
'มิเตอร์ไฟ'ชี้พิรุธจับแก๊ง'ฮัลโหล'รีเทิร์น
'มิเตอร์ไฟ'ชี้พิรุธจับ แก๊ง'ฮัลโหล'รีเทิร์น : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ประเทศไทยยังถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวจีนทางโทรศัพท์ สร้างมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท ล่าสุด ชุดสืบสวนของ บก.สส.สตม. บุกทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในบ้านหลังเดิมที่เคยจับกุมได้ !!
กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และชุดสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เคยสนธิกำลังบุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์จับผู้ถูกกล่าวหาทั้งชาวไต้หวันและชาวจีนรวม 23 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์พื้นฐาน 26 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 6 เครื่อง อุปกรณ์เชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ต 7 เครื่อง วิทยุสื่อสาร 8 ตัว วีโอไอพี เกตเวย์ 19 เครื่อง และอุปกรณ์ปลอมแปลงหนังสือเดินทางอีกจำนวนมาก
ในครั้งนั้นผู้ถูกกล่าวหากลุ่มนี้ ใช้บ้านเลขที่ 12 ถนนวิภาวดีรังสิต 16 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง, บ้านเลขที่ 33/5 ห้อง 301 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ และบ้านเลขที่ 99/233 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 9-1-15 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เป็นฐานปฏิบัติการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อหลอกให้โอนเงินผ่านทางตู้เอทีเอ็ม
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชุดสืบสวน บก.สส.สตม. แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมของบุคคลต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าวให้โทรศัพท์แจ้งมายังสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หมายเลข 1178 และเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาพลเมืองดีแจ้งความผิดปกติของชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งเดินเข้าออกภายในบ้านเลขที่ 99/233 ซ.แจ้งวัฒนะ 10 แยก 9-1-15 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ อย่างผิดปกติ บางครั้งเก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในบ้าน
ทันทีที่ทราบเบาะแสข้อมูลจากพลเมืองดี พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ตรวจสอบข้อมูลจากแฟ้มการสืบสวนพบว่าเลขที่บ้านหลังดังกล่าวเคยถูกตรวจค้นจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาแล้วครั้งหนึ่ง จึงรีบรายงานข้อมูลต่อ พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันทน์ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง และ พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม. ทราบแล้วได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบเฝ้าสังเกตการณ์
พ.ต.อ.ชยวุฒิ จึงนำกำลังประกอบด้วย พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี รองผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ซุ่มโป่งบริเวณบ้านหลังดังกล่าว และพบว่ามีบุคคลอยู่ภายในบ้านหลายคน อีกทั้งมีการขอติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงหลักฐานที่เป็นประโยชน์ทำให้พบความผิดปกติคือมาตรวัดของมิเตอร์ไฟฟ้าที่พ่วงออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวหมุนเร็วผิดปกติ
จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยได้รับคำสั่งให้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายค้นที่ 144/2555 ตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ทันทีที่หมายค้นได้รับการพิจารณา ชุดสืบสวนพบเห็นผู้ชายคนหนึ่งลักษณะเป็นคนไทย ขับรถกระบะที่บรรทุกขยะออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ขณะที่ชุดสืบสวนอีกชุดเข้าไปภายในบ้านพบเห็นชาวต่างชาติกำลังโทรศัพท์พูดคุยภาษาจีนผ่านคอมพิวเตอร์
การตรวจค้นพบว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวมีนายไหล เจงไว อายุ 32 ปี สัญชาติไต้หวัน พร้อมพวกเป็นชายสัญชาติไต้หวันอายุระหว่าง 25-35 ปี รวม 13 คน โดยพบของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง โทรศัพท์พื้นฐานตั้งโต๊ะ 17 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง พร้อมด้วยอุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต โมเด็ม และเอกสารเกี่ยวกับการหลอกลวงจำนวนมาก รวมถึงกระดานระบุชื่อชาวไต้หวันที่แบ่งหน้าที่เป็นตารางเวรโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ
ส่วนคนไทยที่พบในบ้านหลังดังกล่าว คือนายประเสริฐ ศรีสมโภชน์ อายุ 32 ปี ให้ข้อมูลว่าได้รับการว่าจ้างจากคนไทยคนหนึ่ง โดยได้รับค่าแรงเดือนละ 2 หมื่นบาท ทำหน้าที่ซื้ออาหารและทำความสะอาดดูแลภายนอกบ้านเท่านั้น ส่วนภายในบ้านทราบว่าเป็นชาวต่างชาติแต่ไม่ทราบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาชาวไต้หวันทั้งหมดผ่านล่าม ทำให้ชุดสืบสวนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดทยอยเดินทางเข้าประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยว แล้วมาพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว โดยแต่ละคนจะใช้โทรศัพท์พื้นฐานต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อโทรศัพท์ข้ามประเทศหลอกลวงเหยื่อชาวจีนให้ไปทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็ม
"การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้เป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่แจ้งเบาะแสความผิดปกติที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้รับทราบเรื่องการทลายเครือข่ายครั้งนี้แล้ว เพราะเท่าที่ผ่านมาพลเมืองชาวจีนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อแก๊งอาชญากรรมประเภทนี้" พ.ต.อ.ชยวุฒิ กล่าว
..............
(หมายเหตุ : 'มิเตอร์ไฟ'ชี้พิรุธจับ แก๊ง'ฮัลโหล'รีเทิร์น : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



