ข่าว

สั่งตั้งกก.สอบผู้คุม'กินตรวน'นักโทษคุกนครฯ

สั่งตั้งกก.สอบผู้คุม'กินตรวน'นักโทษคุกนครฯ

04 พ.ค. 2555

ราชทัณฑ์สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงผู้คุม 'กินตรวน' นักโทษคุกนครฯ พร้อมเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่แจ้งเบาะแส อีกทั้งพบเครือข่ายยาเสพติดคุกนครฯ 1 ราย มีเงินหมุนเวียนนับ100 ล.

                4 พ.ค.55 พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ให้การรับสารภาพว่า มีการจ่ายเงินค่าถอดตรวน ให้กับผู้ต้องขัง 3,000 - 5,000 บาท หรือที่เรียกกันว่า “กินตรวน” ว่า ตนได้สั่งการให้นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชให้ประสานข้อมูลด้านการข่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากส่วนกลางด้วยการมอบหมายให้นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานสอบ อย่างไรก็ตาม หากตำรวจพบข้อมูลเจ้าหน้าที่เรือนจำรายใด เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือทุจริตประพฤติมิชอบ เรียกรับเงินจากอำนาจหน้าที่ ก็สามารถดำเนินคดีอาญาได้ทันที ส่วนกรมราชทัณฑ์จะเอาผิดทางวินัย

                "ขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ได้เปิดเรือนจำทุกแห่งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมตรวจสอบ กวาดล้างสิ่งที่ไม่ดี เพื่อให้เป็นเรือนจำสีขาว ดังนั้นอะไรที่คิดว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องขอให้ช่วยกันขจัดปัญหา และอยากให้ประชาชนมองเรือนจำในอีกมิติ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่จะเริ่มต้นแก้ไขปัญหาต่างๆที่ถูกซุกไว้ใต้พรม ให้เรือนจำปลอดจากยาเสพติดให้ได้" พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว

พบเครือข่ายยาเสพติดคุกนครฯ 1 ราย มีเงินหมุนเวียนนับ100 ล.

                 การสืบสวนสอบสวนเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำนครศรีธรรมราช ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นมากยิ่งขึ้นตามลำดับส่งผลให้ขบวนการค้ายาเสพติดได้รับผลกระทบอย่างหนักการติดต่อซื้อขายมีปัญหา ยังคงมีการสั่งซื้อได้ในเรือนจำที่ยังคงหลงเหลือเพียงไม่กี่รายเท่านั้น

                ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้บินด่วนไปยังรัฐสภาเนื่องจากคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดวุฒิสภาได้มีหนังสือด่วนที่สุดเชิญให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ข้อมูลความรู้และเทคนิคในการทำงานปราบปรามยาเสพติดเพื่อเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ขณะเดียวกันได้ประสานงานเพื่อซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นสูงชนิดหนึ่งพร้อมทั้งซอฟแวร์ในการกู้ข้อมูล ถอดข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูล ในการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆทั้งระบบมาใช้ที่นครศรีธรรมราชเป็นแห่งแรก โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก ปปส.

                ขณะที่ พ.ต.อ.ญาณพัฒน์ นรสิงห์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน ข้อมูลเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้ตำรวจได้รายงานถึงการค้นพบโทรศัพท์มือถือซึ่งส่งมาเป็นของกลางในการดำเนินคดีเพิ่มขึ้น โดยได้จากการปฏิบัติการของทางเรือนจำเองหลายสิบเครื่อง ในส่วนนี้มีทั้งเครื่องใหม่ที่เพิ่งส่งเข้าไป และเครื่องเก่าที่มีการใช้งานแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการสุ่มตรวจสอบข้อมูลในกลุ่มของการสั่งซื้อยาเสพติดมาสนับสนุนข้อมูลที่เรามีอยู่แล้วว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร

                รองผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวต่อว่า การดำเนินคดีกับนักโทษพนักงานสอบสวนได้เริ่มเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหากับนักโทษที่เรารู้ตัว มีรายชื่อ มีของกลางที่ยึดได้ทั้งยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้ามในเรือนจำซึ่งต้องใช้เวลาอีกราวประมาณ 20 วันพนักงานสอบสวนทุกนายทำงานกันอย่างต่อเนื่อง และหากมีไม่พอจะเรียกพนักงานสอบสวนเข้าเสริมในการสอบสวนอีก ส่วนข้อมูลที่เราได้ถอดออกมาจากเอกสารต่างๆเสร็จแล้วจัดระเบียบเรียบร้อยแล้วอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ ส่วนจากระบบมือถือจนมาถึงวันที่ 4 พ.ค.55 เสร็จไปแล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็น พบว่า ข้อมูลมีความเชื่อมโยงมาก แต่ยังไม่ได้วิเคราะห์ถึงประมาณการวงเงินในเครือข่าย สิ่งที่พบคือทุกคนไม่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องในวงจร จะใช้ชื่อคนอื่นเข้าไปเป็นตัวแทนทั้งหมด ส่วนของต้องห้ามที่เหลือในขณะนี้เชื่อว่ามีอยู่อีกและเป็นของเก่าที่เราค้นไม่พบ               

