ข่าว

คุณ'เชื่อ'เรื่อง'ฤกษ์'หรือเปล่า

คุณ'เชื่อ'เรื่อง'ฤกษ์'หรือเปล่า

05 พ.ค. 2555

คุณ 'เชื่อ' เรื่อง 'ฤกษ์' หรือเปล่า

                   เรื่องของวัน สี ตัวเลข ตัวอักษร เวลา ดูจะเป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญ จนบางคนเรียกว่าเชื่อถือสิ่งเหล่านี้ว่าจะต้องให้ถูกโฉลก เพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ซึ่งนับเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนที่จะเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับวันนี้ที่ตรงกับวันเสาร์ที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 เลขสวยๆ ที่หลายคนพากันเลือกเป็นให้เป็นวันดี ที่คู่รักหลายๆ คู่จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์กันเป็นแถว
 ว่าแต่เรื่องเหล่านี้จะมีใครกันบ้างที่ให้ความสำคัญ และพวกเขาให้ความสำคัญกันมากน้อยแค่ไหน...เริ่มจากคุณแม่ยังสวย "อ้อย" พิมพวรรณ ลิมปิชาติ ที่ออกตัวเลยว่า ปกติจะเลือกวันสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะมองว่าหากตัวเองสะดวกที่จะทำอะไรในวันนั้นแล้ว สิ่งที่ทำอยู่ก็จะราบรื่นด้วยเช่นเดียวกัน

                   "เรื่องวันไหนดีหรือไม่ดี อ้อยว่าเขามีขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับคนที่เชื่อเรื่องเหล่านี้มากกว่า เพราะบางคนพอทำตามแล้วอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่ตัวเองเป็นคนไม่ยึดติดเรื่องเหล่านี้เท่าไร ยิ่งเรื่องการดูดวงนี่จะไม่ดูเลยค่อนข้างกลัว ถ้าถูกทักเรื่องไม่ดีใจเราจะห่อเหี่ยว หรือถ้าเขาเกิดทักว่าชีวิตนี้เราสบายแล้วไม่ต้องทำอะไร เราจะรู้สึกขี้เกียจไม่อยากจะขวนขวายทำอะไรเพราะสบายแล้ว เลยไม่ขอดูดวงแต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองขนาดนั้น เพียงแต่เราทำชีวิตของเราทุกวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว" อ้อย กล่าว

                   ต่างกับสาวรุ่นใหม่ "เพลิน" ฑิพานันท์ วัลยะเสวี ที่ชื่นชอบการดูดวงเป็นชีวิตจิตใจ แม้จะถูกทักทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่เธอบอกไม่ว่าจะฟังอะไรมาต้องมีสติเพราะทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเป็นคนกระทำ ส่วนเรื่องตัวเลขมงคลนั้นให้น้ำหนักความเชื่ออยู่บ้าง แต่ไม่ได้นำมาเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการดำเนินชีวิต

                   "เรื่องวันดีไม่ดีเพลินเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง อย่างถ้าวันไหนเขาบอกเป็นวันดี เราก็จะคิดในใจว่าขอให้วันนี้เป็นวันดีๆ ของเราแล้วกัน แต่จะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองมากกว่า อย่างเวลาดูดวงถ้าเขาทักมาว่าไม่ดี อาจจะมีคิดนิดหน่อยแต่ไม่ได้งมงาย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด อย่างปีนี้เพลินเปิดปีจอ เขาก็บอกว่าเป็นปีชงก็ไปทำบุญที่วัดเล่งเน่ยยี่ ปัดความโชคร้ายออกจากตัว ซึ่งก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงหรือเสียหายอะไร ทำแล้วสบายใจก็ไปทำเท่านั้น" สาวเพลิน อธิบาย

                   ส่วนผู้บริหารหนุ่มมาดเนี๊ยบ "เต้" ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก บอกเรื่องนี้มักจะฟังหูไว้หู แต่จะเชื่อในหลักของพระพุทธศาสนามากกว่า คือ เชื่อในเรื่องของการทำบุญว่าจะได้ผลตามมา เนื่องจากเป็นคนไทยและนับถือศาสนาพุทธ จึงค่อนข้างถือเรื่องวันดีวันมงคล เพราะได้รับการปลูกฝังมาจากครอบครัวแบบนี้ ซึ่งเขามองว่าความเชื่อแบบนี้ไม่ได้เสียหาย ส่วนเรื่องดูดวงนั้นจะไม่ชอบเสาะหาสถานที่ดูดวง แต่ถ้าหากเพื่อนๆ ชวนก็สามารถไปด้วยได้

                   "ส่วนตัวเป็นคนเปิดกว้างพอสมควรสำหรับเรื่องการดูดวง แต่เราต้องมีสติในการับฟังไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่เขาพูด อะไรที่เขาว่าดีเราก็รับฟังไว้ แต่เรื่องต่างๆ ที่เขาทำนายทายทัก ต้องบอกว่าสิ่งเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถิติ ดวงดาว ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีมูลฐานหรือเหตุผลในการทำนาย ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดอาจจะไม่ความเป็นจริงได้ แต่ทั้งนี้เราควรจะหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือศึกษาเพิ่ม จะได้ไม่หลงเชื่อจนกลายเป็นความงมงายแทน" เต้ เน้นย้ำ

                   ในขณะที่สาวสังคมคนดังที่ว่างก็เข้าวัดทำบุญอย่างไม่ขาด สุรีย์ รัตนหิรัญญา กล่าวว่า ถามว่าเชื่อเรื่องดูดวงไหมก็ดูบ้าง 1 ปีเช็ก 1 ครั้ง ไม่งมงาย ถ้าเผื่อหมอดูทักว่าดวงไม่ดีก็ทำบุญ ทำสังฆทานปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือให้มากขึ้นกว่าเดิมที่เคยทำหรือถ้าอยากจะปลูกบ้าน สร้างบ้านใหม่ เปิดสำนักงานใหม่ ก็ต้องดูเพื่อให้เป็นสิริมงคลและให้วันนั้นๆ ดีกับทุกๆ คนในบ้านไม่ให้มีการชง ก็คือเลือกวันดีๆ กับสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ถ้าไม่จำเป็นมากก็ไม่ต้องดู ส่วนคนที่ใช้เลขตองเช่น 555 อย่างเลขดีวันที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 นั้นปกติเลขตองก็ดีอยู่แล้ว ซึ่งก็จำง่ายดี 10 ปี 20 ปี  ก็ยังระลึกได้ถึงวันดีๆ นั้นได้ แต่สำหรับความคิดเห็นขอตัวเองคิดว่าการผูกดวงเพื่อเลือกให้สมพงศ์กับแต่ละคนน่าจะดีกว่า

                   สอดคล้องกับเจ้าแม่ฮวงจุ้ยชื่อดัง จิตรา ก่อนันทเกียรติ ที่บอกว่า คนไทยเชื่อเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แต่อาจจะเป็นการพูดในวงแคบๆ พอมาถึงยุคนี้เทคโนโลยีกว้างขึ้น จึงพูดในวงกว้างทำให้คนเชื่อเรื่องแบบนี้เพิ่มขึ้น หากทำแล้วสบายใจก็ถือเป็นเรื่องดี และความเชื่อแบบนี้เป็นการเผื่อเหลือเผื่อขาด แต่ต้องระวังเพราะอาจจะเกิดความงมงายขึ้นมาได้

                   "อยากแนะนำคนที่เชื่อเรื่องเหล่านี้ว่า เราต้องมีต้นทุนทางความคิด ต้องรู้จักวิธีการคิดและพิจารณา ถ้าเชื่อแล้วเสียเงินไปเปล่าประโยชน์เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ให้เชื่อเหมือนเป็นการซื้อสลากออมสินอย่าเชื่อเหมือนการซื้อหวย เพราะการซื้อสลากออมสินถึงแม้เราจะไม่ถูกรางวัลเงินก็ยังอยู่ในมือ ส่วนหวยถ้าไม่ถูกรางวัลเงินก็หายไปด้วย อย่างหลายๆ คนชอบดูดวง อยากจะบอกว่าเขาจะดูดวงในอดีตได้แม่น แต่อนาคตต้องดูก่อนเพราะเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เหมือนเป็นการพนันถ้าเราเทไปหมดหน้าตักอาจจะเจ็งได้ เอาเป็นว่าไม่ว่าจะทำอะไรต้องไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องคิดหาเหตุผลมาประกอบด้วย มิฉะนั้นความเชื่อจะกลายเป็นความงมงายไปแทน" จิตรา ย้ำ

                   "ความเชื่อ" ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ลองหันกลับมาดูที่ตัวคุณเองซิว่า "ความเชื่อ" ที่คุณมีอยู่นั้น ส่งผลอะไรกับคุณอย่างไรบ้าง