ข่าว

'มท.1'ยก'ตู่'เหมาะนั่งเก้าอี้รมต.

'มท.1'ยก'ตู่'เหมาะนั่งเก้าอี้รมต.

05 พ.ค. 2555

'ยงยุทธ' ปัดปรับครม. เป็นเรื่องส่วนตัว ย้ำอำนาจอยู่ที่ 'นายกฯ' ไม่น้อยใจหากถูกปรับพ้นมท.1 ยก 'จตุพร' เหมาะสมเป็น รมต.

                     5 พ.ค.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี ภายหลังจากปลดล็อคบ้านเลขที่ 111 ว่า การปรับ ครม. เป็นการปรับให้ถูกใจประชาชน ไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ 111 พ้นโทษออกมา ส่วนอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และตน เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ส่วนตัวขอให้เป็นดุลยพินิจของ นายกฯ แต่เพียงผู้เดียว เพราะว่าทำงานมาหลายเดือนแล้ว จึงทราบว่าควรจะปรับตรงไหนอย่างไร เชื่อมั่นว่าการปรับ ครม. จะต้องทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าเหตุผลอย่างอื่น

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า อาจเพราะมีรายชื่ออยู่ในการปรับเปลี่ยนด้วยหรือไม่ ถึงให้นายกฯ พิจารณาคนเดียวเพื่อความสบายใจ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล จึงย่อมเห็นว่า ควรมีการปรับปรุงที่ไหนบ้าง และทุกครั้งที่มีกระแสการปรับ ครม. ก็มีรายชื่อตนรวมอยู่ด้วยตลอด เมื่อถามต่อว่า ในเมื่อทำงานของมหาดไทยมาเต็มที่ หากต้องถูกปรับให้เหลือตำแหน่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียวจะน้อยใจหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องราชการ ไมมีสิทธิ์ที่จะต้องมาน้อยใจหรือดีใจ

                     เมื่อถามว่า ครม. มีจุดบกพร่องใดที่ควรจะต้องปรับหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เราไปมองตัวเองคงไม่ได้ อยู่ที่ความเห็นของสื่อมวลชน และประชาชน แต่ส่วนตัวมองว่าทุกคนในรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครขี้เกียจ อย่างไรก็ตาม ทางนายกฯก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา อย่างคราวที่แล้วก็ไม่มีสัญญาณอะไร จะปรับก็ปรับเลย

                     เมื่อถามว่า หลายๆคนมองว่าบ้านเลขที่111 เป็นตัวจริง ถ้าเข้ามาทำงานจะได้ประโยชน์มากกว่า นายยงยุทธ กล่าวว่า ประการแรก การปรับ ครม. อยู่ที่นายกฯแต่เพียงผู้เดียว และประการต่อมา ตนเข้าใจเอาเอง เพราะได้ทำงานกับนายกฯมาหลายเดือน ว่าเหตุผลที่จะปรับครม.เพื่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าถามอะไร ก็จะตอบแต่ในหลักการ 2 เรื่องนี้ เมื่อถามต่อว่า คุณสมบัติ 111 คิดว่าเหมาะสมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า มีระเบียบกำหนดไว้ว่า ใครมีคุณสมบัติ ใครขาดคุณสมบัติ จึงไม่ได้เกี่ยวกับตัวเลข 111 และไม่ว่าจะเป็นคนจาก 111 หรือไม่ใช่ แต่ถ้ามีความสามารถ มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็มีสิทธิ์ทุกคน

                     เมื่อถามว่า การตั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ มาเป็นรัฐมนตรี มีการมองว่าเพื่อเป็นการต่างตอบแทน นายยงยุทธ กล่าวว่า อยากจะถามสื่อกลับไปว่า นายจตุพรไม่เหมาะสมตรงไหน ส่วนภาพลักษณ์ที่นายจตุพร เป็นแกนนำเสื้อแดง อาจมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ทำให้การเดินหน้าเรื่องการปรองดองมีปัญหาหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ถ้าตั้งนายจตุพร แล้วประเทศชาติได้ประโยชน์ไหม ถ้าได้ประโยชน์นั่นคือเหตุผลหลัก ส่วนจะเอาเหตุผลอื่นๆ ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะเอามาคิด

                     “หากถามผมว่า นายจตุพรเหมาะสมกับจะเป็นรัฐมนตรีไหม ผมว่าเหมาะ เพราะเขาเป็นคนเข้าใจปัญหาประเทศชาติ เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นคนรักความยุติธรรม รักเสรีภาพ และจะไม่มีปัญหาต่อเรื่องการปรองดอง ถ้าถามต่อไปว่า จะให้ไปอยู่กระทรวงไหน อันนั้นก็แล้วแต่นายกฯ” นายยงยุทธ กล่าว

                     เมื่อถามว่า จะมีปัญหากับโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีของ ส.ส.ภาคกลางหรือไม่ ที่ไม่ตอบรับกับนายจตุพร นายยงยุทธ กล่าวว่า เรื่องโควตาภาคกลาง นายกฯไม่เอามาเป็นประเด็นสำคัญ แต่เอาเรื่องประโยชน์เป็นที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม กระแสบ้านเลขที่111 หรือนายจตุพรนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยแน่นอน แม้ในการอภิปรายพูดคุยอาจไปคนละทิศทาง แต่เมื่อมีข้อสรุปแล้ว พรรคจะไปในทิศทางเดียวกันตลอด

                     ส่วนกระแสปรับนายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ออกจากตำแหน่ง นายยงยุทธ กล่าวว่า นายชูชาติก็ทำงานขยันขันแข็ง การปรับออกปรับเข้าจึงอยู่ที่นายกฯ รวมถึงกระแสข่าวการสับเปลี่ยนกระทรวงของพรรคร่วมรัฐบาล ก็อยู่ที่นายกฯ อีกเช่นกัน

 

มท.1 ยันภัยแล้งไม่มีปัญหาน้ำดื่ม

                     นายยงยุทธวิชัยดิษฐ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่า ภัยแล้งในตอนนี้ก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น อย่างภาคใต้ตอนนี้น้ำก็กำลังจะท่วม และมีอีกหลายจังหวัด ก็จะเจอพายุฝน แต่ในบางจังหวัดก็แล้งจริง แม้ภาคเกษตรอาจจะมีปัญหาแต่เรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ ตนขอยืนยันว่าไม่มีปัญหา พี่น้องประชาชนมีน้ำสะอาดใช้อุปโภค และบริโภค อย่างเพียงพอแน่นอน การแก้ไขความทุกข์ร้อนของประชาชน ก็ดำเนินการอยู่ ภัยแล้งก็เหมือนกัน

                     อย่างไรก็ตามสำหรับสื่อมวลชนไปถ่ายภาพพื้นดินแห้งแตกระแหง เห็นแล้วก็เป็นภาพที่น่าตกใจ ถ่ายลำคลองที่ ตื้นเขินประชาชนก็อาจจะมองไปอีกอย่างหนึ่ง และควรถ่ายภาพที่หน่วยงานราชการเอาน้ำไปแจกจ่ายประชาชนด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ทำกันทุกปี ดังนั้น จึงขอความกรุณาให้ถ่ายภาพที่สร้างความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชนด้วย การไปถ่ายภาพพื้นนาที่แตก ไปถ่าลำคลองที่ตื้นเขินดูแล้ว อาจไม่สบายใจ

                     เมื่อถามถึงความรุนแรงของภัยในปีนี้ที่ลามไป 50 กว่าจังหวัดแล้ว นายยงยุทธ กล่าวว่า จริงแล้วภัยแล้งไม่ใช่ภัยเป็นความแห้งแล้งแต่เรามักเรียกว่าภัยแล้งจนติดปากไป ซึ่งตนขอยืนยันว่าน้ำดื่มที่สะอาดมีเพียงพอและทั่วถึงน้ำใช้ก็มี น้ำทำนามีปัญหาบางพื้นซึ่งกำลังแก้ไข โดยรวมแล้วภัยแล้งก็มีแค่นี้ สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ก็เหมือนทุกๆปีภัยแล้งเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันมานานการแก้ไขก็ได้ทำต่อเนื่องกันมานานแล้ว อาทิ ประปา คลองส่งน้ำต่างๆ ก็ทำกันมาเยอะแล้วตั้งแต่ภัยแล้งสมัยแรกจนถึงวันนี้สิ่งก่อสร้างปัจจัยต่างที่เราทำไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนก็มีมากขึ้นภัยแล้งความรุนแรงก็ดูน้อยลง แต่สื่อให้ความสนใจกันเรื่องนี้ มากจึงทำให้ดูว่าภัยแล้งมีปัญหาเยอะ

                     เมื่อถามต่อว่าหากเกิดปัญหาอุทกภัย และ วาตภัย ขึ้นมาซ้ำซ้อนกัน การสนับสนับสุนช่วยเหลือเพียงพอหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า บางที่คนก็ต้องนั่งเรือเพื่อลุยน้ำไปเพื่อเอาป้ายภัยแล้งออก ก็มีหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เดี๋ยวน้ำก็ท่วมอีก ก็ต้องนั่งเรื่องไปเอาป้ายภัยแล้งออกเอาป้ายอุทกภัยไปตั้งแทน ซึ่งก็จะเป็นอย่างนี้เพราะว่าอากาศของโลกก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะปัญหาภัยพิบัติภัยธรรมชาติก็เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ กระทรวงมหาดไทยในนามของรัฐบาลจึงได้เตรียมความพร้อมดูแลวางแผนเตรียมการล่วงหน้าทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งมีทางเดียวก็คือการเตรียมแผนให้พร้อมและทำการซักซ้อนในการเตรียมแผนที่ทำได้แน่ๆก็มีเพียงเท่านี้ เพราะจะไปทำให้ภัยพิบัติไม่เกิดคงไม่ได้

                     เมื่อถามว่า กรณีการพร่องน้ำในเขื่อนทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงเหลือน้อยมาก เป็นเพราะความผิดพลาดของรัฐบาลหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนดูเป็นวันไม่ได้และไม่มีกำหนดกฏเกณฑ์ว่าน้ำในเขื่อนต้องเหลือเท่านี้ไม่ใช่ต้องดูเป็นวันๆว่าวันนี้ควรจะเก็บแค่ไหนปล่อยแค่ไหน เมื่อถามต่อว่า ช่วงแรกเร่งระบายน้ำในเขื่อนทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งในพื้นที่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะว่าการปล่อยน้ำในระยะแรกก็คำนึงถึงความแห้งแล้งที่จะตามมาด้วย และต้องนึกถึงว่า ถ้าเก็บน้ำไว้มาก เวลาฝนมาก็ต้องระบายน้ำออกไปมาก ก็จะกลายเป็นน้ำที่มาจากเขื่อนรวมกับน้ำที่มาจากฝน จะทำให้กิดเป็นปัญหาน้ำท่วมอีก ดังนั้น อยู่ที่ว่าต้องวางแผนเรื่องนี้ให้ดีที่สุด