                “หลังจากนี้การทวงถามติดตามหนี้สินค่ายาเสพติดกำลังเริ่มขึ้น การติดตามเงินนั้นจะใช้บุคคลหรือญาติมาเยี่ยม ซึ่งตำรวจกำลังติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะข้อมูลบัญชีผู้ที่เข้ามาเยี่ยมนักโทษในกลุ่มเป้าหมายเป็นใครอย่างไร การขยายผลข้อมูลในเครือข่ายเป็นเรื่องที่ต้องละเอียด บางรายที่เราเชื่อว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่แต่เมื่อตรวจสอบกลับกลายเป็นรายย่อย มีอยู่หนึ่งรายที่เดิมเป็นรายเล็กๆของกลางที่ได้เล็กน้อยแต่เมื่อสืบสวนต่อไปพบว่ารายนี้มีเครือข่ายมีเงินหมุนเวียนนับร้อยๆล้านบาท ซึ่งการตรวจสอบเช่นนี้เราจะใช้ พรบ.มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้าไปเกี่ยวจับ” รอง ผบก.นครศรีธรรมราชกล่าว

                ด้านนายสุรพล แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อประชุมกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในวันที่ 4 พ.ค.นี้ เพื่อรายงานสถานการณ์ทั้งหมด รวมทั้งเรื่องอัตรากำลังพล การเตรียมการโยกย้าย และการเสนอข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสอบสวนเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ทั้งระบบโดยเฉพาะข้อมูลที่ได้จากการเปิดเผยของหลายฝ่ายรวมไปถึงอดีตนักโทษที่พ้นโทษไปแล้วที่ยังคงเป็นเป้าหมายในการสืบสวนเชื่อมโยงกับเรือนจำ โดยก่อนเดินทางนั้นได้มีการสั่งการห้ามนำสิ่งของ อาหารทุกชนิดจากนอกเรือนจำเข้าไปในเรือนจำโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาหารนั้นเรือนจำจัดเลี้ยงอยู่แล้ว และหากมีความจำเป็นต้องนำเข้าเรือนจำจะเป็นฝ่ายจัดหาเอง

                เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้องรายหนึ่งได้ให้ข้อมูลว่าหลังจากที่ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นส่งผลให้ยาเสพติดในเรือนจำลดลงอย่างมาก เนื่องจากนักโทษที่ติดยาเสพติดและยังเป็นผู้ค้าต้องเสพทุกวัน ทำให้ราคายาเสพติดในเรือนจำขณะนี้สูงมากราคาจะสูงกว่าภายนอกหลายเท่าตัว เช่นยาบ้าในขณะนี้มีราคาสูงถึงเม็ดละ 7,000 บาท  ในขณะที่ราคาขายในวงการค้ายาภายนอกขายส่งเม็ดละ 300 บาท ขายปลีกเม็ดละ 400-450 บาท ยาไอซ์ภายในเรือนจำขณะนี้จะเรียกเป็นจีเท่ากับ 0.10 กรัม าคาประมาณ 4 หมื่นบาท หรือร้อยกรัมต่อ 4 แสนบาท กิโลกรัมละกว่า 4 ล้านบาท 1 จีหรือ 0.10 กรัมจะเสพได้ราว 10 ครั้ง หากนักโทษด้วยกันมาซื้อต่อการเสพ 1 ครั้ง จะขายในราคา 1.5 หมื่นบาทต่อครั้ง ราคาขยับขึ้นมากเนื่องจากไม่มีของส่งเพิ่มเข้าไปในเรือนจำได้ โทรศัพท์ต่อเครื่องขณะนี้สูงกว่า 4 แสนบาท ส่วนใหญ่นักโทษที่ติดยาเสพติดจะเป็นผู้ค้าด้วยดังนั้นจึงกล้าทุ่มเงินไม่อั้น เพราะการสั่งซื้อขายยาเสพติดรายใหญ่หนึ่งครั้ง ค่าโทรศัพท์มือถือ 4 แสนบาท ถือเป็นเรื่องเล็กมาก 

                “ยาเสพติดในเรือนจำกำลังขาดแคลนขณะที่กลุ่มผู้ค้าภายนอกในเป้าหมายสำคัญเช่น องพรหมคีรี อ.เมือง และใกล้เคียง กลุ่มคนเป้าหมายเงียบเชียบอย่างเหลือเชื่อ เงียบมากชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงอยู่ภายนอกโดยพบว่ามีขบวนการทวงหนี้ยาเสพติดกันแล้ว ซึ่งจากการสืบสวนมือปืนชื่อดังที่ถูกเหยื่อยิงสวนเสียชีวิตนั้นพบว่าเป็นขบวนการทวงหนี้ในวงการนี้ ซึ่งขณะนี้เราได้ข้อมูลส่วนนี้ไปมากขบวนการทวงหนี้จะติดตามค่ายาเสพติดภายนอกหลังจากนั้นหากไม่ได้เงินตามนัดหมายจะถึงขั้นยิงถล่มกันจะเห็นได้หลังจากนี้บ่อยครั้งขึ้น” เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรายนี้กล่าว