ข่าว

แล้งจัด!ชาวพิจิตรขาดแคลนน้ำดื่ม

แล้งจัด!ชาวพิจิตรขาดแคลนน้ำดื่ม

04 พ.ค. 2555

ชาวพิจิตรเดือดร้อนหนัก หลังแม่น้ำยมแห้งต่อเนื่องลามถึง อ.บึงนาราง 10 หมู่บ้านขาดแคลนน้ำดื่ม ขณะที่จ.อ่างทอง อากาศร้อนจัดทำให้ตะพาบส่งออกทยอยตาย ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ำแห้งกลายเป็นนาข้าวหลายหมื่นไร่

                   4 พ.ค.55 สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดพิจิตรยังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตรความยาว 124 กิโลเมตร ที่แห้งขอด อ.สามง่าม และอ.โพธิ์ประทับช้าง ได้ขยายพื้นที่เข้าสู่ อ.บึงนาราง ซึ่งอยู่ตอนใต้ของแม่น้ำยม โดยเฉพาะที่สะพานข้ามแม่น้ำยม หน้าวัดประดาทอง ต.บางลาย อ.บึงนาราง แม่น้ำยมมีลักษณะแห้งขอดจนเห็นผืนทรายท้องแม่น้ำเหลือเพียงน้ำในบ่อเล็กๆ เท่านั้น ประชาชน สัตว์เลี้ยงสามารถเดินข้ามได้ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวในฤดูน้ำหลากระดับน้ำจากท้องแม่น้ำยมท่วมสูงกว่า 10 เมตร น้ำท่วมบริเวณโดยรอบทั้งบ้านเรือน วัด โรงเรียน ถนน เหลือเพียงบริเวณส่วนกลางของสะพานข้ามแม่น้ำที่น้ำท่วมไม่ถึง

                   สำหรับแม่น้ำยมที่แห้งขอดส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ริมฝั่งทั้งสองฝั่ง เนื่องจากประชาชนจำเป็นต้องใช้น้ำในการอุปโภค บริโภค ส่งให้พืช ผักสวนครัวของประชาชนแห้งตายจากการขาดน้ำ และข้าวที่ปลูกทั้งสองฝั่งแม่น้ำเริ่มขาดน้ำเนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำจากแม่น้ำยมไปเลี้ยงต้นข้าวที่เพิ่งเริ่มเพาะปลูกได้ ประมาณ 1 เดือน

                   จ.ส.ต.สะท้าน อิ่มอยู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ประชาชนในตำบลย่านยาว 10 หมู่บ้าน 1,700 หลังคาเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากประปาหมู่บ้านมีขนาดเล็กและมีอายุใช้นานหลายสิบปีทำให้มีน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ อีกทั้งน้ำ ประปาหมู่บ้าน ใช้เพียงบริโภคเท่านั้นแต่จะนำไปใช้กินนั้นไม่ได้เนื่องจากน้ำไม่สะอาดเพียงพอเกรงว่าจะได้รับอันตราย

                   จ.ส.ต.สะท้าน กล่าวอีกว่า ที่น่าห่วงคือประชาชนกำลังขาดแคลนน้ำดื่มซึ่ง อบต. กำลังเร่งแจกจ่ายน้ำเพื่อใช้บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันพบว่ามีการฉวยโอกาสช่วงอากาศัยร้อนขึ้นราคาน้ำดื่มจากถังละ 10 บาท เป็นถังล 13 บาท ซึ่งตนเองได้ทำหนังสือร้องไปยังจังหวัดพิจิตรเพื่อขอให้ขยายเขตประปาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ทางจังหวัดอ้างว่าไม่มีงบประมาณจึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือขยายประปาอย่างเร่งด่วน

 

อ่างทองอากาศร้อนจัดตะพาบส่งออกทยอยตาย

                   วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก ด.ต.ศิลปชัย ส่วางโรจน์ นายกอบต. คลองขนาก อ. วิเศษชัยชาญ จ. อ่างทอง ว่า ขณะนี้สัตว์เศรษฐกิจของชาวตำบลคลองขนากคือตะพาบที่มีบ่อเลี้ยงอยู่100 กว่าบ่อ ได้ทยอยตายลงและตะพาบไข่น้อยลง ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงตะพาบบ่อเล็กได้ขายตัวตะพาบ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก่อนที่ตะพาบจะทยอยตายหมด หลังจากรับแจ้งจึงลงตรวจสอบที่บ่อตะพาบ

                   ด.ต. ศิลปชัย ได้พาไปยังฟาร์มของมะลิทองฟาร์มซึ่งเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ของตำบลคลองขนาก โดยมีนางสายทอง มะลิทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/4 ม. 7 ต. คลองขนาก อ. วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เจ้าของฟาร์มได้พาลงพื้นที่เลี้ยงตะพาบ ซึ่งนางสายทองได้เลี้ยงตะพาบจำนวน 3แห่ง อยู่ที่บริเวณบ้านจำนวน 19 บ่อเนื้อที่ 12 ไร่ ตะพาบ 30,000ตัวและที่บริเวณตรงข้ามบ้านอีก 1 แห่ง จำนวน 14 บ่อ เนื้อที่ 9ไร่ ตะพาบ 20,000 ตัว และที่สี่ร้อยอีก 11 บ่อ เนื้อที่ 8 ไร่ ตะพาบ 20,000 ตัว ซึ่งในขณะนี้อากาศร้อนจัดทำให้ ตะพาบทนไม่ไหวทยอยตายลงวันละนับร้อยตัวแต่ที่สำคัญตะพาบไข่น้อยลงเกือบครึ่งซึ่งทำให้เสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก

