
3ศาสนาใน1ประชาคม
3ศาสนาใน1ประชาคม: วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ความโดดเด่นอย่างหนึ่งของอาเซียนที่เราท่านอาจจะไม่ค่อยได้นึกถึงกันก็คือ อาณาบริเวณนี้เป็นหลักแหล่งของศาสนาสำคัญถึง 3 ศาสนา ในปัจจุบัน อันได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม โดยศาสนาพุทธเป็นที่นับถือของประชาชนในกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง คือไทย เวียดนาม ลาว และกัมพูชา รวมทั้งพม่า โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา ส่วนศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติของฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์ รวมทั้งเป็นประเทศที่ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกมีความเข้มแข็งและมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของผู้คน 100 กว่าล้านคนเป็นอย่างสูง ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีประเทศสมาชิกอาเซียนเช่นมาเลเซีย และบรูไน ที่ต่างก็นับถือศาสนาอิสลามด้วย
องค์การหรือสมาคมความร่วมมือระหว่างประเทศระดับภูมิภาค โดยทั่วไป มักจะเป็นการรวมตัวของกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาเดียวกัน เช่น องค์การรัฐอเมริกา (OAS) ซึ่งประเทศสมาชิกนับถือคริสต์ศาสนา สันนิบาตแห่งรัฐอาหรับ (League of Arab States) หรือสภาความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม รวมทั้งสหภาพยุโรปที่ทุกประเทศนับถือศาสนาคริสต์ ดังนั้น อาเซียนจึงมีความแตกต่างจากองค์การภูมิภาคอื่นๆ ในส่วนนี้ แต่ประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ก็อยู่ร่วมกันโดยสันติมาแต่อดีต โดยมิได้มีความขัดแย้งระหว่างกันในเรื่องของศาสนา
ประเทศในอาเซียนที่เป็นตัวอย่างอันดีของการอยู่ร่วมกันของคนที่ต่างศาสนา คือสิงคโปร์ ซึ่งประชากรได้รับสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน และรัฐบาลสิงคโปร์ก็ให้ความอุปถัมภ์แก่ทุกศาสนา รวมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีในเรื่องศาสนาแก่ประชาชนของตน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันภายใต้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในความเป็นพลเมืองของสิงคโปร์
โครงสร้างของประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 ประชาคมสำคัญ คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งทั้ง 3 ประชาคมเป็นเสมือนเสาใหญ่ 3 ต้น ที่ค้ำยันประชาคมอาเซียนให้เป็นปึกแผ่นและมีเสถียรภาพ ซึ่งศาสนาย่อมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การส่งเสริมศาสนาหลักทั้ง 3 ศาสนาให้มีความเข้มแข็ง และบริสุทธิ์ ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ประชากรอาเซียนได้มีโอกาสศึกษาศาสนาของกันและกันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอันดี ก็ย่อมเป็นหนทางหนึ่งของการอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข และเอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ดีกว่าจะอยู่กันโดยขาดความรู้จักและเข้าใจในคนอื่น
แก่นของทุกศาสนาก็คือสันติสุข และการสั่งสอนให้ศาสนิกชนเป็นคนดี ดังนั้น โดยเนื้อแท้แล้วทุกศาสนาจึงสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและอาเซียนคงจะไม่เพียงแต่เป็นแหล่งสำคัญของศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม เท่านั้น ยิ่งหากให้ความสำคัญแก่ประชาคมของตนในฐานะดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ร่มเย็นมาแต่โบราณกาล และใช้แนวทางของศาสนาสร้างความเจริญทางจิตใจ ควบคู่ไปกับความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมือง ก็จะทำให้ความเป็นประชาคมอาเซียนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปด้วย
ท้ายคอลัมน์นี้ ผมขอขอบคุณสำหรับหนังสือ “ปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ในยุครัตนโกสินทร์” ที่ได้รับความกรุณาจากอาจารย์ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร - เป็นหนังสือที่เล่าเรียงเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในยุครัตนโกสินทร์ ตามลำดับรัชกาล โดยแบ่งออกเป็น 7 ด้าน เช่น ด้านการฟื้นฟูและบูรณะบ้านเมือง, ด้านการเปิดความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, ด้านการศึกสงคราม เป็นต้น ซึ่งทำให้เห็นภาพประวัติศาสตร์เหล่านั้นชัดเจนขึ้น และเข้าใจในบริบทต่างๆ
และสำหรับ “วันนักเขียน” ปีที่ 40 นี้ ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 (พฤษภาคม) พ.ศ.2555 ทางสมาคมจัดงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมตรัง บางขุนพรหม ตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไปครับ



