
ฮัจญ์: กิจกรรมที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่
ฮัจญ์: กิจกรรมที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่: วิถีมุสลิมโลก โดย ศราวุฒิ อารีย์
การประกอบพิธีฮัจญ์ หรือ การทำฮัจญ์ คือการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมทั่วโลกที่นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตามวันเวลา และสถานที่ต่างๆ ที่ทางศาสนาอิสลามกำหนดไว้ ซึ่งศาสนกิจข้อนี้เป็นหนึ่งในหน้าที่สำหรับมุสลิมทั้งชายและหญิง ที่มีความสามารถในด้านร่างกาย ทรัพย์สิน และการเดินทางที่จะต้องปฏิบัติ การประกอบพิธีฮัจญ์นั้นศาสนาได้บังคับให้มุสลิมกระทำอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น นับเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่รวมประชาชาติมุสลิมจำนวนกว่า 2.5 ล้านคนจาก 184 ประเทศทั่วโลกทุกปี
ด้วยเหตุนี้ ฮัจญ์จึงเป็นแหล่งรวมประชาคมโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ซึ่งสามารถรวบรวมประชากรโลกที่ก้าวพ้นพรมแดนทางเผ่าพันธุ์ ชั้นวรรณะ วัฒนธรรม และประเทศชาติ สู่การหลอมรวมพลโลกให้มีความเป็นเอกภาพทั้งด้านความตั้งใจและวัตถุประสงค์ รูปแบบและวิธีการ สถานที่และแหล่งปฏิบัติ ทุกคนพร้อมใจปฏิบัติอย่างเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยหัวใจที่นอบน้อมและยอมศิโรราบต่อพระผู้เป็นเจ้า
ในอีกแง่หนึ่ง ฮัจญ์คือการปฏิบัติภาคสนามซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดอันหนึ่งของมนุษยชาติ อันมีเจตนารมณ์ในการฝึกอบรมและหล่อหลอมพลโลกให้ซึมซาบองค์รวมสาสน์อิสลาม ที่มุ่งให้มุสลิมเป็นทูตสันถวไมตรีและสันติภาพระดับสากล
สำหรับประเทศไทยนั้น มีมุสลิมเดินทางไปร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮ์มาตลอดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับจัดสรรโควตาให้ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ปีละ 13,000 คน ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศมุสลิม (The Resolution of The States of The Organization of The Islamic Conference (ICFM - OIC 1987) ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับกิจการฮัจญ์นั้น ประเทศซาอุดีอาระเบียต้องรายงานผลการดำเนินการแจ้งให้ที่ประชุมขององค์การสันนิบาติมุสลิมโลก (The Muslim World League) และองค์การการประชุมอิสลาม (OIC) ทราบตลอด
ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับกิจการฮัจญ์ของประเทศไทยนั้น เราได้ใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจญ์ พ.ศ. 2524 เป็นหลัก กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ และได้ยึดถือระเบียบ ซึ่งประเทศซาอุดีอาระเบียได้กำหนดให้ทุกประเทศยึดถือปฏิบัติเหมือนกันทั่วโลก
ที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคของชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปแสวงบุญ ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี อันมีสาเหตุมาจากหลายมิติและองค์ประกอบ การบริหารจัดการเกี่ยวกับกิจการฮัจญ์ของประเทศไทย มักจะได้รับการแจ้งตำหนิถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการในด้านต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษรตลอดมา แต่ไม่เคยมีผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจจนเป็นที่เลื่องลือในวงการฮัจญ์ในระดับโลกทุกปีถึงความขาดการเอาใจใส่ของรัฐไทย และยังมีปัญหาการดำเนินการที่ไม่สามารถคุ้มครองผู้แสวงบุญในฐานะของการคุ้มครองผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ เช่น การจัดการปัญหาในเรื่องของความล้มเหลวซ้ำซากในการจัดการที่พักแก่ผู้แสวงบุญ และผู้ประกอบการบางรายขาดความรับผิดชอบและขาดความโปร่งใส เป็นต้น อีกทั้งยังมีปัญหาปลีกย่อยอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่อย่างจริงจังและจะต้องแก้ไขต่อไป
แม้ช่วงเวลาของการทำฮัจญ์ในปีนี้จะเกิดขึ้นประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเรายังมีเวลาอีกหลายเดือน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มิควรประมาทและควรเตรียมมาตรการแก้ปัญหาไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิรูปแบบแผนการจัดการกิจการฮัจญ์ของประเทศไทยให้มีความพร้อม เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ และเป็นประโยชน์ส่วนรวมต่อชาวไทยมุสลิมต่อไป