                   นางสายทอง กล่าวว่า ตนเลี้ยงตะพาบมาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกรายที่ 2 ของตำบลคลองขนาก โดยเลี้ยงทั้งตะพาบขายไข่และตะพาบขายเนื้อ ซึ่งในขณะนี้ตะพาบเป็นสัตว์เศรษฐกิจของตำบลคลองขนากเพราะเลี้ยงกันจำนวนมาก100กว่าบ่อ ซึ่งปัญหามันเกิดขึ้นเมื่อช่วงอากาศร้อนจัดไม่มีฝนตกลงมาเพื่อบรรเทาความร้อน บ่อตะพาบของตนต้องนำผักปอดพันธุ์ต้นเตี้ยมาใสในบ่อตะพาบเพื่อบรรเทาความร้อนให้ตะพาบ แต่อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆจนในตอนนี้ 41 องศา ทำให้ตะพาบทนไม่ไหวทยอยตายลงที่ฟาร์มวันหนึ่งประมาณ 100 กว่าตัว ยังไม่เท่าไรแต่ในตอนนี้ตะพาบไข่ลดลงตัวพ่อพันธุ์ไม่ทำงานทำให้ไข่ไม่มีเชื้อขายไม่ได้

                   นางสายทอง กล่าวเพิ่มอีกว่า ที่ตำบลคลองขนากเกษตรกรที่เลี้ยงตะพาบได้ขายตัวกันจำนวนมากจนเป็นบ่อร้างกว่า 30 บ่อ ซึ่งที่ฟาร์มมะลิทองก็รับซื้อตะพาบส่งนอกโดยตะพาบที่น้ำหนัก1กิโลก็จะส่งให้ประเทศไต้หวันและสิงคโปร์แต่ถ้าตะพาบตัวละ2กิโลขึ้นไปจะส่งให้ประเทศจีนเพราะจะได้ราคาดี ทางฟาร์มจะส่งครั้งละ 2 ตันครึ่ง บ่อตะพาบจำนวน 20,000ตัวเมื่อก่อนจะไข่ 15,000ใบและไข่ดีกว่า 13,000ใบ แต่ในขณะนี้ ไข่วันละ 12,000ใบและไข่ดี 8,500ใบ ซึ่งทางฟาร์มให้อาหารวันละ 15,000 บาท ในช่วงนี้ราคาไข่ยังดีอยู่ใบละ 4 บาท แต่ต้องลดน้ำบริเวณตะพาบมาไข่ทุกวันไม่ให้ทรายแห้ง เพราะตะพาบจะไม่มาไข่ ในตอนนี้ก็อยู่รอดไปวันๆไม่เหลือกำไรเพราะไข่ลดจำนวนลง

 

น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แห้งกลายเป็นนาข้าวหลายหมื่นไร่ 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลพบุรีว่าน้ำในแม่น้ำป่าสักชลสิทธิ์ในปัจจุบันทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนป่าสักฯทำให้น้ำในเขื่อนที่กักเก็บได้เหลือประมาณ 25 % ของความจุทำให้ก้นอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักในเขตอำเภอชัยบาดาล และอำเภอท่าหลวงกลายเป็นทุ่งนาขนาดใหญ่ที่มีความชื้นของน้ำในการทำนา เกษตรกรต่าง ยึดพื้นที่ทำนากันกว่าหมื่นไร่ และขณะนี้ข้าวที่ทำนาในก้นอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ บางแปลงก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ และบางแปลงข้าวกำลังออกรวง

          ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ในปัจจุบันยังเป็นเพาะปลุกข้าวโพดกินฟักและเป็นสถานที่เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ และโคเนื้อ บางรายยังปลูกกระท่วมในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสัก ฯและทำคอกเลี้ยงวัว ภายในอ่างเก็บน้ำ เพราะน้ำแห้งขอด ในขณะเดียวกันแม่ค้าขายปลาสดที่เคยรับซื้อจากชาวประมงที่หาปลาจากเขื่อนป่าสักฯ ว่า ปลาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักแทบไม่มีตัว แม่ค้าที่ขายปลาสด ส่วนใหญ่จะรับจากจังหวัดมาขายไม่ใช่ปลาที่จับจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักจะมีบ้างปลานิลก็จะเหม็นสาบโคลนกินไม่อร่อย

          นายศรมิตร สิงห์คนอง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุงรักษ์ป่าสักชลสิทธิ์กล่าวว่าการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะระบายวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเป็นการระบายน้ำตามปกติของเขื่อนป่าสักที่ระบายอย่างนี้มาทุกปี การระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไม่กระทบต่อการเกษตร การ ที่เรือขนสินค้าไปติดร่องน้ำตื้นแม่น้ำป่าสัก ในเขตพระนครศรีอยุธยา เป็นเพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปล่อยมาน้อย และมาแก้ปัญหาด้วยการปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้เรือสามารถใช้แม่น้ำป่าสักเป็นเส้นทางคมนาคมได้แล้ว
          “การที่เกษตรกร เข้ามาทำนา เพาะปลูกพืชทางการเกษตรและเลี้ยง ในเขตกักเก็บน้ำเขื่อนป่าสัก ทางเขื่อนจะต้องไปแจ้งให้เกษตรหยุดและย้ายออกนอกอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสัก เพราะจะมีผลกระทบต่อการใช้น้ำอีกทั้งหากมีการปลูกสร้างก็จะต้องเร่งให้รื้ออกไป ส่วนน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักฯ ขอยื่นยันว่ามีการปล่อยน้ำตามปกติ เป็นไปตามแผนงานของเขื่อนป่าสักที่ ต้องระบายน้ำ” นายศรมิตรกล่าว