ข่าว

โคราชแล้ง!น้ำในอ่างเก็บต่ำกว่าครึ่ง

โคราชแล้ง!น้ำในอ่างเก็บต่ำกว่าครึ่ง

06 พ.ค. 2555

โคราช ประสบภัยแล้ง น้ำในอ่างเก็บลดต่ำกว่าครึ่ง ขณะที่ภาคเหนือฝนตกหนัก ปภ.เตือนระวังน้ำป่า ด้านชายแดนไทย-พม่า ฝนตกต่อเนื่องคลายวิกฤตแล้ง ส่วนอท.ตะรุเตา เตือน 5-9 พ.ค.คลื่นลมแรง 'มรสุม' เข้าเร็ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 55  ที่จังหวัดนครราชสีมา แม้จะมีฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนตกบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ ทำให้ระดับน้ำเหลือต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุ โดยอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพียง 30.76 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 109.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 28% , อ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 148.14 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 324.79 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47.10% , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน ระดับน้ำอยู่ที่ 64.92 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 141 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46.04% , อ่างเก็บน้ำลำแชะ ระดับน้ำอยู่ที่ 184.11 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 275 ล้าน ลบ. คิดเป็น 66.95%  

          หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผอ.ชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆมีปริมาณน้ำต่ำกว่าร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์นั้นทางสำนักชลประทานที่8 นครราชสีมา ได้มีการวางแผนพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำในแต่ละแห่งไม่เท่ากัน เนื่องจากสภาพความลาดชันและปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ที่เป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำจากเขาใหญ่ อ.ปากช่อง และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงฤดูฝน ทางอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง จึงต้องมีการพร่องน้ำออกมากกว่าอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ เพื่อป้องกันปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่าง จนทำให้ปริมาณน้ำล้นสปริงเวย์และไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้ แต่ยืนยันว่าปริมาณน้ำที่เหลือในแต่ละอ่างเพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน 

          ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง แล้วทั้งสิ้น 29 อำเภอ 249 ตำบล 2,837 หมู่บ้าน มีประชากรได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น 830,061 คน  279,780 ครัวเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งทั้งสิ้น 73,326 ไร่ เนื่องจากอยู่นอกเขตชลประทาน

 

ภาคเหนือฝนตกหนัก เตือนเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ระวังน้ำป่าไหลหลาก

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายใน เกือบทุกจังหวัดของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคคือจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง  กำแพงเพชร ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน โดยมีฝนตกหนักมากที่สุดที่ จ.เชียงราย วัดปริมาณสะสมได้ 110  มิลลิเมตร โดยคาดว่าภาคเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากวันที่ 7 พ.ค. นี้ 

          นางสาวพรนภา ทองเทพ นักอุตุนิยมวิทยา ศุนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า ฝนที่ตก หนักสะสมอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย  พะเยา แพร่ และ จังหวัดน่าน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังและระมัดระวังอันตรายจากภัย ธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น   

          ด้านนายคมสัน สุวรรณอำพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ภาวะฝนตกหนักที่เกิดขึ้น ปภ.เชียงใหม่ ได้ติดตามสถานการณ์ผ่านเรดาห์ตรวจกลุ่มฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามการรายงานผลของระบบเตือนภัยน้ำป่าดินถล่มที่ติดตั้งไว้ในจัดเสี่ยงหลายจุด ทั้งใน อ.หางดง อ.แม่แจ่ม อ.แม่ออน และ อ.ฝาง รวมทั้ง บ้านม้งดอยปุย บนดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งพบว่ามีฝนตกหนักที่บ้านปง อ.หางดง ที่ 90 มิลลิเมตร 

          ภาวะที่เกิดขึ้นได้วิทยุสั่งการไปถึง อปพร. ทุกอำเภอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคนถล่ม โดยเฉพาะใน อ.แม่แจ่ม และ อ.ฝาง ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์มาก่อน พร้อมกำชับให้มิสเตอร์เตือนภัยตรวจสอบเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนทุกชั่วโมง เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนมีขึ้นอย่างรวดเร็วหากเกิดภัยพิบัติขึ้น

 

ฝนตกชายแดนไทย-พม่า คลายวิกฤตภัยแล้ง

 

          ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า  จากการที่ได้เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และอำเภอใกล้เคียงทำให้อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยแม่สอดมีน้ำจากภูเขาและเหนืออ่างไหลเข้า รวมทั้งแหล่งน้ำต่าง ๆ ในหมู่บ้านและชุมชนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้อย่างดียิ่ง เกษตรกรผู้ปลูกพืชผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ได้รับประโยชน์จากการที่ฝนตกอย่างมาก เมื่อดินที่เตรียมไว้เพื่อทำการเกษตรมีความชุ่มฉ่ำ และน้ำก็มีเลี้ยงสัตว์ที่ก่อนหน้านั้นขาดแคลนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่ ได้นำเป็ดออกมาเล่นน้ำอย่างสนุกสนานในสระน้ำหรือแหล่งน้ำในท้องถิ่นที่เคยแห้งขอด

          โดยก่อนหน้านี้เป็ดไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงไว้นั้นไม่ยอมออกไข่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดเกิดความแห้งแล้ง เป็ดไม่มีน้ำเล่นทำให้เป็ดเครียดจนไม่ยอมออกไข่ ซึ่งเมื่อฝนตกเพิ่มน้ำในแหล่งน้ำทำให้เป็ดออกมาเล่นน้ำและคลายความเครียดจนสามารถเริ่มออกไข่เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่นำผลผลิตไข่ออกจำหน่ายได้แล้วและเริ่มมีรายได้จากการขายไข่เป็ดกันแล้ว นอกจากนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือหรือควาย ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ที่ชอบเล่นน้ำก็นำควายมาเล่นน้ำจากแหล่งน้ำในหมู่บ้านที่เพิ่มขึ้น 

          ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ที่ก่อนหน้านี้เริ่มแห้งและลดระดับลงจนเข้าขั้นวิกฤต น้ำในอ่างเกือบลดถึงก้นอ่าง ไม่สามารถระบายน้ำออกสู่คลองส่งระบบชลประทานได้ แต่เมื่อฝนตกอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งหากฝนยังคงตกต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งจะทำให้ชลประทานสามารถส่งน้ำที่มีอยู่ไปสู่ระบบการระบายน้ำเพื่อการเกษตรช่วยเหลือเกษตรและประชาชนที่ต้องการน้ำได้ในระดับหนึ่ง

 

อท.ตะรุเตาเตือน 5-9 พ.ค.คลื่นลมแรง เผยหยุดยาวนทท.เที่ยวคึกคัก

 

          นายวิสูตร ศรีสงวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา อ.เมืองสตูล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวยังเกาะแก่งต่าง ๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีคลื่นลมแรงก็ตาม โดยเฉพาะที่เกาะตะรุเตา เรือโดยสารเดินทางเข้าลำบาก นักท่องเที่ยวจะไปเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ สามารถเข้าไปเที่ยวได้ และเชื่อว่าหลังจากช่วงวันหยุดยาวนักท่องเที่ยวคงจะเข้าไปเที่ยวน้อยและเบาบางลง เพราะมรสุมเข้ามาเร็ว ซึ่งปกติแล้วลมมรสุมคลื่นลมแรงจะเข้าในช่วงประมาณวันที่ 16 พ.ค.

          "ช่วงมรสุมนักท่องเที่ยวจะเข้าไปเที่ยวน้อย ทางอุทยานฯ ก็จะมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของอุทยานฯ เช่น อาคารร้านค้า และที่พักนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็จะปล่อยให้ธรรมชาติได้มีโอกาสฟื้นฟูตัวเอง และฟื้นคืนธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมามีความสมบูรณ์และสวยงาม เพื่อรับการไปเยือนของนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง"

          นายปณพล ชีวะเสรีชล ผช.อุทยานฯ ตะรุเตา ซึ่งดูแลรับผิดชอบบริเวณเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวรับวันฉัตรมงคล มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ และเล่นน้ำที่เกาะราวรี จำนวนหลายพันคน เรือหางยาวโดยสารนับ 100 ลำ นำนักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำดำน้ำดูปะการังกัน โดยทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตะรุเตา จะลงไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้มีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 5-9 พ.ค. นี้จะมีคลื่นลมแรง