ข่าว

'กรุงเทพโพลล์'ชี้'นิรโทษกรรม'ไม่ช่วยปรองดอง

'กรุงเทพโพลล์'ชี้'นิรโทษกรรม'ไม่ช่วยปรองดอง

04 พ.ค. 2555

ผล 'กรุงเทพโพลล์'ระบุ 'นิรโทษกรรม'ไม่ช่วยปรองดอง หวั่น ออก พรบ.ปรองดอง เป็นชนวนความขัดแย้ง แนะนักการเมืองเลิกคิดถึงผลประโยชน์ตัวเอง เลิกทะเลาะ

                  4 พ.ค.55 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ความปรองดองในมุมมองของประชาชน"  โดยสำรวจจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,180 คน พบว่า   37.7% ระบุว่ายังไม่เห็นบรรยากาศความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศ ขณะที่ 28.5% ระบุว่าเริ่มเห็นบรรยากาศความปรองดองเกิดขึ้นแล้ว และ 33.8% ระบุว่าไม่แน่ใจ

                   เมื่อถามถึงสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดความปรองดอง 26.7% ระบุว่า นักการเมืองต้องเลิกนึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง 26.5% ระบุว่า นักการเมืองต้องหันหน้าเข้าหากันเลิกทะเลาะกันทั้งในและนอกสภา และ10.9% ระบุว่าคนไทยต้องเคารพและยึดกฎหมายของประเทศเป็นหลัก  

                   ต่อคำถามที่ว่า การนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดทางการเมืองว่าจะสามารถสร้างความปรองดองได้หรือไม่  68.8% ระบุว่าไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ (โดยให้เหตุผลว่า เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา อคติยังคงมีอยู่ทุกฝ่าย แต่ละฝ่ายไม่ยอมกัน ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ และเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกของคนในชาติ เป็นต้น)  31.2 % ระบุว่า สามารถสร้างความปรองดองได้ (โดยให้เหตุผลว่า เป็นการให้อภัยกัน เรื่องคงจบ เป็นการเริ่มต้นใหม่โดยหันหน้ามาคุยกัน ให้โอกาสแก่ผู้ทำผิดได้กลับตัว เป็นต้น )

                   ส่วนความคิดเห็นที่มีต่อการออก พรบ.ปรองดอง ว่ามีความจำเป็นต่อสังคมไทยเพียงใด พบว่า  ประชาชนระบุว่าค่อนข้างจำเป็น  35.4% และ ระบุว่าจำเป็นมาก  24.9%  ขณะที่ระบุว่าไม่ค่อยจำเป็น  19.3%  และไม่จำเป็นเลย  20.4% 

                   อย่างไรก็ตาม ประชาชน  51.5% ระบุว่ารัฐบาลยังไม่มีการสร้างความเข้าใจและรายละเอียดให้ชัดเจนถึงเหตุผล ความจำเป็น และกระบวนการในการออก พรบ.ปรองดอง  40.4% ระบุว่า เข้าใจแต่ยังไม่ชัดเจน มีเพียง 8.1% ที่ระบุว่าเข้าใจชัดเจนแล้ว
 
                   สำหรับความกังวลที่มีต่อการออก พรบ.ความปรองดอง ว่าจะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกนั้นประชาชน 42.1% ระบุว่า ค่อนข้างกังวล และ 17.4% ระบุว่ากังวลมาก ขณะที่  26.1% ระบุว่าไม่ค่อยกังวล และ 14.4% ระบุว่าไม่กังวลเลย