
พ่อตาไม่เชื่อลูกเขยสุพรรณฯโดนปล้น
ส่อโอละพ่อ เหตุ 5 ไอ้โม่งปล้นสินสอดหนุ่มสุพรรณร่วม 3 แสน ตร.ชี้มีพิรุธหลายจุด ยังไม่ออกเลขคดี ขณะที่เจ้าบ่าวหอบเงินก้อนใหม่เข้าพิธีวิวาห์ พ่อตาแม่ยายยื่นคำขาดแต่งเสร็จแยกกันอยู่สักระยะรอดูพฤติกรรม ย้ำโกหกเอาเรื่องถึงที่สุด
หลังจากนายศิวัช อยู่เปี่ยม อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ 3 สำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.พร้อมพงษ์ สนิทกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์นำเงินสินสอดจำนวน 2.25 แสนบาท และทองรูปพรรณหนัก 2 บาท ไปมอบให้ว่าที่พ่อตาแม่ยาย ซึ่งเตรียมจัดงานแต่งงานกับน.ส.กัญญาวีณ์ น้อยมหาพรหม ในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ แต่ปรากฏว่าระหว่างทางถูกชาย 5 คน ใช้อาวุธปืนปล้นเอาทรัพย์สินไปทั้งหมด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนถนนสายดอนกำยาน-บ้านดอนอ้าย หมู่ 7 ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 204/1 หมู่ 2 ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านของว่าที่เจ้าสาว พบว่ายังจัดงานพิธีมงคลสมรสระหว่างนายศิรัชกับน.ส.กัญญาวีณ์ ตามกำหนดเดิม เวลา 07.09 น.มีพิธีสงฆ์ หลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร เวลา 09.09 น.พิธีขันหมาก โดยมีแขกฝ่ายเจ้าสาวและเจ้าบ่าวมาร่วมงานจำนวนมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เจ้าบ่าวถูกปล้นเงินสินสอดอย่างกว้างขวาง
น.ส.กัญญาวีณ์กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังช็อกไม่หาย แต่ได้คุยกับนายคมสัน และนางสุดใจ น้อยมหาพรหม พ่อกับแม่แล้ว ทั้งสองอนุญาตให้จัดพิธีแต่งงานต่อไป และเวลา 18.00 น. เลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีน 50 โต๊ะ ซึ่งแจกการ์ดเชิญประมาณ 500 คน นอกจากนี้ยังจัดโต๊ะสำรองอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเชิญนายณรงค์ ลิ้มจันทร์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเย็น มาเป็นประธานในพิธี
"พ่อกับแม่ไม่พอใจในเรื่องราวเกิดขึ้น ยังไม่เชื่อว่าเขาถูกปล้นจริง ยืนยันว่าหลังพิธีมงคลสมรสจะให้แยกกันอยู่ก่อนจนกว่าเขาจะพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เพราะมีกระแสข่าวออกมาค่อนข้างมากว่ามีการสร้างเรื่องขึ้นมา แต่จะด้วยเหตุผลอะไรไม่มีใครรู้ ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ที่เขาจะเอาหน้าที่การงานมาเสี่ยงแบบนี้ แต่พ่อแม่ต้องการแบบนี้ฉันก็ไม่ขัดใจ ต้องรอให้เวลาที่เขาจะพิสูจน์ตัวเอง พ่อกับแม่ยังบอกว่าถ้าเขาโกหกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ถึงตรงนี้คงต้องปล่อยจัดการตามวิธีการของพ่อแม่ ฉันยินดีจะแยกกันอยู่หลังแต่งงาน แล้วค่อยพิสูจน์กันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก ตามที่มีข่าวลือออกมาหรือไม่" น.ส.กัญญาวีณ์กล่าว
นายศิวัช ยอมรับว่ามีกระแสว่าเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมา แต่ยืนยันว่าไม่ได้กุเรื่องขึ้นแน่นอน คงไม่เอาหน้าที่การงานไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้
"ผมเป็นข้าราชการระดับ 3 กำลังจะได้ระดับ 4 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรื่องนี้ต้องฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดี และให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย อย่างไรก็ตามผมได้หาเงินสินสอดก้อนใหม่จำนวน 2 แสน ทอง 4 บาท มาสู่ขอฝ่ายเจ้าสาวแล้ว โดยขอยืมจากญาติ เพราะไม่อยากให้ฝ่ายเจ้าสาวเสียชื่อเสียง" นายศิวัชกล่าว
พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี (รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี) กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนรับเป็นคดีไว้ก่อน แต่ยังไม่ออกเลขคดี เนื่องจากต้องรอดูหลักฐานพยานต่างๆ ประกอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและดูไม่ชอบพามากล ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า มีการสอบสวนในเชิงลึกเกี่ยวกับตัวเจ้าบ่าวทราบว่าเลื่อนการแต่งงานมาถึง 2 ครั้ง แต่จะด้วยเหตุผลอะไรกำลังตรวจสอบ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกต ข้อแรกหลังจากส่งชุดสืบลงไปสถานที่เกิดเหตุพบว่าเวลาที่เกิดเหตุมีคนสัญจรไปจำนวนมาก แต่กลับไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ข้อสองผู้เสียหายจำเหตุการณ์ได้แม่นยำ ทั้งคนร้าย อาวุธปืนขนาดอะไรบ้าง แต่กลับจำทะเบียนรถไม่ได้ และข้อสุดท้าย สินสอดที่หอบไปทำไมไปคนเดียว ไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปด้วย ถือว่าผิดวิสัยจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น
"ขอเวลา 2-3 วัน เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะกระจ่าง ถ้ามีการปล้นกันจริง ตำรวจจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายคือ สืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่ถ้าเป็นเรื่องโอละพ่อ นอกจากจะโดนข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว ยังโดนญาติฝ่ายหญิงอีก เพราะถือว่าทำให้เสียชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล" พ.ต.อ.ชัชชรินทร์กล่าว



