
'นลินี'ชี้ปชช.คิดเอง-เออเองว่าสินค้าแพง
"นลินี" ชี้ ประชาชน คิดเอง-เออเองว่าสินค้าแพง เผยหลังจากตรวจตลาดพบราคาสินค้ายังปกติ เตรียมสรุปข้อมูลพร้อมความเห็นส่งให้นายกฯ "ชวนนท์"แนะรมต.ออกไปจากครม.ดีกว่าออกไปเดินตลาด
วันที่ 6 พ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาลส่งอีเมลถึงสื่อมวลชนใจความว่า เวลา 08.30 น. นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังตลาดวัฒนานันท์ ถนนสรงประภา เขตดอนเมือง กทม.เพื่อตรวจสอบราคาสินค้าและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่ไปจับจ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ ตามนโยบายของนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับราคาสินค้าซึ่งปรับตัวสูงขึ้นส่งผลต่อการครองชีพของประชาชน
แม่ค้าขายกับข้าวแกงถุง ได้อธิบายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฟังว่า ตนได้ตั้งราคาขายแกงถุงทั่วไป ราคาถุงละ 25 บาท ส่วนพะแนงหมูและไก่ ราคาถุงละ 35 บาท โดยขายในราคานี้มานานแล้ว และยังไม่ได้ปรับราคาให้สูงขึ้น แต่ยอมรับว่าต้นทุนวัตถุดิบ เช่น มะพร้าว เนื้อไก่ และผัก มีราคาสูงขึ้น
ด้านผู้ค้าไข่ไก่ กล่าวว่า ราคาขายไข่ไก่ทรงตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไข่ไก่เบอร์ 0 ขายในราคาประมาณ 35-36 บาท ต่อ 10 ฟอง ไข่เบอร์ 2 ขายราคา 30 บาท ต่อ 10 ฟอง และไข่เบอร์ 5 ขายราคา 28 ต่อ 10 ฟอง โดยก่อนหน้านี้ราคารับซื้อไข่จากพ่อค้าคนกลางได้ปรับตัวสูงขึ้น 2 ครั้ง คือ 10 สตางค์ และ 20 สตางค์ ตามลำดับ รวมแล้วปัจจุบันราคาปรับตัวสูงขึ้น 30 สตางค์ ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวส่งผลต่อการออกไข่ของไก่ ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในท้องตลาดมีน้อย
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักและผลไม้ โดยพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ กล่าวว่า ราคาผักและผลไม้จะปรับขึ้นลงตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากที่ผ่านมาอากาศร้อนจึงทำให้ปริมาณผลผลิตมีน้อยส่งผลให้ราคาสูงขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อรับมาแพงจึงจำเป็นต้องขายแพงตามไปด้วย โดยเฉพาะถั่วฝักยาว มะระ คะน้า และแตงกวา แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนราคาก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ มะนาว ซึ่งในขณะนี้ราคาปรับตัวลดลงแล้ว เช่น จากเดิมขายในราคาลูกละ 8 บาท ปัจจุบันเหลือราคาลูกละ 6 บาท
สำหรับราคาเนื้อหมูและไก่ในตลาดวัฒนานันท์นั้น พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมู ไก่ และปลาปรับตัวสูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ราคาทรงตัวมานาน โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ปัจจุบันขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 - 125 บาท ทำให้ผู้ขายไก่ต้องปรับราคาให้สูงขึ้นตามไปด้วย เช่น ไก่เป็นตัว ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ส่วนไก่ชิ้น กิโลกรัมละ 55 - 60 บาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ช่วงเปิดเทอมของนักเรียน ขายของได้ดี ราคาจึงไม่สูงมากนัก
