สามพราน อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.พุทธมณฑล อ.ดอนตูม และ อ.กำแพงแสน โดยพันธุ์กล้วยไม้ที่นิยมปลูกมาก ได้แก่ สกุลหวาย ม็อคคาร่า ออนซีเดียมแวนด้า และแคทลียา ในปี 2554 การส่งออกกล้วยไม้ของในพื้นที่ จ.นครปฐม ระหว่างเดือนตุลาคม-กันยายน ปี 2554 มีมูลค่าประมาณ 569 ล้านบาท
ขณะที่ พุฒิพงศ์ จงกิตติ์พิภัทร ประธานกลุ่มชาวสวนกล้วยไม้ อ.บางเลน กล่าวเสริมว่า แม้ว่ารัฐบาลจะให้เงินชดเชยช่วยเหลือชาวสวนกล้วยไม้ที่ประสบอุทกภัยปี 2554 ในอัตราร้อยละ 55 ของต้นทุนการผลิตรวมเฉลี่ยต่อไร่ ซึ่งก็ไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลได้เข้ามาดูแลมากกว่านี้ เมื่อเทียบกับการทำเงินรายได้เข้าประเทศที่มีจำนวนนับพันล้านบาทในแต่ละปี ที่สำคัญรัฐบาลก็มีนโยบายขับเคลื่อยยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก พ.ศ.2554-2559 หรือโครงการกล้วยไม้หมื่นล้าน จึงน่าจะให้ความสำคัญกับกล้วยไม้มากกว่านี้
"ถ้าจะเทียบกับพืชชนิดอื่น ของเราก็โอเค เพราะพืชบางตัวจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้กันเลยหรือได้ก็ยังไม่ครบ แต่ชาวสวนกล้วยไม้ส่วนใหญ่จะได้เงินกันเกือบครบแล้ว ส่วนบางรายที่ยังไม่ได้ เพราะยังไม่มาขึ้นทะเบียน สำหรับการเตรียมรับมือเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกในปีนี้ ชาวสวนคงต้องช่วยตัวเองเป็นหลัก โดยเร่งทำคันกั้นน้ำโดยรอบให้สูงขึ้นอีกประมาณ 1.5-2 เมตรน่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง"
อย่างไรก็ตามประธานกลุ่มชาวสวนกล้วยไม้ อ.บางเลน ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้ง "นิคมอุตสาหกรรมการผลิตกล้วยไม้" ต่อรัฐบาล เพราะนอกจากบริหารจัดการกล้วยได้อย่างเป็นระบบครบวงจรแล้วยังสามารถป้องกันความเสียหายหากเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้อีกด้วย โดยตอนนี้ได้การกำหนดพื้นที่ตั้งนิคมไว้เบื้องต้นแล้ว 2 แห่ง คือที่ จ.กาญจนบุรีและราชบุรี หากรัฐบาลเห็นชอบในหลักการก็จะจัดการหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป
ด้าน ไชยพันธ์ คุ้มวิเชียร ผู้จัดการสวนกล้วยไม้แอร์ออร์คิดส์ ผู้ผลิตและส่งออกกล้วยไม้รายใหญ่ยอมรับว่าประเทศไทยถือเป็นผู้นำการส่งออกกล้วยไม้มาอย่างยาวนาน และกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศก็ชื่นชอบกล้วยไม้จากประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ หากเราไม่เร่งจัดการแก้ปัญหาผลผลิตกล้วยไม้ให้ฟื้นขึ้นมาโดยเร็วเกรงว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะหันไปสั่งซื้อกล้วยไม้จากประเทศอื่นๆ ก็เป็นได้
"ขณะนี้ลูกค้าในต่างประเทศมีออเดอร์เข้ามาตลอดแต่เราไม่มีสินค้าให้เขา ซึ่งก็เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ลูกค้าเดิมก็จะหนีหายหมด เมื่อถึงวันนั้นเขาก็ไปมีคู่ค้าใหม่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในยุโรปและอเมริกา หรือญี่ปุ่น ที่ส่วนใหญ่นำเข้ากล้วยไม้จากประเทศไทย จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลเร่งให้ความสำคัญกับกล้วยไม้ด้วย" ผู้จัดการสวนกล้วยไม้แอร์ออร์คิดส์กล่าวย้ำ
สำหรับสถานการณ์กล้วยไม้ปี 2554 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า ราคาดอกกล้วยไม้ (สกุลหวาย) ราคาเฉลี่ย ดอกกล้วยไม้ส่งออก 90.24 บาท/กก. ต้นกล้วยไม้ส่งออก 18.25 บาท/ต้น มูลค่าส่งออก เดือนมกราคม-ธันวาคม 2554 เมื่อเทียบกับมกราคม- ธันวาคม 2553 พบว่า ปริมาณส่งออกดอกกล้วยไม้ 24.6 ล้านตัน (ลดลง 2.48%) คิดเป็นมูลค่า 2,220 ล้านบาท และปริมาณส่งออกต้นกล้วยไม้ 3 หมื่นต้น (เพิ่มขึ้น 1.19%) คิดเป็นมูลค่า 553 ล้านบาท
แนวคิดการรวมกลุ่มจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมการผลิตกล้วยไม้ นับเป็นอีกก้าวของวงการกล้วยไม้ไทยในการบริหารจัดการกล้วยไม้เพื่อการส่งออก ทั้งยังเป็นการป้องกันความเสียหายของสวนกล้วยไม้หากเกิดอุทกภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย
----------
(หมายเหตุ : ร้องรัฐจัดตั้ง 'นิคมอุตฯผลิตกล้วยไม้' ทางแก้น้ำท่วมสู่วิธีจัดการครบวงจร : รายงานเกษตร : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)
----------