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดวัฒนานันท์พบว่า ขณะนี้ราคาสินค้าโดยเฉพาะเนื้อหมูและไก่มีแนวโน้มลดลง โดยสาเหตุที่ราคาแพงก่อนหน้านี้เป็นผลมาจากภาวะน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงราคาผักและผลไม้ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมะนาว หรือถั่วฝักยาวที่ตลาดนี้ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ผลผลิตมีน้อย ส่วนอาหารทะเลมีราคาขายที่ค่อนข้างคงที่
สำหรับข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าและพูดคุยกับผู้ค้าในตลาดวัฒนานันท์ในวันนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะจัดทำเป็นข้อมูลเปรียบเทียบราคาสินค้ามาตรฐานที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนดกับราคาขายจริงในท้องตลาด เพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมกับสรุปความคิดเห็นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเสนอนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุดต่อไป และหากมีโอกาสจะลงพื้นที่พบปะกับผู้ค้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของประชาชนที่ไปจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาดแห่งนี้ เช่น ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง มีความเห็นว่า ราคาข้าวของมีถูกและแพงเป็นธรรมดา โดยราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังสามารถรับได้และไม่เดือดร้อน เช่นเดียวกับพนักงานบริษัทและแม่บ้านที่กล่าวว่า แม้ราคาหมูและข้าวสารจะแพงขึ้นแต่ก็พอรับได้ หากสามารถควบคุมราคาหมูให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 100 - 110 บาทได้ก็จะดี จึงอยากให้รัฐบาลช่วยควบคุมราคาสินค้าอย่างจริงจังเพื่อลดภาระของประชาชน อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางคนได้กล่าวสนับสนุนนโยบายเพิ่มค่าแรงวันละ 300 บาท เนื่องจากช่วยให้มีรายได้มากขึ้น และว่าหากราคาสินค้าที่เริ่มมีการปรับตัวลดลงในขณะนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อที่มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ จากการสังเกตราคาข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวในบริเวณตลาดวัฒนานันท์ไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด
"ชวนนท์"แนะรมต.ออกไปจากครม.ดีกว่าออกไปเดินตลาด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่พรรคฯ วันนี้ถึงสิ่งที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนนั้น มีหลายประเด็นที่ตนไม่อยากกล่าวหาว่าเป็นการโกหกประชาชน พร้อมกันนั้นในเรื่องที่อ้างว่าราคาน้ำมันภายในประเทศที่มีราคาสูงเพราะเป็นไปตามกลไกตลาดโลกนั้น ตนขอแย้งว่าไม่ใช่ แต่ทุกอย่างคือเรื่องจริงที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องยอมรับ เพราะ ปตท. ได้กำไรจากสิ่งเหล่านี้มหาศาล
“สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์พูดในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนนั้น มีหลายประเด็นที่ผมไม่อยากจะกล่าวหาว่าคุณยิ่งลักษณ์โกหกประชาชน แต่คุณยิ่งลักษณ์พูดโดยที่ได้รับข้อมูลที่ผิด และเป็นเรื่องไม่จริงในการอ้าง ผมคิดว่า 2 ประเด็นหลักที่ คุณยิ่งลักษณ์พยายามอ้างว่าขณะนี้สถานการณ์สินค้า ราคาสินค้าปลายทางเริ่มลดลงแล้ว โดยอ้างอิงจากราคาสินค้าปลายทางต่าง ๆ ราคาแนะนำของกระทรวงพาณิชย์ ประเด็นที่ 2 คือคุณยิ่งลักษณ์พยายามโทษราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยพยายามอ้างว่าขณะนี้เราเป็นเศรษฐกิจ จึงต้องยอมรับสภาพ และอยู่กับความเป็นจริงในเรื่องราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น”
โดยในประเด็นแรก นายชวนนท์ชี้ให้เห็นว่าจากตารางประกอบจะพบว่า ราคาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู คะน้า ถั่วฝักยาว มะนาว เป็นราคาที่ไม่ได้มีขายจริงในประเทศไทย แต่เป็นราคาที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์เห็นตรงกับ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และรมว.กระทรวงพาณิชย์ และพูดเอง เออเองว่าราคาสินค้านั้นถูกลง
“ถั่วฝักยาวที่ตลาดบางซื่อเมื่อเช้านี้ กก.ละ 70 บาท แต่ท่านแนะนำให้กิน 30 บาท ท่านต้องแนะนำกันเองใน ครม. ครับ เพราะประชาชนไม่สามารถจะเข้าถึงราคาสินค้าดังกล่าวได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่าราคาสินค้า หรืออัตราเงินเฟ้อนั้นท่านกำหนดเอง เออเอง คิดเอง มันต้องลงแน่ครับ ในเมื่อท่านบิดเบือนราคาสินค้าภายในประเทศขณะนี้ ผมอยากจะฝากถามรัฐบาลว่า ถ้าท่านคิดว่าของไม่แพง แล้วท่านให้ราคาแนะนำมาอย่างนี้ ถ้าหากประชาชนคนไหนไปซื้อของแพง แล้วเขาไปเก็บเงินส่วนต่างที่รัฐบาลได้หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลประกาศไปเลยว่า ราคาแนะนำเป็นอย่างนี้ ถ้าใครคนไหนในประเทศไทยไปซื้อสินค้าแล้วมันแพงกว่าราคาแนะนำ ไปเก็บเงินที่กระทรวงพาณิชย์ ท่านประกาศไปเลยถ้าท่านมั่นใจ มิเช่นนั้นแล้วปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข ตราบใดที่ท่านไม่ยอมรับปัญหาว่ามีอยู่จริง ไม่ยอมรับว่าราคาสินค้ามันพุ่งสูง ท่านไม่มีวันแก้ได้”
นอกจากนั้น การที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงความไม่ใช่ข้อเท็จจริงของราคาสินค้าปลายทางแล้ว ยังบิดเบือนในเรื่องราคาน้ำมัน ที่ระบุว่าขณะนี้เป็นสังคมเปิด ราคาน้ำมันในตลาดโลกทำให้เราต้องยอมรับความเป็นจริง และรัฐบาลก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดนั้น นายชวนนท์ได้นำตารางเปรียบเทียบราคาน้ำมันในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ กับราคาน้ำมันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในช่วงเดือนเดียวกัน พบว่า ราคาน้ำมันดิบในตอนนี้มีราคาถูกกว่าในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ด้วยความสามารถของนายกฯ ยิ่งลักษณ์กลับทำให้ราคาน้ำมันภายในประเทศมีราคาสูงกว่ารัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์
“ตกลงว่าท่านอ้างตลาดโลกยังไงครับ ท่านยิ่งลักษณ์ครับ คนไทยหลายคน งง ในหลักคิดของท่านครับ เพราะว่ามันไม่จริง ที่ท่านกล่าวอ้างว่าราคาในตลาดโลกนั้นสูง อันนี้ผมก็เชื่อว่าท่านก็ไม่เจตนาโกหกประชาชน เพราะผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ไปนั่งดูราคาในตลาดโลกแน่นอน แต่ว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านว่า และกระทรวงพาณิชย์ก็จงใจที่จะบิดเบือน ดังนั้นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนนี้ท่านต้องปลดแล้วครับ ผมอยากจะถามท่านว่าท่านทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ทั้ง ๆ ที่ต้นทุนในต่างประเทศถูกกว่า แล้วมันแพงกว่าในประเทศไทยมันเกิดขึ้นเพราะอะไร มันไม่ใช่กลไกตลาด”
นายชวนนท์แสดงภาพให้เห็นว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2554 มติครม. เห็นชอบตามมติ กพช. ให้ทยอยปรับราคาขายปลีก NGV และ LPG
“มันไม่ใช่กลไกตลาดครับท่านนายกฯ มันเป็นมติครม. ของพวกท่านเองครับ สิ่งเหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยขาดการควบคุม หรือเกิดขึ้นโดยที่เราควบคุมไม่ได้ มันเป็นฝีมือของพวกท่านทั้งสิ้น”
นายชวนนท์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากที่รัฐบาลปรับราคา NGV และ LPG แล้ว ส่งผลให้ราคา NGV สูงขึ้น 70% และ LPG สูงขึ้น 44%
“วันที่ 27 เม.ย. 2555 ราคาก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐฯ อยู่ที่ 2.43 บาทต่อกิโลกรัม แต่คนไทยที่ผลิตได้เองกำลังจะใช้กิโลละ 14 บาท 16 บาท นี่หรือครับ ราคาตลาดโลกของท่าน โลกไหนครับ ท่านต้องตอบว่าโลกไหนที่ท่านอ้างราคาตลาดว่ามันสูงขึ้นขนาดนั้น เพราะราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศไทยครับ”
“ไม่ใช่กลไกตลาดโลก ไม่ใช่อากาศร้อน ไม่ใช่คิดไปเองครับ ทุกอย่างคือเรื่องจริงที่คุณยิ่งลักษณ์ต้องยอมรับ เพราะ ปตท. ได้กำไรจากสิ่งเหล่านี้มหาศาล”
นายชวนนท์เปิดเผยว่า ปตท. จะมีประมาณการรายได้ของบริษัทภายหลังการปรับขึ้นราคา NPG และ LPG ประมาณ 1,758 ล้านบาท ต่อเดือน ในส่วนของ NGV และ 1,460 ล้านต่อเดือนในส่วนของ LPG
“นี่ไงครับ เหตุผลง่ายนิดเดียว กลไกตลาดโลภครับ ไม่ใช่กลไกตลาดโลก เป็นสิ่งที่รัฐบาลปกปิดความจริง มันแก้ได้ง่ายนิดเดียวครับ ถ้าลด NGV LPG ตรึงดีเซล ทุกอย่างก็จบ ไม่ต้องส่งรัฐมนตรีไปเดินตลาดไหน เพราะท่านก็เดินตลาดกันไม่เป็นอยู่แล้ว หยุดสร้างภาพเถอะครับ เอาข้อเท็จจริงมาพูดกันว่า มันมีอยู่แค่นี้เอง ทุกอย่างที่มันแพงขึ้นเพราะราคาพลังงาน ต้นทุนค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าขนส่ง ก็ฝีมือท่านทั้งสิ้น”
“มันเข้าใจไม่ยากครับ ผมเชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์ก็เข้าใจ แต่ว่าท่านแกล้งไม่เข้าใจเพราะว่าท่านต้องการที่จะสร้างกำไรให้กับบริษัทเอกชนบางเอกชนหรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องไปแก้ด้วยการไปเดินตลาด ไปแก้ด้วยการเอารัฐมนตรีไปสร้างภาพเต็มตลาด ในเมื่อข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้และท่านปฏิเสธไม่ได้”
“ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตร และสินค้าต้นทุนนั้นถูกทั้งแผ่นดิน แต่พอสินค้าต้นทุนเหล่านี้ถูกเข้ามายกระดับโดยมาตรการของรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์แล้ว ทำให้ออกมาแพงทั้งแผ่นดินในตอนปลาย และเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่ผมนำมากราบเรียนวันนี้ เพราะฉะนั้นตราบใดที่คุณยิ่งลักษณ์ยังงงอยู่ แล้วยังพยายามจะแก้ไขปัญหาโดยใช้ อากาศร้อน ใช้ความรู้สึก เป็นไปไม่ได้หรอกครับ แล้วประชาชนจะตั้งคำถามกลับไปว่า ที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นอย่างนี้เพราะอากาศร้อนหรือเปล่า ดังนั้นจึงอยากให้คุณยิ่งลักษณ์ได้เรียกรัฐมนตรีพลังงาน รัฐมนตรีพาณิชย์ให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอให้ท่านปลดปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปเถอะครับ เพราะเขาบิดเบือนข้อเท็จจริงกับคนที่เป็นผู้บังคับบัญชา แต่ถ้าเขาไม่ได้บิดเบือน ท่านก็โกหกประชาชน”
สัปดาห์หน้า ตนขอให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้ตั้งใจในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์คิดไม่ดีกับรัฐบาล แล้วปล่อยให้เป็นอย่างนี้ จะเกิดประโยชน์กับพรรค ฯ เพราะสินค้าแพงขนาดนี้ พี่น้องเสื้อแดงก็เดือดร้อน
“พวกผมถ้าคิดเลว ไม่เตือนหรอกครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้อยากจะให้รัฐบาลได้ลงมาดูแลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังก่อนที่จะลุกลามบานปลายจนแก้ไขไม่ไหว”



